bitkub-banner

รายงาน FT ระบุอิหร่านเตรียมเก็บค่าผ่านช่องแคบ Hormuz เป็น Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีรายงานจากหลายแหล่งอ้างอิง Financial Times ว่าอิหร่านเตรียมเก็บค่าผ่านทางช่องแคบ Hormuz จากเรือบรรทุกน้ำมันโดยใช้ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่น
  • อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอิหร่านหรือสามารถตรวจสอบบทความต้นฉบับของ FT ได้ในขณะนี้ ทำให้ข่าวนี้ยังอยู่ในสถานะที่ต้องติดตาม
  • หากเป็นเรื่องจริง นี่จะถือเป็นครั้งแรกที่รัฐเอกราชนำ Bitcoin มาใช้เป็นเครื่องมือชำระเงินในโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งพลังงานระดับโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

หากได้รับการยืนยัน การที่รัฐอธิปไตยนำ Bitcoin มาใช้เรียกเก็บค่าบริการในเส้นทางการค้าน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกจะถือเป็นการยืนยันสถานะ Bitcoin ในระดับรัฐบาล ซึ่งอาจสร้างแรงซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผลต่อราคาในระยะสั้นจึงขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของข่าวที่จะปรากฏขึ้นในวันถัดไป

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย มีรายงานจากหลายแหล่งในแวดวงคริปโตอ้างว่า อิหร่านกำลังเตรียมเรียกเก็บค่าผ่านทางช่องแคบ Hormuz จากเรือบรรทุกน้ำมันเต็มลำโดยใช้ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่น โดยอ้างบทความจาก Financial Times ตามรายงานจาก CoinDesk ระบุว่าอิหร่านวางแผนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัลและการชำระเงินดิจิทัลอื่น ๆ ขณะที่แหล่งข่าวใน X อย่าง Ash Crypto และ Watcher.Guru ต่างพากันรายงานข่าวนี้ในลักษณะด่วน อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบบทความต้นฉบับของ Financial Times หรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอิหร่านได้ ทำให้ข่าวนี้ยังต้องติดตามการยืนยันต่อไป

ช่องแคบ Hormuz กับความสำคัญต่อตลาดพลังงานโลก

ช่องแคบ Hormuz ถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก คิดเป็นประมาณ 20% ของการค้าน้ำมันทั่วโลก ทุกวันมีเรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบลำผ่านช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย หากอิหร่านบังคับใช้นโยบายดังกล่าวจริง ก็หมายความว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาจต้องจ่ายค่าผ่านทางในรูป Bitcoin เพื่อส่งน้ำมันออกสู่ตลาดโลก

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Trump ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz ภายใน 48 ชั่วโมง และสถานการณ์ความตึงเครียดในบริเวณดังกล่าวยังคงส่งผลต่อตลาดพลังงานและตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า แรงขุด Bitcoin ในอิหร่านดิ่งลง 77% จากผลกระทบของสงคราม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและ Bitcoin นั้นซับซ้อนมากกว่าที่เห็น

การหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้วยสกุลเงินดิจิทัล

อิหร่านอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และนานาชาติมาเป็นเวลานาน ทำให้ระบบการเงินดั้งเดิมอย่างการโอนผ่าน SWIFT ถูกตัดขาดหรือถูกจำกัดอย่างหนัก การหันมาใช้ Bitcoin หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นในการเรียกเก็บค่าบริการจึงเป็นแนวทางที่อิหร่านเคยศึกษาและทดลองใช้มาก่อน ในอดีตมีรายงานว่าอิหร่านใช้ Bitcoin บางส่วนในการค้าระหว่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ตาม การนำ Bitcoin มาใช้เป็นค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการในช่องแคบยุทธศาสตร์ระดับโลกจะถือเป็นการก้าวขึ้นไปอีกระดับที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในวันเดียวกัน Bitcoin ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ $72,660 หรือบวกราว 6.01% ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานไว้แล้วใน Bitcoin พุ่งทะลุ $72,500 บวกกว่า 6% ส่วนหนึ่งอาจมาจากกระแสข่าวบวกรวมถึงรายงานเรื่องอิหร่านนี้ด้วย แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจมากในแง่ของแนวคิด แต่ต้องระวังอย่างมากก่อนจะตัดสินใจอะไร เพราะตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันจากทั้ง Financial Times เองหรือรัฐบาลอิหร่าน ในโลกคริปโตเราเห็นข่าวประเภทนี้วิ่งในโซเชียลมีเดียก่อนแล้วค่อยพบว่าถูกตีความผิดหรือเป็นข่าวเก่ามาแล้วหลายครั้ง สิ่งที่ควรจับตาคือ Financial Times จะออกบทความยืนยันหรือไม่ และจะมีแถลงการณ์จากเตหะรานตามมาหรือเปล่า ถ้าเป็นจริง นี่จะเป็นหนึ่งในการยืนยันสถานะ Bitcoin ในระดับรัฐบาลที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะช่องแคบ Hormuz ไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือ แต่คือหัวใจของตลาดพลังงานโลก

ที่มา: CoinDesk

เครดิตภาพจาก @AshCrypto