bitkub-banner

กองทุนบำนาญ 401(k) สหรัฐฯ เตรียมเปิดให้ลงทุนคริปโตได้เป็นครั้งแรก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เสนอกฎใหม่วันที่ 30 มี.ค. 2569 เพื่อเปิดทางให้ผู้ดูแลกองทุนบำนาญ 401(k) สามารถนำสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงคริปโต เข้าพอร์ตได้อย่างถูกกฎหมาย
  • ข้อเสนอนี้จะสร้าง safe harbor ให้ผู้ดูแลกองทุนที่พิจารณาปัจจัย 6 ด้านอย่างรอบคอบ ได้แก่ ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง การประเมินมูลค่า เกณฑ์อ้างอิง และความซับซ้อน
  • หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ ข้อเสนอจะเข้าสู่ช่วงรับฟังความเห็นสาธารณะ 60 วัน ก่อนออกเป็นกฎหมายจริง ครอบคลุมชาวอเมริกันกว่า 90 ล้านคน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การเปิดตลาดกองทุนบำนาญขนาดเกือบ 14 ล้านล้านดอลลาร์ให้รองรับคริปโตถือเป็นสัญญาณสถาบันขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หากกฎนี้ผ่านและกองทุน 401(k) เริ่มจัดสรรเงินแม้แค่ส่วนเล็กๆ เข้าสู่ Bitcoin ความต้องการซื้อระยะยาวจะเพิ่มขึ้นมหาศาล และยิ่งสร้างความชอบธรรมให้คริปโตในสายตานักลงทุนกระแสหลัก

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (Department of Labor หรือ DOL) โดยสำนักงาน Employee Benefits Security Administration (EBSA) ได้เสนอกฎใหม่ชื่อ “Fiduciary Duties in Selecting Designated Investment Alternatives” เพื่อเปิดทางให้ผู้ดูแลกองทุนบำนาญ 401(k) สามารถนำสินทรัพย์ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็น private equity หรือคริปโตเคอร์เรนซี เข้าเป็นตัวเลือกลงทุนให้ผู้ฝากเงินได้ ตามรายงานจาก Watcher.Guru และ Ash Crypto ข้อเสนอนี้ครอบคลุมตลาดกองทุนเพื่อการเกษียณมูลค่าเกือบ 14 ล้านล้านดอลลาร์ และส่งผลต่อชาวอเมริกันกว่า 90 ล้านคน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน Lori Chavez-DeRemer กล่าวว่ากฎดังกล่าวจะช่วยให้กองทุนสามารถพิจารณาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สะท้อนภูมิทัศน์ตลาดปัจจุบันได้ดีขึ้น และเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ฝากเงินและผู้เกษียณอายุชาวอเมริกัน

https://x.com/AshCrypto/status/2038721204773584957

Safe Harbor สำหรับผู้ดูแลกองทุนที่อยากเพิ่มคริปโต

หัวใจของข้อเสนอนี้คือการสร้างกรอบคุ้มครองทางกฎหมาย (safe harbor) ให้แก่ผู้ดูแลกองทุนบำนาญที่ต้องการเพิ่มสินทรัพย์ทางเลือกเข้าไปในพอร์ต โดยจะได้รับการคุ้มครองหากพิจารณาปัจจัย 6 ด้านอย่างรอบคอบ ได้แก่ ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง การประเมินมูลค่า เกณฑ์อ้างอิงผลการดำเนินงาน และความซับซ้อนของสินทรัพย์นั้นๆ แนวทางนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพราะที่ผ่านมาความไม่ชัดเจนทางกฎหมายทำให้ผู้ดูแลกองทุนส่วนใหญ่ไม่กล้าพิจารณาคริปโตเลย เนื่องจากกลัวความรับผิดทางกฎหมาย

ทั้งนี้ สำนักงาน White House Office of Information and Regulatory Affairs (OIRA) ได้ทบทวนข้อเสนอดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 2569 และเมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ ข้อเสนอนี้จะเข้าสู่ช่วงรับฟังความเห็นสาธารณะ 60 วัน ก่อนที่จะสามารถออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้จริง

การพลิกจากนโยบาย Biden สู่ยุค Trump เปิดทาง

ข้อเสนอล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางนโยบายที่เปลี่ยนทิศทางชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในเดือนมี.ค. 2565 ภายใต้รัฐบาล Biden กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้ออกคำแนะนำเตือนให้ผู้ดูแลกองทุน 401(k) ใช้ความระมัดระวัง “อย่างยิ่ง” ก่อนพิจารณานำคริปโตเข้าพอร์ต โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านความผันผวนสูง ปัญหาการเก็บรักษา และสภาพแวดล้อมกำกับดูแลที่ยังไม่นิ่ง อย่างไรก็ตาม ในเดือนพ.ค. 2568 DOL ได้ถอนคำแนะนำดังกล่าวออกและหันกลับมาใช้แนวทางที่เป็นกลางไม่เอนเอียงต่อสินทรัพย์ประเภทใดเป็นพิเศษ จากนั้นในเดือนส.ค. 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร “Democratizing Access to Alternative Assets for 401(k) Investors” ที่สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางรวมถึง DOL ทบทวนแนวทางเดิมและชี้แจงท่าทีต่อสินทรัพย์ทางเลือก เช่น สกุลเงินดิจิทัล หุ้นเอกชน และอสังหาริมทรัพย์ ภายใน 180 วัน ข้อเสนอวันที่ 30 มี.ค. 2569 จึงถือเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากคำสั่งนั้น

ความสำคัญต่อตลาด Bitcoin และคริปโต

หากกฎนี้ผ่านและมีผลบังคับใช้ ตลาดกองทุนบำนาญ 401(k) ที่มีมูลค่าเกือบ 14 ล้านล้านดอลลาร์จะกลายเป็นแหล่งเงินทุนสถาบันขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยเปิดรับคริปโตในประวัติศาสตร์ แม้กองทุนแต่ละแห่งจะจัดสรรเงินเข้าคริปโตเพียงเล็กน้อย แต่ขนาดของตลาดทำให้ความต้องการซื้อสะสมระยะยาวมีนัยสำคัญมาก ณ ขณะนี้ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $66,613 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าโซนนี้ยังคงเป็นจุดสะสมที่น่าสนใจ สอดคล้องกับที่ Siam Blockchain ได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin โซน $65,000 คือจุดเข้าซื้อสะสมท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง ทิศทางเชิงบวกจากฝั่งนโยบายยังสอดคล้องกับข่าว ร่าง Mined in America Act ที่สนับสนุนการขุด Bitcoin ในประเทศและลดภาษีกำไร สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อคริปโตในหลายมิติพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่คือข่าวที่ใหญ่มากในแง่ของ institutional adoption แม้จะยังเป็นแค่ข้อเสนอที่ต้องรอ 60 วันและอาจมีการปรับแก้อีก แต่แค่ทิศทางของนโยบายก็ชัดเจนแล้วว่ากำลังเปิดประตูบานใหญ่ให้คริปโต ลองคิดดูว่าถ้ากองทุน 401(k) แม้แค่ 1-2% ของเงินทั้งหมดเกือบ 14 ล้านล้านดอลลาร์ไหลเข้า Bitcoin นั่นคือเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือเนื้อหาความเห็นสาธารณะ 60 วัน ว่าจะมีกลุ่มล็อบบี้ต้านหรือสนับสนุนแค่ไหน และผู้ดูแลกองทุนรายใหญ่อย่าง Vanguard หรือ Fidelity จะขยับตัวเร็วแค่ไหนหลังกฎนี้ผ่าน สำหรับคนที่สนใจตลาดระยะยาว ข่าวนี้น่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยเชิงบวกที่แข็งแกร่งที่สุดของปีนี้เลยทีเดียว

เครดิตภาพจาก @cryptogoos