bitkub-banner

NYT สืบสวน 18 เดือน ชี้ Adam Back อาจเป็น Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • New York Times เผยแพร่บทสืบสวนยาว 18 เดือนโดย John Carreyrou ชี้ว่า Adam Back นักเข้ารหัสชาวอังกฤษและ CEO ของ Blockstream อาจเป็น Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin
  • Back เป็นผู้ประดิษฐ์ระบบ Hashcash ในปี 1997 ซึ่ง Satoshi ได้อ้างอิงในไวต์เปเปอร์ Bitcoin และยังเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกที่รับอีเมลจาก Satoshi โดยตรง
  • นักข่าว Carreyrou ยอมรับว่ายังขาดหลักฐานทางคริปโตกราฟีที่ชี้ขาด และมีเพียง Adam Back เท่านั้นที่สามารถพิสูจน์ได้ ขณะที่ Back เองก็ปฏิเสธมาตลอดว่าตนไม่ใช่ Satoshi

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวเกี่ยวกับตัวตน Satoshi Nakamoto มักสร้างกระแสฮือฮาในชุมชน แต่ไม่ค่อยส่งผลต่อราคา Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นเพียงการคาดเดาจากพยานหลักฐานอ้อมค้อมโดยไม่มีการพิสูจน์จริง Bitcoin เองยังคงมูลค่าและการทำงานได้โดยไม่ขึ้นกับว่าใครคือ Satoshi

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย หนังสือพิมพ์ The New York Times ได้เผยแพร่บทสืบสวนโดยนักข่าว John Carreyrou ในชื่อ “Who Is Satoshi Nakamoto? My Quest to Unmask Bitcoin’s Creator” ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Adam Back นักเข้ารหัสชาวอังกฤษและซีอีโอของบริษัท Blockstream อาจเป็นผู้ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังนามแฝง Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ตามรายงานจาก Cointelegraph บทความดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนนานกว่า 18 เดือน และนำเสนอพยานหลักฐานอ้อมค้อมจำนวนมากที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม Carreyrou เองยอมรับว่า “หลักฐานชี้ขาดที่แท้จริงคือการพิสูจน์ทางคริปโตกราฟี และมีเพียง Adam เท่านั้นที่ทำได้”

ทำไม Adam Back จึงเป็นผู้ต้องสงสัยตลอดกาล

ชื่อของ Adam Back ถูกโยงเข้าหา Satoshi มาตั้งแต่ต้น เพราะในปี 1997 เขาเป็นผู้ประดิษฐ์ระบบ Hashcash ซึ่งเป็นกลไก Proof-of-Work ที่ออกแบบมาเพื่อกรองสแปมอีเมล และ Satoshi ได้อ้างอิงผลงานนี้โดยตรงในไวต์เปเปอร์ Bitcoin ที่เผยแพร่เมื่อปี 2008 ยิ่งไปกว่านั้น Back ยังเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกที่ได้รับอีเมลจาก Satoshi ก่อนที่ Bitcoin จะเปิดตัวต่อสาธารณะ และยังได้รับแจ้งอีกครั้งในเดือนมกราคม 2009 เมื่อ Bitcoin เริ่มทำงานจริง นอกจากนี้บันทึกโต้ตอบอีเมลระหว่าง Back กับ Satoshi ยังถูกนำเข้าเป็นหลักฐานในศาลสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 อีกด้วย

ทว่า Back ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในปี 2020 เมื่อช่อง YouTube “Barely Sociable” เสนอทฤษฎีเดียวกัน และในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ที่เขาออกมายืนยันอีกครั้งบน X ว่าตนไม่ใช่ Satoshi ปัจจุบัน Back ดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Blockstream บริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งในปี 2014 ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันสเกลาบิลิตี้ให้กับ Bitcoin

ปริศนา Satoshi ที่ยังไม่มีคำตอบ

ตัวตนของ Satoshi Nakamoto ถือเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคดิจิทัล นับตั้งแต่ที่ Satoshi ยุติบทบาทในการพัฒนา Bitcoin เมื่อปลายปี 2010 และส่งอีเมลฉบับสุดท้ายที่รู้จักในเดือนเมษายน 2011 ว่าได้ “ผ่านไปสู่สิ่งอื่นแล้ว” ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีบุคคลหลายคนถูกระบุว่าอาจเป็น Satoshi ไม่ว่าจะเป็น Hal Finney, Nick Szabo หรือ Dorian Nakamoto ส่วน Craig Wright ที่อ้างตัวเองว่าเป็น Satoshi ก็ถูกศาลสหราชอาณาจักรตัดสินว่าคำกล่าวอ้างนั้นไม่เป็นความจริง

รายงานของ NYT ครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจในแง่ที่มาจากสื่อกระแสหลักระดับโลกและผ่านการสืบสวนนานถึง 18 เดือน แต่ยังคงอยู่ในระดับ “หลักฐานอ้อมค้อมที่หนักแน่น” เท่านั้น ไม่ใช่การพิสูจน์ที่ชัดเจน วิธีเดียวที่จะยืนยันตัวตน Satoshi ได้อย่างแน่ชัดคือการเซ็นลายมือดิจิทัลด้วย Private Key จากบล็อกแรกของ Bitcoin หรือที่รู้จักกันว่า Genesis Block ซึ่งมีเหรียญ Bitcoin ที่ไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายเป็นมูลค่ามหาศาล ณ ราคาปัจจุบันที่ $71,794 ต่อเหรียญ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งในดราม่าที่วนเวียนกลับมาในวงการคริปโตทุกสองสามปี ซึ่งก็สนุกดีสำหรับการถกเถียง แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรกับ Bitcoin จริงๆ สิ่งที่น่าสังเกตคือ NYT เลือกใช้นักข่าว John Carreyrou ซึ่งมีชื่อเสียงจากการแฉคดี Theranos ทำให้บทความนี้มีน้ำหนักมากกว่าทฤษฎีทั่วไป แต่ถ้า Adam Back เป็น Satoshi จริง คำถามที่น่าสนใจกว่าคือเหรียญ BTC หลักล้านดอลลาร์ที่ Satoshi เก็บไว้ตั้งแต่ยุคแรกจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ยังคงอยู่นิ่งทั้งหมด และถ้าวันไหนมีการขยับ นั่นคือสัญญาณที่ตลาดจะสั่นไหวจริงๆ

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Dlord_offficial