สรุปข่าว
- Bitfarms ประกาศแผนขาย Bitcoin ทั้งหมด 1,827 BTC ที่ถือครองอยู่ และเปลี่ยนชื่อเป็น Keel Infrastructure เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ AI และ HPC
- บริษัทรายงานผลประกอบการปี 2025 รายได้เพิ่มขึ้น 72% แตะ $229 ล้าน แต่ขาดทุนสุทธิ $209 ล้าน พร้อมมีสภาพคล่องรวม $520 ล้าน ณ วันที่ 27 มี.ค. 2569
- การเปลี่ยนสัญชาติจากแคนาดาไปสหรัฐฯ และการเปลี่ยนชื่อมีแผนเสร็จสิ้นราววันที่ 1 เม.ย. 2569 โดยหุ้นจะเปลี่ยน ticker จาก BITF เป็น KEEL
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่เหมืองขุดรายใหญ่ประกาศแผนเทขาย Bitcoin ทั้งหมดในมือเป็นสัญญาณเชิงลบต่อตลาด เพราะหมายถึงมีแรงขายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่าบริษัทจะระบุว่าจะ “ขายอย่างมีวินัยและรอจังหวะที่ราคาพุ่ง” แต่ก็เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่าความเชื่อมั่นในการถือครอง Bitcoin ระยะยาวของสถาบันขนาดนี้กำลังลดลง ในบริบทที่นักขุดหลายรายหันไปทำ AI พร้อมกัน แรงกดดันต่อราคาอาจสะสมได้
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก “>Coin Bureau Bitfarms บริษัทขุด Bitcoin สัญชาติแคนาดา ได้ประกาศแผนขาย Bitcoin ทั้งหมด 1,827 BTC ที่ยังถือครองอยู่ พร้อมประกาศเปลี่ยนโฉมสู่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI และการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) ภายใต้ชื่อใหม่ว่า Keel Infrastructure บริษัทได้รายงานผลประกอบการประจำปี 2025 ก่อนตลาดเปิด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 72% แตะ $229 ล้าน แต่บันทึกขาดทุนสุทธิอยู่ที่ $209 ล้าน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากสถานะเหมืองขุด Bitcoin ของบริษัทที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2560 อย่างเป็นทางการ
ขาย BTC ทิ้งทั้งหมด โยกเงินลุย AI เต็มตัว
บริษัทระบุอย่างชัดเจนว่าจะ “ขาย Bitcoin อย่างมีวินัยเมื่อราคาพุ่งขึ้น เพื่อนำเงินทุกบาทกลับมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน HPC และ AI” โดย ณ วันที่ 27 มี.ค. 2569 Bitfarms มีสภาพคล่องรวมทั้งสิ้น $520 ล้าน ซึ่งประกอบด้วยเงินสดและ Bitcoin ที่ถือครองอยู่ แผนดังกล่าวไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะขายทั้งหมดเสร็จเมื่อไร แต่เน้นว่าจะทยอยขายตามจังหวะตลาด
เป้าหมายของบริษัทในฐานะ Keel Infrastructure คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI และ HPC ที่มีกำลังรวมกว่า 2.2 กิกะวัตต์ และตั้งเป้าสร้างรายได้จาก AI ภายในปี 2570 การเปลี่ยนสัญชาติบริษัทจากแคนาดาไปสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมพิเศษเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 มีแผนเสร็จสิ้นในราววันที่ 1 เม.ย. 2569 โดยสำนักงานใหญ่แห่งใหม่จะอยู่ที่นครนิวยอร์ก และหุ้นจะเปลี่ยน ticker จาก BITF เป็น KEEL
หุ้นพุ่งแม้ขาดทุนหนัก สะท้อนตลาดเชื่อเรื่องเล่า AI
แม้จะรายงานขาดทุนสุทธิ $209 ล้านสำหรับปีงบประมาณ 2025 แต่หุ้น BITF กลับปรับขึ้นหลังประกาศ ตามรายงานจาก
การเคลื่อนไหวของ Bitfarms ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ก่อนหน้านี้ CEO Ben Gagnon ประกาศแผนปิดการขุด Bitcoin และเปลี่ยนไปทำ HPC และ AI ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานไว้ใน เกมเปลี่ยน ! Bitfarms ปิดฉากเหมืองขุด Bitcoin หลังขาดทุนยับ เตรียมโยกธุรกิจทำ AI แทน นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังรายงานว่า เหมืองขุด Bitcoin หันทำ AI รับสัญญากว่า $7 หมื่นล้าน หลังต้นทุนขุดแซงราคา BTC ซึ่งสะท้อนเทรนด์ที่กว้างกว่า ว่านักขุดหลายรายกำลังหมดความอดทนกับธุรกิจขุดเหรียญและหันมาสนใจกระแส AI แทน
สัญญาณใหญ่ที่อุตสาหกรรมขุดต้องจับตา
การตัดสินใจของ Bitfarms มาในช่วงที่อุตสาหกรรมขุด Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น กำไรต่อหน่วยที่ลดลงหลัง Halving และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น Siam Blockchain รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า Hashrate Bitcoin ลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี นักขุดหันโยกทรัพยากรไปลงทุน AI ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มนี้กำลังขยายตัวในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่า Bitfarms จะทยอยขาย 1,827 BTC ในไทม์ไลน์ใด เพียงแต่ระบุว่าจะ “มีวินัย” และ “รอจังหวะ” ซึ่งหมายความว่าแรงขายอาจกระจายออกไปในระยะยาวมากกว่าที่จะเกิดขึ้นทีเดียว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากในแง่ที่ว่า Bitfarms เป็นบริษัทขุด Bitcoin ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2560 และเคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นใหญ่ระดับโลก การที่บริษัทแบบนี้ประกาศขาย BTC ทั้งพอร์ตและเปลี่ยนชื่อบริษัทด้วย ถือเป็นสัญญาณที่แรงมากว่าโมเดลธุรกิจเหมืองขุดแบบดั้งเดิมกำลังถึงทางตัน แต่ที่น่าสังเกตคือตลาดหุ้นกลับตอบรับบวก ซึ่งบอกว่านักลงทุนไม่ได้ซื้อ Bitfarms ในฐานะ “บริษัทถือ Bitcoin” อีกต่อไปแล้ว แต่กำลังพนันว่า Keel Infrastructure จะสำเร็จในโลก AI สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือความคืบหน้าของสัญญา HPC/AI จริงๆ ว่าบริษัทจะหาลูกค้ารายใหญ่ได้หรือเปล่า ถ้าไม่มีสัญญาชัดเจนก่อนปี 2570 เรื่องเล่านี้อาจพังได้เร็วกว่าที่คิด
เครดิตภาพจาก
