bitkub-banner

ตลาดหุ้นและคริปโตร่วงอย่างรุนแรง หลังเกิดสัญญาณ “Death Cross” พร้อมกันหลายสินทรัพย์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดหุ้นและตลาดคริปโตร่วงแรง หลังเกิด “Death Cross” เพียงไม่กี่วัน ถือเป็นสัญญาณขาลงที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญสูง โดยครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายสินทรัพย์ เช่น BTC, S&P 500, NASDAQ และ Microsoft
  • สาเหตุที่ตลาดปรับตัวลงหลัง Death Cross มาจากหลายปัจจัย โดยอาจมาจากแรงขายจากระบบอัตโนมัติของกองทุนและผู้จัดการความเสี่ยง ที่ตั้งเงื่อนไขขายทันทีเมื่อเกิดสัญญาณนี้
  • ข้อมูลในอดีตชี้ว่า Death Cross ไม่ได้เป็นสัญญาณลบเสมอไป โดยในดัชนี S&P 500 ตั้งแต่ปี 1970 เกิดขึ้นราว 50 ครั้ง และมากกว่าครึ่ง ราคาปรับขึ้นภายใน 3-6 เดือน ขณะที่ใน BTC เช่น มี.ค. 2020 ราคาพุ่งกว่า +1,500% และ มิ.ย. 2022 เพิ่มขึ้น +688% หลังเกิด Death Cross 

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ในระยะสั้น ตลาดยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากแรงขายที่มาจากสัญญาณ Death Cross ซึ่งทำให้ทั้งกองทุนเชิงปริมาณและนักลงทุนทั่วไปลดความเสี่ยงพร้อมกัน แม้ในเชิงโครงสร้าง Death Cross จะเป็นเพียงตัวชี้วัดย้อนหลัง แต่ท่าทีที่เข้มงวดของ FED ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ภาพรวมในช่วง 2-4 สัปดาห์ข้างหน้ายังคงเอนเอียงไปทางขาลงมากกว่าการฟื้นตัวทันที

“Death Cross” เป็นคำที่ฟังดูน่ากลัว แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด ข้อมูลจาก Leshka ETH พบว่า ตลาดร่วงหลังเกิด Death Cross ทำให้นักลงทุนจำนวนมากมองเป็นสัญญาณลบ แต่เมื่อดูข้อมูลย้อนหลัง กลับพบว่าผลลัพธ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป

Death Cross คืออะไร ทำไมตลาดถึงกลัว?

Death Cross คือจุดที่ เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (แนวโน้มระยะสั้น) ตัดลงต่ำกว่าเส้น 200 วัน (แนวโน้มระยะยาว) ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง

สาเหตุผลที่ตลาดตอบสนองแรงอาจเป็นเพราะกองทุนต่าง ๆ ตั้งเงื่อนไขไว้ในระบบว่า เมื่อเกิด Death Cross ให้ทำการเทขายทันที ส่งผลให้เกิดแรงขายจำนวนมากในเวลาเดียวกัน และนำไปสู่การไหลลงของราคาแบบต่อเนื่อง

สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าน่าสนใจ เพราะสัญญาณนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายตลาด ทั้ง Bitcoin, S&P 500, NASDAQ และ Microsoft ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อย

Death Cross ไม่ได้น่ากลัวอย่างคิด

ในดัชนี S&P 500 ตั้งแต่ปี 1970 พบว่า Death Cross เกิดขึ้นประมาณ 50 ครั้ง และมากกว่าครึ่งหนึ่ง ราคาปรับตัวขึ้นภายใน 3-6 เดือนหลังจากนั้น สะท้อนว่าเป็นเพียงตัวชี้วัดที่ตามหลังราคา ไม่ได้ทำนายอนาคต

ฝั่ง Bitcoin ก็เกิดขึ้นคล้าย ๆ กัน โดย Death Cross ได้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2020 ในช่วง Bitcoin ราคาอยู่ที่ประมาณ $6K และหลังจากนั้นก็พุ่งขึ้นกว่า 1,500% 

นอกจากนี้ Death Cross ที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2022 ได้ทำให้ Bitcoin พุ่งขึ้น 688% สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Death Cross มักเกิดในช่วงที่ตลาดปรับฐานแรงไปแล้ว

ทำไม “ครั้งนี้” อาจเหมือนอดีต?

หลายปัจจัยในปัจจุบันสอดคล้องกับช่วงก่อนเกิดการฟื้นตัวในอดีต เช่น ดัชนี Fear & Greed อยู่ในระดับ Extreme fear ต่อเนื่อง, การสะสมของเจ้ามือกว่า 91,000 BTC, ปริมาณ Bitcoin บนกระดานเทรดต่ำสุดในรอบหลายปี รวมถึงมุมมองจากสถาบันการเงินที่เริ่มเห็นสัญญาณต่ำสุด

ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ราคาจะปรับลง แต่เงินสถาบันยังคงเข้าสะสม


ผู้เขียนมองว่า Death Cross เป็นเพียงสัญญาณที่สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว มากกว่าจะเป็นตัวบอกอนาคต ในระยะสั้นตลาดอาจยังมีแรงกดดันต่อราคา แต่ในระยะยาว ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวในไม่กี่เดือน สำหรับนักลงทุนไทย สิ่งที่ควรโฟกัสอาจไม่ใช่แค่สัญญาณเทคนิค แต่คือพฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งในตอนนี้ยังคงเป็นฝั่ง “ซื้อ” มากกว่าขาย

แหล่งข้อมูลอ้าอิง: