สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin ยังติดอยู่ในกรอบ $60,000 – $70,000 เนื่องจากตลาดยังขาด “ความเชื่อมั่น” และปัจจัยบวกที่จะมาดันราคาให้พุ่งทะลุโซนนี้ไปได้
- มีอุปทานเหรียญที่ขาดทุนสะสมกว่า 8.4 ล้าน BTC คล้ายช่วงตลาดหมีปี 2022 และนักลงทุนระยะยาวกำลังทยอยตัดขาดทุนออกมาเรื่อยๆ
- แรงซื้อจากฝั่งสถาบันกระจุกตัวอยู่แค่ไม่กี่เจ้า เช่น Strategy ในขณะที่เหมืองใหญ่อย่าง Marathon เทขายเหรียญออกมากว่า 15,000 BTC
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
รายงานล่าสุดจาก Glassnode ระบุว่า Bitcoin กำลังติดอยู่ในกรอบ $60,000 – $70,000 เพราะตลาดขาดความเชื่อมั่นอย่างหนัก ซ้ำร้ายตัวเลข On-Chain ยังชวนให้นึกถึงตลาดหมีปี 2022 ที่นักลงทุนถือยาวแห่ตัดขาดทุนกันสูงถึงวันละ 200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจุดกลับตัวที่แท้จริงจะมาถึงก็ต่อเมื่อแรงขายนี้ลดลงไปแถว 25 ล้านดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมคริปโตช่วงนี้เข้าสู่โหมดระมัดระวังตัว และต้องรอเวลาสลัดรายย่อยออกไปให้หมดก่อนถึงจะไปต่อได้
Glassnode บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ชั้นแนวหน้าได้ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า ภาพรวมตลาดคริปโตกำลังอยู่ในสภาวะ “ขาดความเชื่อมั่น” ส่งผลให้ราคา Bitcoin ถูกแช่อยู่ในกรอบ $60,000 – $70,000 โดยประเมินว่าหากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามากระตุ้น ตลาดก็จะต้องเผชิญกับกำแพงแรงขายที่กดดันการฟื้นตัวต่อไป
ทำไมบรรยากาศตอนนี้ถึงชวนให้นึกถึงตลาดหมีปี 2022?
ในรายงานของ Glassnode ระบุว่า ปัจจุบันมีจำนวน “อุปทานเหรียญที่ขาดทุน” อยู่สูงถึง 8.4 ล้าน BTC ซึ่งเป็นโครงสร้างตลาดที่คล้ายกับช่วงตลาดหมีปี 2022 สิ่งที่น่าสนใจคือ นักลงทุนระยะยาว (ถือครองเกิน 6 เดือน) ของ Bitcoin กำลังยอมตัดขาดทุนเฉลี่ยสูงถึงวันละ 200 ล้านดอลลาร์
แม้สถานการณ์ดังกล่าว จะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตามกลไกตลาด แต่ Glassnode ชี้ว่า จุดต่ำสุดที่แท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตัวเลขการเทขายนี้ลดลงต่ำกว่า 25 ล้านดอลลาร์ต่อวัน นอกจากนี้ ตลาดยังมีแนวต้านสำคัญรออยู่ที่ระดับ $80,000 – $126,000 อีกด้วย
สถาบันพึ่ง ‘เดอะแบก’ รายเดียว ขณะที่สายเก็งกำไรถอยทัพ
ในฝั่งตลาดสปอตเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาดูดซับแรงเทขายบนกระดานเทรดอย่าง Coinbase ทว่าน้ำหนักยังเทไปที่การรอดูสถานการณ์มากกว่าความมั่นใจแบบเต็มร้อย
ส่วนพฤติกรรมการเก็บของ Bitcoin จากฝั่งบริษัทคลังสำรองก็ลดลง โดยปัจจุบันพึ่งพาแค่เพียง “เดอะแบก” อย่าง Strategy เป็นหลัก สวนทางกับฝั่งนักขุดอย่าง Marathon ที่เทขายออกมากว่า 15,000 BTC สะท้อนถึงแรงสนับสนุนเชิงโครงสร้างที่อ่อนแอลง
ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดไปตกอยู่ที่ตลาดอนุพันธ์ ซึ่งถูกรีเซ็ตจนความร้อนแรงลดฮวบ ค่าพรีเมียมฟิวเจอร์สลดลงจนเกือบติดลบ เลเวอเรจต่ำลง บ่งบอกว่า กลุ่มนักเก็งกำไรระยะสั้นได้หนีออกจากตลาดไปแล้ว ทำให้ตลาดกลับเข้าสู่โหมดระมัดระวังและรักษาสมดุลมากขึ้น
มุมมองผู้เขียน: ช่วงเวลาต่อจากนี้ ถือเป็นช่วงทดสอบความอดทนและวัดใจนักลงทุนมากที่สุด สิ่งที่นักลงทุนควรทำคือ การ “รอเวลา” ให้แรงเทขายของนักลงทุนระยะยาวเบาบางลงกว่านี้ เมื่อตลาดดูดซับแรงเทขายของเหรียญของนักลงทุนหน้าเก่าได้หมด ราคาก็มีโอกาสทะยานขึ้นได้พร้อมกับความเชื่อมั่นรอบใหม่
