bitkub-banner

CEO Ripple คาด CLARITY Act ผ่านสภาสหรัฐฯ ภายในพ.ค. 2026 ก่อนเลือกตั้งกลางสมัย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple เผยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 ว่าคาดว่า CLARITY Act จะผ่านสภาสหรัฐฯ ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 ปรับจากคาดการณ์เดิมที่บอกว่าจะผ่านในเดือนเมษายน
  • สาเหตุที่ล่าช้าคือปัญหาขัดแย้งเรื่องการให้ผลตอบแทนบน Stablecoin ซึ่งล่าสุด Coinbase CLO ระบุว่าอาจได้ข้อสรุปภายใน 48 ชั่วโมงนับจากวันที่ 2 เมษายน
  • หากไม่สามารถผ่านกฎหมายได้ก่อนกลางปี 2026 มีความเสี่ยงสูงที่จะล่มทั้งปีเพราะการเมืองช่วงเลือกตั้งกลางสมัยวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

กฎหมาย CLARITY Act เป็นหนึ่งในกฎระเบียบที่ตลาดคริปโตรอคอยมากที่สุด เพราะจะกำหนดชัดว่า XRP และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานใด หากผ่านได้จริงในพฤษภาคม ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่กดดันตลาดมาหลายปีจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาจเปิดทางให้ธนาคารรายใหญ่เข้ามาในตลาดคริปโตมากขึ้น

Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple ออกมาให้ความเห็นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 ผ่านรายการ FOX Business ว่าเขาคาดว่ากฎหมาย Digital Asset Market Clarity (CLARITY Act) หรือ H.R. 3633 จะผ่านสภาวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 โดยปรับจากคาดการณ์เดิมที่เคยบอกว่าจะผ่านในเดือนเมษายน ตามรายงานจาก CryptoGoos บนแพลตฟอร์ม X Garlinghouse ระบุว่าความล่าช้าเกิดจากประเด็นขัดแย้งเรื่องการให้ผลตอบแทนบน Stablecoin ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป แต่แสดงความเชื่อมั่นว่าฝ่ายต่าง ๆ จะหาทางประนีประนอมได้ พร้อมย้ำว่ากฎระเบียบที่ชัดเจนจะช่วยให้ธนาคารรายใหญ่กล้าเข้ามาในตลาดคริปโตมากขึ้น


ประเด็นขัดแย้งเรื่อง Stablecoin และความคืบหน้าล่าสุด

CLARITY Act ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ด้วยคะแนนเสียง 294 ต่อ 134 แต่ติดขัดในขั้นตอนของวุฒิสภา โดยหนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือข้อถกเถียงเรื่องการให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยบน Stablecoin ซึ่งทำให้คณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาต้องยกเลิกการประชุมที่วางแผนไว้ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2026

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 วุฒิสภาสหรัฐฯ ดูเหมือนจะหาทางประนีประนอมในประเด็นนี้ได้บางส่วน โดย Paul Grewal ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ Coinbase ระบุเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ว่าอาจได้ข้อสรุปเรื่องการให้ผลตอบแทนบน Stablecoin ภายใน 48 ชั่วโมง โดยร่างประนีประนอมที่เจรจาโดยวุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks ในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 23 มีนาคม 2026 เสนอให้ห้ามกระดานเทรดคริปโตเสนอผลตอบแทนบน Stablecoin แต่อนุญาตให้มีการให้รางวัลรูปแบบอื่น

ทำไมกำหนดเวลาพฤษภาคมถึงสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญและนักการเมืองหลายคนเตือนว่าหาก CLARITY Act ไม่สามารถผ่านได้ก่อนกลางปี 2026 โอกาสที่มันจะผ่านในปีนี้แทบจะปิดตายทันที เหตุผลหลักคือการเมืองช่วงเลือกตั้งกลางสมัยที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 จะทำให้นักการเมืองหันไปโฟกัสเรื่องการหาเสียงมากกว่าการผ่านกฎหมายที่ซับซ้อน Garlinghouse เน้นย้ำว่านี่คือเหตุผลที่ทีมของ Ripple ให้ความสำคัญกับกรอบเวลานี้มาก เพราะถ้าพลาดปีนี้ วงการคริปโตทั้งหมดอาจต้องรอไปอีกอย่างน้อย 2 ปี

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CEO Ripple เพิ่มความมั่นใจเป็น 90% กฎหมาย Clarity Act ผ่านภายในเมษายน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Garlinghouse ปรับคาดการณ์ออกไปอีกหนึ่งเดือนนับจากตอนนั้น สอดคล้องกับรายงานที่ว่าปัญหา Stablecoin yield ใช้เวลาเจรจานานกว่าที่คาด

CLARITY Act คืออะไร และมีผลต่อ XRP อย่างไร

CLARITY Act เป็นกฎหมายที่เสนอโดยประธานคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎร French Hill เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025 มีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ โดยเฉพาะการกำหนดว่าสินทรัพย์แต่ละประเภทอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) หรือ คณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ซึ่งปัญหาความไม่ชัดเจนในเรื่องนี้คือหัวใจของความขัดแย้งระหว่าง Ripple และ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาหลายปี หากกฎหมายผ่าน XRP และสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ จะได้รับความชัดเจนทางกฎหมายที่ตลาดต้องการมานาน ปัจจุบัน XRP ซื้อขายที่ราคา $1.30 ลดลง 1.02% ในรอบ 24 ชั่วโมง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Garlinghouse ปรับคาดการณ์จากเดือนเมษายนมาเป็นพฤษภาคมไม่ใช่สัญญาณที่น่ากังวลมากนัก เพราะกระบวนการนิติบัญญัติในสหรัฐฯ มักใช้เวลานานกว่าที่คิด สิ่งที่ต้องจับตาจริง ๆ คือว่าข้อตกลงเรื่อง Stablecoin yield จะออกมาในรูปแบบไหน เพราะมันกระทบทั้ง Ripple และผู้เล่นหลักในตลาดหลายราย ถ้าวุฒิสภาได้ข้อสรุปได้จริงในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ โอกาสที่กฎหมายจะผ่านทันพฤษภาคมก็ยังมีอยู่ แต่ถ้าการเจรจาลากยาวออกไปอีก กรอบเวลาอาจตึงมาก

ที่มา: @CryptoGoos

เครดิตภาพจาก @CryptoGoos