bitkub-banner

CZ หนุนไอเดีย “พาสปอร์ตคริปโต” อาเซียน เทรดข้ามประเทศไร้รอยต่อ จะเกิดขึ้นจริงหรือแค่ฝัน?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Changpeng “CZ” Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ออกมาสนับสนุนแนวคิด “พาสปอร์ตใบอนุญาตคริปโต” ทั่วภูมิภาคอาเซียน ระหว่างงาน ASEAN Tech Summit Manila 2026 ที่จัดขึ้นในฟิลิปปินส์
  • อาเซียนเคยมีต้นแบบความร่วมมือข้ามพรมแดนมาก่อนแล้ว เช่น กรอบกองทุนรวมข้ามประเทศของ ACMF และโครงการ ACMF Pass สำหรับที่ปรึกษาการลงทุน แต่ยังไม่เคยมีกรอบลักษณะเดียวกันสำหรับธุรกิจคริปโตโดยเฉพาะ ต่างจากยุโรปที่มีกฎ MiCA ให้สิทธิพาสปอร์ตเต็มรูปแบบไปแล้ว
  • แม้ CZ จะออกมาสนับสนุนแนวคิดนี้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลหรือองค์กรใดในอาเซียนประกาศนโยบาย เปิดรับฟังความเห็น หรือกำหนดกรอบเวลาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นสนับสนุนในเวทีเสวนา ยังไม่ใช่นโยบายหรือมาตรการที่มีผลบังคับใช้จริง ข่าวนี้จึงไม่น่าจะส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้น แต่ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมการควบคุมกำกับดูแลคริปโตในภูมิภาคระยะยาว หากแนวคิดนี้ถูกผลักดันต่อจนเป็นรูปธรรมในอนาคต

Changpeng “CZ” Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนแนวคิดการสร้างระบบ “พาสปอร์ตใบอนุญาตคริปโต” ทั่วภูมิภาคอาเซียน ระหว่างการเสวนาในงาน ASEAN Tech Summit Manila 2026 ที่ฟิลิปปินส์ โดยไอเดียนี้ถูกจุดประกายขึ้นจาก Lito Villanueva ประธานผู้ก่อตั้ง FinTech Alliance.PH ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการเสวนาในครั้งนี้ แม้แนวคิดดังกล่าวจะยังห่างไกลจากการเป็นนโยบายจริง เพราะปัจจุบันอาเซียนยังไม่มีกรอบความร่วมมือด้านคริปโตที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาค แต่ก็มีต้นแบบความร่วมมือข้ามพรมแดนในภาคการเงินอื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว

อาเซียนเคยมีต้นแบบความร่วมมือข้ามพรมแดนมาก่อน

แม้อาเซียนจะยังไม่มีระบบพาสปอร์ตสำหรับบริษัทคริปโตโดยตรง แต่หน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาคเคยสร้างกลไกความร่วมมือข้ามพรมแดนในภาคการเงินอื่นมาแล้วหลายครั้ง อย่างเช่น ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) ที่มีกรอบการทำงานสำหรับกองทุนรวม หรือ Collective Investment Schemes Framework ซึ่งเปิดทางให้กองทุนที่ได้รับอนุญาตในประเทศต้นทางสามารถนำไปเสนอขายในประเทศปลายทางที่เข้าร่วมโครงการได้ผ่านกระบวนการอนุมัติแบบย่นระยะเวลา โดยเริ่มใช้งานจริงครั้งแรกในมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยตั้งแต่ปี 2014 ก่อนที่ฟิลิปปินส์จะเข้าร่วมตามในปี 2021

นอกจากนี้ ACMF ยังเคยเปิดตัวโครงการ ACMF Pass ภายใต้ Professional Mobility Framework ซึ่งเปิดทางให้ที่ปรึกษาการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศหนึ่งสามารถขึ้นทะเบียนแบบเร่งด่วนเพื่อให้บริการในอีกประเทศได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตใหม่ทั้งหมด แม้ทั้งสองโครงการนี้จะมีขอบเขตแคบกว่าไอเดียพาสปอร์ตคริปโตที่ Villanueva หยิบยกขึ้นมาและ CZ ให้การสนับสนุน อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละตลาดปลายทางอยู่ดี แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลในอาเซียนเคยใช้หลักการยอมรับร่วมกันและกระบวนการอนุมัติแบบง่ายเพื่อกระชับความร่วมมือในภูมิภาคมาก่อนแล้ว

เทียบกับยุโรปที่ไปไกลกว่าด้วยกฎ MiCA

ตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับแนวคิดพาสปอร์ตคริปโตมากที่สุดอยู่ในสหภาพยุโรป ภายใต้กฎระเบียบ Markets in Crypto-Assets หรือ MiCA ผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโตที่ได้รับใบอนุญาตแล้วสามารถใช้สิทธิพาสปอร์ตในการให้บริการข้ามประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้งหมดได้ทันที เพียงแค่แจ้งหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศต้นทางว่าจะขยายบริการไปยังประเทศและบริการใดบ้าง ซึ่งถือเป็นระบบที่ก้าวหน้ากว่าสิ่งที่อาเซียนมีอยู่ในปัจจุบันมาก

ในมุมของ CZ เองยอมรับว่าความแตกต่างของนโยบายและแนวทางกำกับดูแลในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนทำให้การสร้างความสอดคล้องกันเป็นเรื่องยากกว่าการวางโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคร่วมกันเสียอีก อย่างไรก็ตาม เขายังคงยืนยันว่าบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตในตลาดหนึ่งแล้วควรเผชิญกระบวนการยื่นขอที่เบาลงเมื่อต้องการเข้าสู่อีกตลาดหนึ่งในอาเซียน แทนที่จะต้องเริ่มต้นกระบวนการทั้งหมดใหม่ทุกครั้ง

ที่มา: cointelegraph.com


มุมมองส่วนตัวมองว่าไอเดียนี้ฟังดูสวยหรูในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะแค่เรื่องมาตรฐานการกำกับดูแลคริปโตในแต่ละประเทศอาเซียนเองก็ยังไม่ไปในทิศทางเดียวกันเลย ทั้งไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หรือมาเลเซียต่างก็มีกฎเกณฑ์ของตัวเอง การจะทำให้เกิดพาสปอร์ตคริปโตแบบยุโรปได้จริงคงต้องอาศัยแรงผลักดันทางการเมืองที่หนักแน่นกว่าคำพูดในเวทีเสวนาหนึ่งงาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าทำได้จริง จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน