สรุปข่าว
- OKX Ventures และ HashKey ประกาศเข้าลงทุนใน CAEX (Vietnam Prosperity Digital Asset Exchange JSC) กระดานเทรดคริปโตสัญชาติเวียดนามที่มี VPBank เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
- การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วย CAEX ระดมทุนให้ถึง 1 หมื่นล้านดองเวียดนาม (ราว 383 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท) ตามเงื่อนไขขั้นต่ำของโครงการนำร่องออกใบอนุญาตคริปโตของเวียดนาม
- โครงการนำร่องของเวียดนามกำหนดให้ผู้ถือหุ้นสถาบันต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 65% และจำกัดสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่เกิน 49% ซึ่งสะท้อนนโยบายที่เข้มงวดมากในภูมิภาค
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ผู้เล่นระดับโลกอย่าง OKX และ HashKey เข้าลงทุนในกระดานเทรดท้องถิ่นของเวียดนามเป็นสัญญาณบวกต่อการขยายตัวของตลาดคริปโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของนักลงทุนสถาบันในการเข้าสู่ตลาดที่มีกรอบกฎหมายชัดเจน ซึ่งอาจดึงดูดเงินทุนใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศคริปโตในภูมิภาคนี้
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk และ Cointelegraph OKX Ventures แขนลงทุนของกระดานเทรด OKX และ HashKey กลุ่มบริการสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ได้ประกาศเข้าลงทุนใน CAEX หรือ Vietnam Prosperity Digital Asset Exchange JSC กระดานเทรดคริปโตน้องใหม่ของเวียดนามที่มี VPBank Securities เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นก่อตั้ง การลงทุนครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยให้ CAEX สามารถระดมทุนให้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่รัฐบาลเวียดนามกำหนดสำหรับโครงการนำร่องออกใบอนุญาตกระดานเทรดคริปโต ซึ่งอยู่ที่ 1 หมื่นล้านดองเวียดนาม หรือราว 383 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นระดับโลกกำลังหันมาให้ความสนใจตลาดเวียดนามอย่างจริงจัง
เวียดนามเดินหน้ากำกับคริปโตอย่างเข้มข้น
เวียดนามได้เปิดตัวโครงการนำร่องกำกับดูแลตลาดคริปโตระยะเวลา 5 ปีตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ผ่าน Resolution 05/2025/NQ-CP และกฎหมายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยให้นิยามทางกฎหมายที่ชัดเจนแก่สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซีเป็นครั้งแรก คณะกรรมการหลักทรัพย์แห่งรัฐ (SSC) เริ่มรับคำขอใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2569 โดยวางเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก นอกจากเงินทุนขั้นต่ำ 383 ล้านดอลลาร์แล้ว ยังกำหนดให้ผู้ถือหุ้นสถาบันต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 65% โดยต้องมีผู้ถือหุ้นสถาบันจากภาคธนาคารและการเงินอย่างน้อย 2 รายเข้ามาลงทุนรวมกันเกิน 35% และจำกัดสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่เกิน 49%
CAEX ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 โดยมีผู้ถือหุ้นก่อตั้งได้แก่ LynkiD JSC (50%), Future Land Investment Co., Ltd. (39%) และ VPBank Securities JSC (11%) โดย CAEX ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางการเงินของ Vietnam Prosperity Bank (VPBank) ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารเอกชนชั้นนำของเวียดนาม ปัจจุบัน CAEX วางแผนระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อยกระดับทุนจดทะเบียนให้ถึง 1 หมื่นล้านดอง ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับของโครงการนำร่อง และการเข้ามาของ OKX Ventures กับ HashKey ครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนระดมทุนดังกล่าว
OKX และ HashKey เดิมพันกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การตัดสินใจของ OKX Ventures และ HashKey เข้าสู่ตลาดเวียดนามสะท้อนกลยุทธ์ที่มุ่งขยายฐานในภูมิภาคที่มีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมากและมีอัตราการรับรู้คริปโตสูงเป็นอันดับต้นของโลก เวียดนามยังถือเป็นตลาดที่กระดานเทรดต่างชาติยังครองสัดส่วนการเทรดอยู่มาก และรัฐบาลเวียดนามก็ตั้งใจจะผลักดันให้มีกระดานเทรดในประเทศที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเพื่อดูดซับปริมาณการเทรดจากแพลตฟอร์มต่างชาติ โดยในเดือนมีนาคม 2569 กระทรวงการคลังเวียดนามยืนยันว่ามีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว 5 รายรวมถึงบริษัทในเครือ Techcombank, VPBank และ LPBank อย่างไรก็ตาม มูลค่าการลงทุนที่แน่ชัดของ OKX Ventures และ HashKey ใน CAEX รวมถึงสัดส่วนหุ้นที่จะได้รับยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวของ OKX Ventures และ HashKey ครั้งนี้น่าสนใจมากในแง่กลยุทธ์ เพราะทั้งสองรายเลือกที่จะ “เล่นตามกติกา” ของรัฐบาลเวียดนามแทนที่จะรอดูสถานการณ์ อาจหมายความว่าพวกเขามองว่าตลาดเวียดนามมีศักยภาพสูงพอที่จะรับกับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎที่สูงลิ่ว ข้อที่น่าจับตาต่อไปคือกระดานเทรดรายอื่นจะรีบตามเข้ามาลงทุนในผู้สมัครที่ผ่านคุณสมบัติรายอื่นอีกหรือเปล่า และ CAEX จะสามารถระดมทุนให้ครบ 383 ล้านดอลลาร์ได้สำเร็จและได้รับใบอนุญาตจริงเมื่อไหร่ ซึ่งนั่นจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าโมเดลกำกับดูแลของเวียดนามใช้งานได้จริงหรือไม่ในทางปฏิบัติ
ที่มา: CoinDesk, Cointelegraph
ภาพจาก AI
