สรุปข่าว
- บริษัทปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ประสบความสำเร็จในการระดมทุนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งทะยานแตะระดับ 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐและก้าวขึ้นแท่นเป็นสตาร์ทอัปที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ
- การระดมทุนรอบนี้นำทัพโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon Nvidia และ SoftBank รวมถึงการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมผ่านช่องทางธนาคารเป็นครั้งแรกจนสามารถกวาดเม็ดเงินในส่วนนี้ไปได้มากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจุบันบริษัทสามารถทำรายได้มหาศาลถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2024 โดยมีผู้ใช้งาน ChatGPT เป็นประจำทุกสัปดาห์ทะลุ 900 ล้านคนและมีจำนวนผู้สมัครสมาชิกแบบชำระเงินมากกว่า 50 ล้านรายทั่วโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
แม้ OpenAI จะไม่ใช่บริษัทคริปโตโดยตรง แต่ตัวเลขการระดมทุนและการเติบโตที่มหาศาลนี้เป็นตัวจุดประกายความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก ซึ่งจะส่งผลดีเชิงจิตวิทยาต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในกลุ่ม AI รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานอย่างชิปประมวลผลและระบบคลาวด์ให้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นรับกระแสการเติบโตนี้
บริษัทปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ได้ปิดการระดมทุนรอบใหม่ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 1.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าหลังการระดมทุนของบริษัทพุ่งทะยานไปถึง 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการระดมทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตลาดเอกชนและตอกย้ำสถานะของ OpenAI ในฐานะสตาร์ทอัปที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์แบบทิ้งห่างคู่แข่ง การระดมทุนครั้งนี้นำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon Nvidia และ SoftBank โดยมี Microsoft เข้าร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีรายชื่อนักลงทุนระดับโลกอีกมากมายที่เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น BlackRock Blackstone Fidelity Sequoia Temasek Coatue และ ARK Invest สิ่งที่น่าสนใจคือเป็นครั้งแรกที่ OpenAI เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมผ่านช่องทางของธนาคาร ซึ่งสามารถระดมทุนในส่วนนี้ไปได้มากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สถิติรายได้และการเติบโตของผู้ใช้งานที่พุ่งทะยานอย่างไม่หยุดยั้ง
ทางด้านผลประกอบการ OpenAI เปิดเผยว่าปัจจุบันบริษัทสามารถสร้างรายได้สูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากเดิมที่เคยทำได้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาสเมื่อช่วงปลายปี 2024 ในขณะที่แอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง ChatGPT ก็มีผู้ใช้งานแบบแอคทีฟรายสัปดาห์ทะลุ 900 ล้านคนและมีจำนวนผู้สมัครสมาชิกมากกว่า 50 ล้านราย บริษัทยังอ้างว่ามียอดการเข้าชมเว็บไซต์และการใช้งานผ่านมือถือสูงกว่าแอปพลิเคชัน AI อันดับสองถึงหกเท่า และมีระยะเวลาการใช้งานรวมสูงกว่าแอปพลิเคชัน AI อื่นๆ ทั้งหมดรวมกันถึงสี่เท่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าองค์กรคิดเป็นสัดส่วนรายได้มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะเติบโตจนเทียบเท่ากับกลุ่มลูกค้าทั่วไปได้ภายในสิ้นปี 2026 นอกจากนี้ API ของบริษัทยังมีการประมวลผลโทเคนมากกว่า 1.5 หมื่นล้านโทเคนต่อนาที ส่วนเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Codex ก็มีผู้ใช้งานรายสัปดาห์กว่า 2 ล้านคนซึ่งเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าในเวลาเพียงสามเดือน
การขยายวงเงินสินเชื่อและกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
นอกจากเม็ดเงินจากการระดมทุนแล้ว บริษัทยังได้ขยายวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง JPMorgan Chase Citi Goldman Sachs และ Morgan Stanley ซึ่งวงเงินดังกล่าวยังไม่ได้ถูกเบิกออกมาใช้งาน ณ สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทยังได้วางกลยุทธ์โดยใช้พลังการประมวลผลเป็นปราการป้องกันคู่แข่งที่สำคัญ ปัจจุบันกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่การเป็นพันธมิตรด้านคลาวด์กับ Microsoft Oracle AWS CoreWeave และ Google Cloud ไปจนถึงการจัดหาชิปประมวลผลผ่าน Nvidia AMD AWS Trainium Cerebras และการพัฒนาชิปแบบกำหนดเองร่วมกับ Broadcom รวมถึงการเช่าศูนย์ข้อมูลผ่าน Oracle SBE และ SoftBank
การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจร
ในขณะเดียวกัน ทางบริษัทได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ในการสร้างแอปพลิเคชัน AI แบบรวมศูนย์ที่จะผสานรวมความสามารถของ ChatGPT Codex การท่องเว็บ และความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติเข้าไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เป้าหมายของกลยุทธ์นี้คือการแก้ปัญหาคอขวดที่เปลี่ยนจากเรื่องความฉลาดของโมเดลไปเป็นเรื่องความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งการมีแพลตฟอร์มเดียวที่ครอบคลุมทุกการทำงานจะช่วยให้บริษัทสามารถส่งมอบการพัฒนาโมเดลใหม่ๆ ไปสู่ผู้ใช้งานได้โดยตรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น มูลค่าบริษัทที่ระดับ 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ทำให้ OpenAI มีขนาดใหญ่กว่าบริษัทมหาชนเกือบทั้งหมดทั่วโลก โดยมีมูลค่าตลาดเทียบเท่ากับ Berkshire Hathaway และใหญ่กว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Visa JPMorgan Chase หรือแม้แต่ Samsung
ที่มา: OpenAI
มุมมองส่วนตัวผมคิดว่าการระดมทุนรอบนี้ของ OpenAI ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ระดับสตาร์ทอัปแล้วครับ แต่มันคือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก การที่บริษัทมีมูลค่าแซงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมหลายแห่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการดำเนินชีวิต เม็ดเงิน 1.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐบวกกับพันธมิตรด้านคลาวด์และชิปประมวลผลแบบครบวงจรจะทำให้ OpenAI ทิ้งห่างคู่แข่งออกไปอีกไกล สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือแผนการสร้าง Superapp ที่จะรวมทุกฟังก์ชันไว้ในที่เดียว ซึ่งถ้าทำสำเร็จ มันจะกลายเป็นแอปพลิเคชันที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคถัดไปและอาจเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของมนุษย์ไปตลอดกาลครับ
