สรุปข่าว
- Anthropic ได้เปิดตัว Claude Mythos อย่างเป็นทางการผ่านโครงการ Project Glasswing โดยให้บริษัทพาร์ทเนอร์ 12 ราย รวมถึง Amazon, Apple, Microsoft, Google, Cisco, CrowdStrike, NVIDIA และ Palo Alto Networks ใช้โมเดลนี้เพื่องานด้านการป้องกันด้าน Security โดยเฉพาะ
- ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Mythos ค้นพบช่องโหว่ Zero-day หลายพันรายการในซอฟต์แวร์สำคัญ ซึ่งหลายรายการถือว่า “มีอันตราย” และบางส่วนซ่อนตัวมานานนับทศวรรษในระบบปฏิบัติการและ Web Browser ทุกรายการ
- ผลกระทบของ Mythos ใหญ่โตถึงขนาดที่ Jerome Powell และ Scott Bessent เรียกประชุมด่วนกับ CEO ธนาคารรายใหญ่สหรัฐฯ เพื่อหารือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของระบบการเงินที่อาจเกิดขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคาคริปโต: Neutral
การมาของ mythos อาจสร้างความตึงเครียดในตลาด Cybersecurity โดยทั่วไป แต่ในระยะยาวหากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโดยรวมปลอดภัยขึ้น จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของ DeFi และระบบ Blockchain ที่มันมักตกเป็นเป้าของแฮ็กเกอร์
Mythos:โมเดลที่อาจเปลี่ยนโลก Cybersecurity ตลอดกาล
Claude Mythos ไม่ใช่การอัพเกรดแบบปกติ แต่เป็น “ก้าวกระโดด” ครั้งใหม่ที่ Anthropic จัดอยู่ในระดับเหนือกว่าโมเดล Opus ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดในปัจจุบัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Tier ใหม่ที่เรียกว่า “Capybara” ที่มีความสามารถด้านการเขียนโค้ด, การให้เหตุผลและความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงกว่าโมเดลใดที่เคยมีมา
Anthropic ระบุว่าโมเดลนี้ “ก้าวหน้าเหนือระดับกว่าโมเดล AI ตัวอื่น ๆ ในด้านความสามารถทางไซเบอร์ ในลักษณะที่อาจนำมาซึ่งคลื่นของโมเดลที่สามารถโจมตีช่องโหว่ได้เร็วกว่าความสามารถของฝ่ายป้องกันอย่างมาก” ด้วยเหตุนี้เองที่ Anthropic จึงเลือกไม่เปิดให้ใช้งานทั่วไป แต่นำไปปรับใช้ในเชิงป้องกันก่อนผ่าน Project Glasswing
Project Glasswing: ให้ AI ป้องกันก่อน ไม่ใช่ให้ AI โจมตีก่อน
Dario Amodei ผู้เป็น CEO ได้เขียนใน X ว่า “ความเสี่ยงจากการทำสิ่งนี้ผิดพลาดนั้นถือว่ามีความร้ายแรง แต่ถ้าทำได้ถูกต้อง นี่คือโอกาสจริงที่จะสร้างอินเทอร์เน็ตและโลกที่ปลอดภัยกว่าที่เคยมีมาก่อนยุค AI”
ภายใต้ Project Glasswing พาร์ทเนอร์ 12 องค์กรจะใช้ Mythos Preview เพื่อสแกนซอฟต์แวร์ของตัวเองและซอฟต์แวร์ open-source เพื่อค้นหาช่องโหว่และแชร์ผลการค้นพบกับอุตสาหกรรมโดยรวม เป้าหมายคือเพื่อเตรียมโลกให้รับมือกับยุคที่ AI กลายเป็นอาวุธคุกคามด้าน Cybersecurity ในมือของทุกคน
ตัวเลขที่น่าตื่นตะลึง: Zero-day หลายพันรายการ รวมถึง bug ที่อยู่มานานถึง 27 ปี
Anthropic เปิดเผยว่า Mythos Preview ค้นพบช่องโหว่ Zero-day หลายพันรายการในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายรายการถูกจัดอยู่ในระดับสร้างความเสียหายได้ร้ายแรงและยากต่อการตรวจจับ ทั้งช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการและ Web Browser รายใหญ่
กรณีที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคือการที่ Mythos Preview สร้างช่องโหว่บน Web Browser โดยอัตโนมัติที่เชื่อมช่องโหว่ 4 รายการเข้าด้วยกันเพื่อหลบ Sandbox ของทั้ง Renderer และระบบปฏิบัติการ รวมถึงแก้ปัญหาการจำลองการโจมตีเครือข่ายองค์กรที่ผู้เชี่ยวชาญมนุษย์ต้องใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง อีกทั้งมันยังหา bug เจอโดยที่ bug ที่ว่าอยู่มาแล้วกว่า 27 ปีใน OpenBSD ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย
ผลกระทบทันทีต่อตลาดและระบบการเงิน
หลังจาก Fortune เผยแพร่ข้อมูลรั่วไหลของ Mythos ในปลายเดือนมีนาคม หุ้นของบริษัท Cybersecurity รายใหญ่อย่าง CrowdStrike, Palo Alto Networks, Zscaler, SentinelOne, Okta, Netscope และ Tenable ต่างร่วงลงระหว่าง 5%-11% ท่ามกลางความกังวลว่า AI รุ่นใหม่อาจลดความต้องการผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยแบบดั้งเดิม
ในสเกลระดับความกังวลที่เพิ่มขึ้นทำให้ Jerome Powell และ Scott Bessent เรียกประชุมกับ CEO ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นการเร่งด่วน เพื่อหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่ Mythos อาจก่อให้เกิดขึ้นต่อระบบการเงิน โดย JPMorgan Chase เป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์เปิดตัวโครงการนี้ด้วย
Project Glasswing และ Claude Mythos สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ Cybersecurity ในมุมผู้เขียน สิ่งที่ Anthropic กำลังทำนั้นน่าชื่นชมในแง่ของเจตนา การปล่อย AI ทรงพลังที่สุดในมือฝ่ายป้องกันก่อน แทนที่จะปล่อยออกไปแล้วค่อยเก็บกวาดทีหลัง ดังที่ CrowdStrike ระบุในฐานะพาร์ทเนอร์ผู้ก่อตั้งว่า “การโจมตีด้วย AI เพิ่มขึ้น 89% ในปีที่แล้ว ทั้งฝ่ายโจมตีและฝ่ายป้องกันกำลังใช้เครื่องมือเดียวกัน คำถามคือใครจะใช้ได้เร็วกว่า”
สำหรับชาวคริปโต ประเด็นนี้มีนัยสำคัญมาก เพราะโปรโตคอล DeFi, Smart Contract และ Exchange ล้วนเป็นซอฟต์แวร์ที่หากมีช่องโหว่จะตกเป็นเป้าอันน่าดึงดูดยิ่งกว่าระบบใด ๆ ในโลก ถ้า Mythos ช่วยปิดช่องโหว่เหล่านั้นได้ก่อน นั่นอาจเป็นข่าวดีที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ Crypto Security ในรอบปี
ที่มา: X, TechCrunch, Fortune, CNN, CNBC
