สรุปข่าว
- Bitcoin ดีดตัวขึ้น 2.10% แตะ $70,738 ในวันที่ 8 เม.ย. 2569 โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $71,003
- ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 5.44 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมพุ่งขึ้นไปที่ 1.42 ล้านล้านดอลลาร์
- นักวิเคราะห์แบ่งออกเป็นสองขั้ว บางส่วนมองว่าการทะลุระดับจิตวิทยา $70,000 คือสัญญาณขาขึ้นที่แท้จริง ขณะที่อีกฝั่งเตือนว่าอาจเป็นกับดักก่อนการกลับตัว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ Bitcoin ยืนเหนือระดับ $70,000 ได้อีกครั้งพร้อมปริมาณซื้อขายที่แข็งแกร่งนั้นส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ช่วงราคาระหว่างวันที่กว้างถึงกว่า $3,000 สะท้อนถึงความผันผวนสูงที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันที่ 8 เม.ย. 2569 โดยพุ่งทะลุระดับจิตวิทยา $70,000 ขึ้นไปแตะ $70,738 คิดเป็นการปรับตัวขึ้น 2.10% ภายใน 24 ชั่วโมง จุดสูงสุดของวันอยู่ที่ $71,003 ขณะที่จุดต่ำสุดลงไปแตะ $67,805 สะท้อนถึงช่วงการเคลื่อนไหวที่กว้างและผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ

ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 5.44 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าคึกคักพอสมควรในช่วงที่ตลาดกำลังทดสอบระดับราคาสำคัญ มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin อยู่ที่ 1.42 ล้านล้านดอลลาร์ คำถามที่แท้จริงคือ การขึ้นครั้งนี้คือสัญญาณที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นแค่การดีดตัวชั่วคราวก่อนที่แรงขายจะกลับมา?
ฝั่งที่มองบวก ทำไมการขึ้นครั้งนี้อาจเป็นของจริง
มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการดีดตัวครั้งนี้มีน้ำหนัก ประการแรกคือระดับ $70,000 ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา มันคือระดับจิตวิทยาที่ตลาดพยายามทะลุมาหลายรอบ การที่ราคายืนเหนือจุดนี้ได้และแตะ $71,003 ในช่วงสั้นๆ บ่งบอกถึงแรงซื้อที่ยังมีอยู่
ในแง่มหภาค ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า Bitcoin ETF สปอตในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เปลี่ยนพลวัตของตลาดไปอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนสถาบันที่เข้าผ่านช่องทาง ETF มักไม่ขายทิ้งในช่วงสั้น ทำให้แรงขายในฝั่งนี้มีจำกัดกว่าในอดีต นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
ฝั่งที่มองลบ ทำไมนี่อาจเป็นกับดักที่น่ากลัว
แต่รอก่อน ก่อนที่จะฟันธงว่าตลาดขาขึ้นมาถึงแล้ว ลองพิจารณาสัญญาณอีกด้านหนึ่ง ช่วงราคาระหว่างวันที่กว้างกว่า $3,200 นั้นบอกเรื่องราวที่น่าสนใจ Bitcoin ดิ่งลงไปแตะ $67,805 ก่อนจะดีดกลับขึ้นมา นั่นหมายความว่ามีนักลงทุนจำนวนมากที่ถูกล้างพอร์ตหรือตัดสินใจขายทิ้งระหว่างทาง
ในบริบทของสภาพแวดล้อมมหภาคปัจจุบัน ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในหลายประเทศ อาจทำให้นักลงทุนสถาบันบางส่วนรีบทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้ระดับที่ตนตั้งเป้าไว้ การดีดตัวขึ้น 2.10% ในหนึ่งวันนั้นฟังดูน่าตื่นเต้น แต่หากเทียบกับความผันผวนในอดีตของ Bitcoin แล้ว ตัวเลขนี้ยังไม่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนแต่อย่างใด สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือว่าปริมาณซื้อขายที่ 5.44 หมื่นล้านดอลลาร์นั้นมาจากนักลงทุนระยะยาวหรือจากการเก็งกำไรระยะสั้นเป็นหลัก
สัญญาณสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อแยกแยะสองสถานการณ์
หากต้องการรู้ว่าการขึ้นครั้งนี้คือของจริงหรือกับดัก มีสัญญาณหลายอย่างที่ควรติดตาม
ปริมาณซื้อขายและกระแสเงิน ETF
หากตลาดขาขึ้นนี้มีความยั่งยืน ควรเห็นปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับราคา ไม่ใช่ปริมาณที่ลดลงขณะราคาขึ้น นอกจากนี้ข้อมูลกระแสเงินทุนเข้า-ออกจาก Bitcoin ETF สปอตในสหรัฐฯ รายวันถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่นักวิเคราะห์หลายรายติดตามอย่างใกล้ชิด หากกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องหลายวัน นั่นคือสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว
ความสามารถในการยืนเหนือระดับ $70,000
ระดับ $70,000 เป็นตัวเลขที่ตลาดให้ความสำคัญทางจิตวิทยา การที่ราคาสามารถปิดตลาดเหนือระดับนี้ได้ต่อเนื่องหลายวันจะเป็นสัญญาณที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากการดีดตัวแบบชั่วคราว ในทางกลับกัน หากราคาร่วงกลับลงมาใต้ระดับนี้อย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์ฝั่งระวังอาจพิสูจน์ได้ว่าตนอ่านตลาดถูก
สัญญาณจากตลาดฟิวเจอร์และอนุพันธ์
ตลาดฟิวเจอร์ Bitcoin มักให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางที่นักเก็งกำไรรายใหญ่คาดการณ์ไว้ อัตราดอกเบี้ยคงค้าง (open interest) ที่เพิ่มขึ้นพร้อมราคาบ่งบอกว่ามีเงินใหม่ไหลเข้าตลาด ในขณะที่ open interest ที่ลดลงพร้อมราคาขึ้นอาจหมายถึงการปิดสถานะขายมากกว่าการเปิดสถานะซื้อใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อ่อนแอกว่า
ความเห็นผู้เขียน
ผมต้องยอมรับตรงๆ ว่าการที่ Bitcoin พุ่งขึ้น 2.10% แตะ $70,738 นั้นดูน่าตื่นเต้นบนหน้าจอ แต่เมื่อดูภาพรวมทั้งวันแล้ว ผมกลับรู้สึกว่ายังมีหลายคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ
สิ่งที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุดตอนนี้คือพฤติกรรมของราคาในช่วง 48-72 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดที่แข็งแกร่งจริงมักไม่ดิ่งลงมากกว่า 4% แล้วค่อยดีดขึ้นมาใหม่ภายในวันเดียวกัน นั่นฟังดูเหมือนความผันผวนของตลาดที่ยังหาทิศทางไม่ได้ ไม่ใช่การขึ้นแบบมีฐานแน่น
ในแง่ภาพรวม ผมคิดว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้คือทิศทางของนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และกระแสเงินทุนเข้า ETF ที่จะออกมาในช่วงสัปดาห์นี้ ถ้าทั้งสองปัจจัยนี้เป็นบวก ผมก็จะมั่นใจมากขึ้นว่าการขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่กับดัก แต่ถ้าตัวเลข ETF ออกมาผิดหวัง ก็เตรียมใจรับแรงขายที่อาจตามมาได้
คำถามที่ทิ้งไว้ให้คิดคือ ในตลาดที่ทุกคนกำลังมองหาสัญญาณยืนยัน คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังอ่านสัญญาณจริง หรือแค่เห็นในสิ่งที่อยากเห็น?
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
