bitkub-banner

มอลตาหวั่นกฎ MiCA เข้มเกินดันบริษัทคริปโตหนีออกนอก EU

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีรายงานว่ามอลตาแสดงความกังวลว่าแผนกำกับดูแลคริปโตของ EU อาจผลักดันให้บริษัทคริปโตย้ายฐานไปยังสหรัฐฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเอเชียแทน
  • มอลตาเป็นประเทศที่มีประวัติสนับสนุนธุรกิจคริปโตมายาวนาน และยังเป็นหนึ่งในประเทศ EU ที่ออกใบอนุญาต MiCA มากที่สุด
  • ข้อมูลจาก LegalBison ชี้ว่า 62% ของโครงการโทเคนที่ยื่นขึ้นทะเบียนภายใต้ MiCA ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่นอก EU ซึ่งสะท้อนว่าความกังวลเรื่องนี้มีพื้นฐานรองรับ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ความกังวลเรื่องกฎระเบียบ EU ดันบริษัทคริปโตออกไปยังเขตอำนาจศาลอื่นยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรม จึงยังไม่มีผลกระทบต่อราคาโดยตรงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากความกังวลนี้สะสมและนำไปสู่การถกเถียงเพื่อปรับ MiCA ในอนาคต อาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดในระยะยาวได้

ตามรายงานจาก

“>Watcher.Guru มอลตาได้แสดงความกังวลว่าแผนกำกับดูแลคริปโตของสหภาพยุโรป (EU) อาจเป็นปัจจัยผลักดันให้บริษัทคริปโตย้ายฐานออกไปยังสหรัฐฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเอเชียแทน ทั้งนี้รายงานดังกล่าวยังไม่ได้ระบุถึงเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานมอลตาที่เป็นผู้ออกมาพูดโดยตรง รวมถึงไม่มีการระบุวันที่แน่ชัดของถ้อยแถลงนี้

มอลตากับบทบาท Blockchain Island ใน EU

มอลตามีประวัติในฐานะผู้บุกเบิกด้านกฎระเบียบคริปโตในยุโรป โดยออกกฎหมายรองรับบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ต้นปี 2561 จนได้รับฉายา “Blockchain Island” เมื่อ EU บังคับใช้กฎ MiCA (Markets in Crypto-Assets) เต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2567 มอลตาก็เดินหน้าออกกฎหมายระดับชาติให้สอดคล้องและเริ่มออกใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโตอย่างจริงจัง โดย Crypto.com สาขามอลตาได้รับใบอนุญาต MiCA ฉบับสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2568 นับเป็นรายแรกของโลก

ตัวเลขสะท้อนความกังวลมีพื้นฐาน

แม้รายงานของมอลตาในครั้งนี้จะยังขาดรายละเอียด แต่ความกังวลเรื่องบริษัทคริปโตเลือกตั้งฐานนอก EU ไม่ใช่เรื่องใหม่ ผลการศึกษาของ LegalBison เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่าในบรรดาโครงการโทเคนอิสระ 441 รายที่ยื่นขึ้นทะเบียนในระบบ MiCA มีเพียง 17% เท่านั้นที่มีสำนักงานใหญ่ใน EU หรือ EEA ขณะที่ 62% ตั้งอยู่นอก EU โดยส่วนใหญ่อยู่ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน สวิตเซอร์แลนด์ และหมู่เกาะเคย์แมน ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทจำนวนมากต้องการให้บริการในตลาด EU แต่กลับเลือกที่จะไม่ตั้งฐานที่นั่น ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลที่มอลตาหยิบยกขึ้นมา


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าจับตาในระยะยาว เพราะมอลตาไม่ใช่ประเทศที่ต่อต้านคริปโต แต่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนตัวยงใน EU การที่แม้แต่พวกเขายังส่งสัญญาณเตือนแสดงว่าอาจมีแรงกดดันจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ถูกนำเสนอในสื่อมากนัก สิ่งที่น่าติดตามคือจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของมอลตาหรือหน่วยงานอย่าง MFSA ออกมาพูดถึงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการหรือไม่ เพราะถ้ามี นั่นอาจจุดประกายให้ EU ต้องทบทวนผลข้างเคียงของ MiCA อย่างจริงจังมากขึ้น

ภาพจาก AI