สรุปบทความ
- อาจารย์เจียงวิเคราะห์ว่าสงครามอิหร่านไม่ใช่แค่เรื่องทหาร แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแผนของทรัมป์ที่จะสร้าง “Greater North America” ป้อมปราการทรัพยากรที่พึ่งพาตัวเองได้ แทนที่ระเบียบโลกเดิมของ Bush
- สงครามในตะวันออกกลางจะทำให้โลกขาดแคลนไม่ใช่แค่น้ำมัน แต่รวมถึงวัตถุดิบผลิตปุ๋ย 4 ชนิดและวัตถุดิบผลิตชิป 2 ชนิด กระทบทั้งอุตสาหกรรมอาหารและ AI พร้อมกัน
- ทั้งรัสเซียและสหรัฐฯ ต่างวางแผนระยะยาวเหมือนกัน คือเปลี่ยนเศรษฐกิจเป็น “เศรษฐกิจสงคราม” เพื่อรอดจากการล่มสลายของระเบียบโลกเดิม ใครมีน้ำ มีน้ำมัน มีอาหาร คนนั้นจะอยู่รอด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ดอลลาร์แข็งค่าจากการพึ่งพิงทรัพยากรอเมริกัน + วิกฤตพลังงานและอาหารจะดูดสภาพคล่องออกจากสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต ระยะสั้นกดดันหนัก แต่ระยะยาว Bitcoin อาจได้ประโยชน์ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับรัฐบาลใด
เมื่อคืนที่ผ่านมา (3 เม.ย. 2569) ทรัมป์ออกมาแถลงต่อชาวอเมริกัน ขณะที่ผู้นำออสเตรเลียกับอังกฤษยอมรับว่าราคาน้ำมันพุ่งและสัญญาจะช่วยเหลือประชาชน ทรัมป์กลับลั่นว่าจะ “ถล่มอิหร่านให้กลับไปยุคหิน” พร้อมขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งหมด
ฟังดูเหมือนแค่ข่าวสงคราม แต่ อาจารย์เจียง นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ชื่อดัง ชี้ว่าถ้าเราถอยออกมามองภาพใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่สงครามอิหร่าน แต่คือ การรื้อระเบียบโลกทั้งระบบ ที่มีทั้งรัสเซียและอเมริกาเล่นเกมเดียวกันคนละฝั่ง
บุกอิหร่านทางภาคพื้นดิน? อ.เจียงชี้ “โง่สิ้นดี”
มีข่าวลือว่าทรัมป์อาจอนุมัติส่งกองกำลังภาคพื้นดินบุกอิหร่านภายในไม่กี่สัปดาห์ ตัวบ่งชี้จาก Polymarket ก็ชี้ไปทางเดียวกัน แต่อ.เจียงอธิบายว่าทำไมการบุกอิหร่านถึงเป็นเรื่องที่ “โง่สิ้นดี” ด้วยเหตุผลง่าย ๆ 3 ข้อ
หนึ่ง เทือกเขาซากรอส ที่ทอดยาวทั่วอิหร่านทำให้สงครามกองโจรและโดรนได้เปรียบสุด ๆ สอง ทะเลทรายกว้างใหญ่ ขวางการเคลื่อนพลจากฝั่งตะวันออก และสาม ช่องแคบฮอร์มุซ ที่แคบและวางทุ่นระเบิดได้ง่าย ปัจจุบันสหรัฐฯ มีกำลังพลในตะวันออกกลางแค่ 50,000 นาย ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของอิหร่าน การเรียกกำลังสำรองมาเสริมบ่งชี้ว่าสงครามนี้จะไม่จบเร็ว
อ.เจียงถึงขั้นพูดว่า ถ้าสหรัฐฯ บุกอิหร่านจริง ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงขั้น “จักรวรรดิอเมริกันล่มสลาย” เพราะจะสูญเสียอิทธิพลในตะวันออกกลาง เสีย petrodollar ในฐานะสกุลเงินสำรองโลก และอาจลากเศรษฐกิจโลกลงเหวตามไปด้วย
ไม่ใช่แค่น้ำมัน แต่ปุ๋ยก็จะหมดโลก ชิปก็จะขาด
พูดถึงสงครามตะวันออกกลาง คนส่วนใหญ่คิดแค่ “น้ำมันจะแพง” แต่อ.เจียงชี้ให้เห็นภาพที่ใหญ่กว่านั้นมาก น้ำมันราว 20% ของโลกมาจากตะวันออกกลาง ญี่ปุ่นพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคนี้สูงถึง 75% JP Morgan คาดว่าภายในกลางเดือน เม.ย. วิกฤตขาดแคลนน้ำมันจะเริ่มรุนแรงขึ้นจริง ๆ
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือทรัพยากรอีก 6 ชนิดที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซเหมือนกัน
กลุ่มปุ๋ย — ฟอสเฟต แอมโมเนียม กำมะถัน ยูเรีย ทั้ง 4 ตัวนี้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ย ถ้าขาด = ผลิตอาหารไม่ได้ = วิกฤตอาหารโลก
กลุ่มชิป — ฮีเลียมและกรดกำมะถัน เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ถ้าขาด = ผลิตชิปไม่ได้ = อุตสาหกรรม AI ชะงัก
สรุปง่าย ๆ คือ สงครามอิหร่านไม่ใช่แค่วิกฤตน้ำมัน แต่เป็นวิกฤต “ข้าวไม่มีจะกิน + ชิปหดหาย” ของทั้งโลกไปพร้อมกัน
แผนสร้าง “ป้อมปราการอเมริกา”
แล้วทำไมทรัมป์ถึงยังดันสงครามต่อทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเสี่ยง? อ.เจียงอธิบายว่าเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ใหญ่กว่า
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ Peter Hegseth เพิ่งเปิดตัวยุทธศาสตร์ “Greater North America” ครอบคลุมดินแดนตั้งแต่กรีนแลนด์ถึงเอกวาดอร์ อลาสก้าถึงกายอานา เป็นการบังคับใช้ Monroe Doctrine ยุคใหม่ นี่คือเหตุผลที่ทรัมป์คุกคามทั้งแคนาดา เดนมาร์ก (กรีนแลนด์) โคลอมเบีย เม็กซิโก คิวบา และยึดแหล่งน้ำมันเวเนซุเอลามาเมื่อ ม.ค. ทุกอย่างเชื่อมกันหมด
เมื่อตะวันออกกลางส่งออกน้ำมันไม่ได้ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และยุโรปทั้งทวีปก็ถูกบังคับให้มาพึ่งพาน้ำมันจากสหรัฐฯ แคนาดา และรัสเซียแทน แต่ตลกร้ายคือ ประเทศเหล่านี้ล้วนเป็น เจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ถือพันธบัตรรวมกันมหาศาล ผลก็คือดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้น แม้สหรัฐฯ จะมีหนี้สูงถึง $39 ล้านล้าน เพราะทั้งโลกยังต้องพึ่งพาอเมริกาในด้านพลังงาน ปุ๋ย และอาหาร
รัสเซียกับอเมริกาเล่นเกมเดียวกัน
อ.เจียงชี้ให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจมากคือ ทั้งรัสเซียและสหรัฐฯ กำลังเตรียมตัวรับมือกับ “การล่มสลายของระเบียบโลกเดิม” ด้วยวิธีที่คล้ายกันอย่างน่าขนลุก
ฝั่งรัสเซีย กำลังเปลี่ยนเศรษฐกิจเป็น “เศรษฐกิจสงคราม” เต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมทหารโตขึ้นเรื่อย ๆ ภาคพลเรือนหดตัว สงครามยูเครนที่ยืดเยื้อ 4-5 ปีอาจดำเนินต่อไปอีกหลายทศวรรษ ทั้งหมดนี้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ “Third Rome” จากหนังสือ Foundations of Geopolitics ของ Aleksandr Dugin (1996) ที่เชื่อว่าตะวันตกจะล่มสลายจากเสรีนิยมและปัจเจกนิยม รัสเซียต้องรักษาความเข้มแข็งผ่านชาตินิยมและศาสนา รอดผ่านการล่มสลาย แล้วผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่
ฝั่งอเมริกา ก็ทำเหมือนกันแต่คนละแบบ ทรัมป์กำลังรื้อ “New World Order” ที่ Bush ประกาศในปี 1991 ซึ่งเน้นให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางการเงินโลก ย้ายโรงงานไปต่างประเทศ ใช้วัฒนธรรมพหุนิยมรวมคนทั้งโลก เปลี่ยนมาเป็น “Trump World Order” ที่เน้นพึ่งพาตัวเอง ควบคุมทรัพยากร ฟื้นฟูภาคการผลิต และยอมรับชาตินิยมคริสเตียนอย่างเปิดเผย
อ.เจียงสรุปว่า ทรัมป์มองว่ายุค New World Order ทำให้สหรัฐฯ ถูกเอาเปรียบ โรงงานหนีไปจีน คนอเมริกันเป็นหนี้ท่วม ประเทศกลายเป็นระบบที่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มชนชั้นนำ MAGA จึงไม่ใช่แค่สโลแกนหาเสียง แต่เป็นแผนเตรียมตัวรับมือกับโลกที่กำลังจะเข้าสู่ “ยุคขัดแย้งถาวร”
แผนที่น้ำบอกทุกอย่าง ใครมีน้ำ คนนั้นรอด
อ.เจียงปิดท้ายด้วยตัวชี้วัดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด นั่นคือ “แผนที่ทรัพยากรน้ำ” อเมริกาเหนือและรัสเซียมีน้ำอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และบางส่วนของยุโรปมีน้ำน้อยและเสี่ยงต่อความไม่มั่นคง จีนแม้มีน้ำภายในประเทศมาก แต่ควบคุมแหล่งน้ำที่ไหลไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ซึ่งอาจกลายเป็นจุดชนวนความขัดแย้งครั้งต่อไป
ใครมีน้ำ มีน้ำมัน มีอาหาร คนนั้นจะอยู่รอดในยุคแห่งความขัดแย้ง และตอนนี้มีแค่สองที่ในโลกที่มีครบ คือ อเมริกาเหนือ กับ รัสเซีย
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการวิเคราะห์ของอ.เจียงรอบนี้ทำให้เห็นภาพที่ใหญ่กว่าแค่ “สงครามอิหร่าน” มาก มันคือการเปลี่ยนระเบียบโลกที่ทั้งรัสเซียและอเมริกาเตรียมตัวมานานแล้ว สำหรับนักลงทุนคริปโต ระยะสั้นยังน่ากังวลเพราะดอลลาร์แข็งค่าและตลาดยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในระยะยาว ถ้าระเบียบโลกเปลี่ยนจริงตามที่อ.เจียงวิเคราะห์ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับรัฐบาลใดอาจได้ประโยชน์มหาศาล สิ่งที่ต้องจับตาตอนนี้คือราคาน้ำมัน ท่าทีของจีนกับญี่ปุ่นในฐานะเจ้าหนี้สหรัฐฯ และที่สำคัญที่สุดคือ ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดจริงหรือไม่ เพราะถ้าปิด ผลกระทบจะรุนแรงกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดมาก
ที่มา: Professor Jiang – YouTube
