สรุปข่าว
- Market Cap ของตลาดคริปโตส่งสัญญาณร่วงต่อจนทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยปัจจุบันอยู่ราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงจากจุดสูงสุด 4.2 ล้านล้านดอลลาร์
- ปัจจัยหลักอาจมาจากสงครามอิหร่านยังไม่จบ, น้ำมันที่ราคาทะลุ $100, FED ที่ยังไม่ลดอัตราดอกเบั้ย, ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงสุดในรอบ 18 ปี, Trump Insider Whale ที่ยังเปิด Short และ Bitcoin แดง 6 เดือนติด
- ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายเท่านั้น แต่ธนาคารชื่อดังอย่าง Goldman Sachs ได้มองว่า Bitcoin อาจทำจุดต่ำสุดแล้ว, และมี Bitcoin อยู่บนกระดานเทรดต่ำสุดในรอบ 7 ปี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
โครงสร้างทางเทคนิคยังคงเป็นขาลง ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจยังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสที่ Market Cap -ของตลาดคริปโตจะลงไปทดสอบระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้
Market Cap ของตลาดคริปโตที่ระดับ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ดูเป็นตัวเลขขนาดใหญ่ แต่ความจริงแล้วลดลงมาแล้วประมาณ 45% จากจุดสูงสุด
นักวิเคราะห์ที่รู้จักกันในชื่อ Ted Pillows มองว่า Market Cap ของตลาดคริปโตมีโอกาสร่วงต่อ แม้อาจมีการดีดตัวระยะสั้นเกิดขึ้นบ้าง แต่เป้าหมายถัดไปยังมีโอกาสต่ำกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการลดลงเพิ่มเติมอีกราว 3 แสนล้านดอลลาร์
ทำไมอาจลงต่อ
- โครงสร้างเทคนิคยังเป็นขาลง: BTC ปิดแดง 6 เดือนติด นอกจากนี้ราคายังต่ำกว่าเส้น 50-day และ 200-day นอกจากนี้ยังเกิด Death cross ในหลายสินทรัพย์
- ปัจจัยเศรษฐกิจยังกดดัน: สงครามอิหร่านยังไม่จบ, น้ำมันที่ราคาทะลุ $100, FED ที่ยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ย, และผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงสุดในรอบ 18 ปี
- เงินสถาบันเริ่มไหลออก: กองทุน IBIT ที่มีเงินไหลออก $201.5M และทั้งสัปดาห์กองทัน Bitcoin ETF มีเงินไหลออกรวม $296M สิ่งนี้หมายความว่าตลาดเริ่มลดความเสี่ยง
- Altcoins อ่อนแรง: BTC Dominance ลด แต่ Altcoins ไม่ขึ้น ซึ่งหมายความว่าเงินไม่ได้หมุนในตลาด แต่กำลังไหลออก
ไม่ได้มีแต่ข่าวร้าย
จากข้อมูลที่รายงาน Goldman Sachs มองว่า Bitcoin อาจทำจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ Bernstein ให้เป้าราคา Bitcoin ไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ยังเห็นการสะสมของเจ้ามือกว่า 91,000 BTC ปริมาณเหรียญบน exchange อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ค่า Fear and Greed อยู่ที่ระดับ 9 รวมถึง Strategy ยังเดินหน้าซื้อสะสมต่อเนื่อง และความต้องการจากนักลงทุนสถาบันก็ยังอยู่ในระดับสูง
ในอดีตที่ผ่านมา มักพบว่าในช่วงที่สัญญาณทางเทคนิคยังบอกว่าราคามีแนวโน้มลง แต่ข้อมูล On-chain กลับสะท้อนการสะสมหรือแนวโน้มขาขึ้น ข้อมูลฝั่ง On-chain จะมีน้ำหนักมากกว่า เพราะสะท้อนถึงพฤติกรรมของนักลงทุนจริง ๆ
ผู้เขียนมองว่า Market Cap ของตลาดคริปโต มีโอกาสลงไปทดสอบระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้จริง จากทั้งโครงสร้างราคาและแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหากมีข่าวลบเข้ามาเพิ่มเติมในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม หากราคาลงไปถึงระดับดังกล่าว ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นการปรับตัวลงช่วงท้ายก่อนฟื้นตัว มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงยาว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
