bitkub-banner

ผู้บริหาร Tether นำทีม PAC สนับสนุนคริปโต เล็งเลือกตั้งกลางเทอม 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Jesse Spiro รองประธานฝ่ายกิจการกำกับดูแลของ Tether ได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน Fellowship PAC ซึ่งเป็น Super PAC ที่สนับสนุนคริปโตในสหรัฐฯ
  • Fellowship PAC เคยประกาศทุ่มงบกว่า $100 ล้านเพื่อสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สนับสนุนนวัตกรรมดิจิทัล โดยมุ่งเป้าการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายน 2026
  • ในเวลาเดียวกัน สภาคองเกรสกำลังถกเถียงร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่อาจห้ามจ่ายดอกเบี้ยแบบ Passive บน Stablecoin ซึ่งอาจส่งผลต่อ USDC ของ Circle มากกว่า Tether

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ Tether เข้ามามีบทบาทโดยตรงในเวทีการเมืองสหรัฐฯ ผ่าน Fellowship PAC ส่งสัญญาณว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเพิ่มอำนาจต่อรองด้านนโยบายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ถ้าร่างกฎหมาย CLARITY Act ห้ามเฉพาะ Passive Yield บน Stablecoin Tether ซึ่งไม่ได้จ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือ USDT อยู่แล้วจะได้เปรียบคู่แข่งอย่าง Circle ทำให้ภาพรวมเป็นบวกต่อ Tether และตลาด Stablecoin โดยรวม

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2026 ตามรายงานจาก Cointelegraph Jesse Spiro รองประธานฝ่ายกิจการกำกับดูแลของ Tether ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธาน Fellowship PAC ซึ่งเป็น Super PAC ที่สนับสนุนนโยบายเป็นมิตรกับคริปโตในสหรัฐฯ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการระหว่างผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ที่สุดในโลกกับองค์กรล็อบบี้ทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2026 Fellowship PAC เคยประกาศเมื่อเดือนกันยายน 2025 ว่าจะทุ่มงบมากกว่า $100 ล้านเพื่อสนับสนุนผู้สมัครที่ผลักดันกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก FEC ระบุว่า ณ วันที่ 1 เม.ย. 2026 PAC ดังกล่าวยังไม่ได้ใช้จ่ายเงินจากที่ประกาศไว้แต่อย่างใด

Fellowship PAC คืออะไร และทำไม Tether ถึงเข้ามาเป็นหัว

Fellowship PAC เปิดตัวในเดือนกันยายน 2025 โดยมีพันธกิจสนับสนุนผู้สมัครที่ส่งเสริม “นวัตกรรมและคริปโต” ในทุกระดับการเลือกตั้ง การที่ Jesse Spiro ผู้บริหารระดับสูงของ Tether มารับตำแหน่งประธานนั้นทำให้บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง USDT ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าหมุนเวียนสูงที่สุดในโลก มีส่วนร่วมโดยตรงกับการกำหนดทิศทางนโยบายคริปโตในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในลักษณะนี้

เป้าหมายหลักของ Fellowship PAC ในการเลือกตั้งกลางเทอม 2026 คือการผลักดันให้ผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกที่สนับสนุนกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางกฎหมายคริปโตในช่วง 2-4 ปีข้างหน้า

CLARITY Act และกฎห้ามจ่ายดอกเบี้ย Stablecoin ส่งผลอย่างไรต่อ Tether

ในช่วงเวลาเดียวกัน สภาคองเกรสกำลังเร่งจัดทำข้อความสุดท้ายของร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งรวมถึงการถกเถียงอย่างเข้มข้นเรื่องการจ่ายผลตอบแทนบน Stablecoin ร่างฉบับที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 ระบุว่าจะ “ห้ามแพลตฟอร์มจ่ายดอกเบี้ยแบบ Passive” บน Stablecoin เหมือนบัญชีออมทรัพย์ แต่ยังอนุญาตให้มี “รางวัลตามกิจกรรม” เช่น การชำระเงินหรือการจัดหาสภาพคล่องให้ DeFi ได้ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการด้านการธนาคารจะพิจารณาร่างกฎหมายนี้ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน 2026

น่าสนใจว่า Tether อยู่ในสถานะที่ได้รับผลกระทบน้อยมากจากกฎดังกล่าว เนื่องจาก USDT ไม่เคยจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือเหรียญอยู่แล้ว Tether เก็บรายได้จากการลงทุนสินทรัพย์สำรองไว้เอง ในทางตรงกันข้าม กฎนี้อาจส่งผลเสียต่อ Stablecoin สัญชาติอเมริกันอย่าง USDC ของ Circle ที่มีโมเดลธุรกิจใกล้เคียงกับบัญชีที่มีดอกเบี้ยมากกว่า ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Tether แต่งตั้งบริษัทบัญชี Big 4 ตรวจสอบทุนสำรอง USDT ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวที่แสดงให้เห็นว่า Tether กำลังเพิ่มความโปร่งใสและเตรียมรับมือกับกฎระเบียบสหรัฐฯ อย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า USDC แซง USDT ในปริมาณเทรดครั้งแรกรอบ 6 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันระหว่างสอง Stablecoin รายใหญ่กำลังเข้มข้นขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Tether น่าสนใจมากเพราะมันเป็นมากกว่าแค่การล็อบบี้ทั่วไป การส่งผู้บริหารระดับรองประธานมาคุมพวง PAC แสดงให้เห็นว่า Tether ให้ความสำคัญกับการกำหนดกฎเกณฑ์ในสหรัฐฯ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่ CLARITY Act กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา สิ่งที่น่าจับตาคือ Fellowship PAC จะใช้เงิน $100 ล้านที่ประกาศไว้จริงหรือไม่ เพราะ ณ ตอนนี้ยังไม่มีการใช้จ่ายแม้แต่น้อย และในที่สุดแล้วกฎห้าม Passive Yield จะออกมาในรูปแบบใด เพราะถ้าห้ามแค่ Passive Yield แต่ยังให้ Activity-Based Rewards ได้ มันก็เหมือนเปิดช่องให้คนพลิกแพลงโมเดลธุรกิจได้ไม่ยาก

ภาพจาก AI