สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วง 3.06% ในวันที่ 12 เม.ย. 2569 หลุดระดับ $71,000 มาซื้อขายที่ $70,853 โดยราคาสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงแตะ $73,721
- ปริมาณการซื้อขายรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.04 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงขายที่เข้ามาพร้อมกับการปรับตัวของราคา ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังแกว่งตัวในกรอบ
- โครงสร้างตลาดระยะกลางยังคงเป็นขาลง Bitcoin ยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญแถว $73,100 ได้ และแนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาลงนับตั้งแต่จุดสูงสุดใกล้ $124,000 เมื่อกลางปี 2568
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านแถว $73,100 ได้ ขณะที่โครงสร้างระยะกลางยังคงแกว่งตัวในกรอบ $66,000 $74,900 แรงขายที่กลับมาพร้อมปริมาณการซื้อขายระดับนี้ส่งสัญญาณว่าผู้เล่นในตลาดยังไม่มั่นใจพอที่จะผลักดันราคาให้ทะลุแนวต้านสำคัญ
ราคา Bitcoin ร่วงลง 3.06% ในวันที่ 12 เม.ย. 2569 หลุดระดับจิตวิทยา $71,000 มาซื้อขายที่ $70,853 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $73,721 การปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านแถว $73,100 ได้ ก่อนจะถูกแรงขายกดลงมาอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ในขณะนี้อยู่ที่ 1.42 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.04 หมื่นล้านดอลลาร์

การปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งในแง่ของทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และสถานการณ์ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต
ผลกระทบต่อนักลงทุนระยะยาว
สำหรับผู้ที่ถือ Bitcoin มาระยะยาวนับตั้งแต่ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $124,000 เมื่อกลางปี 2568 การร่วงลงมาจากระดับนั้นกว่า 43% ถือเป็นแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักลงทุนที่ทยอยสะสมในช่วงที่ราคาอยู่ในระดับต่ำกว่านี้อาจยังอยู่ในสถานะกำไรหรือใกล้เคียงกับราคาทุน
ในแง่ของการบริหารพอร์ต นักลงทุนระยะยาวหลายรายมักมองว่าช่วงที่ราคาแกว่งตัวในกรอบเช่นนี้เป็นโอกาสในการทยอยสะสมเพิ่มแบบค่าเฉลี่ย แต่ควรพิจารณาโครงสร้างตลาดรวมด้วย เพราะแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาลงต่อเนื่อง และระดับราคาปัจจุบันยังอยู่ในกรอบกลางของช่วงแกว่งตัวที่กว้างถึง 13.5%
มุมมองจากฝั่งเทรดเดอร์และตลาดอนุพันธ์
การที่ราคา Bitcoin ร่วงลงจากจุดสูงสุดรอบนี้ที่ $73,721 ลงมาต่ำกว่า $71,000 ภายในวันเดียว แสดงให้เห็นว่าแรงขายทำกำไรและการปิดสถานะ Long เริ่มกลับมา เมื่อราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญแถว $73,100 ได้ต่อเนื่อง นักเทรดระยะสั้นที่เปิดสถานะซื้อในช่วงที่ราคาฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ $65,970 เมื่อ 30 มี.ค. ที่ผ่านมาเริ่มถูกแรงกดดันมากขึ้น
ในตลาดอนุพันธ์ การร่วงลงแบบนี้มักนำมาซึ่งการล้างพอร์ตของผู้ที่เปิดสถานะ Long ด้วย Leverage สูง ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงขายในตลาดและทำให้ราคาร่วงได้เร็วกว่าปกติ นักเทรดควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของ Open Interest และอัตรา Funding Rate ในตลาดฟิวเจอร์เพื่อประเมินทิศทางของแรงกดดันในระยะสั้น
ระดับราคาสำคัญที่ต้องจับตา
โครงสร้างตลาดของ Bitcoin ในขณะนี้ชัดเจนว่าอยู่ในช่วงแกว่งตัวระหว่าง $66,000 ถึง $74,900 โดยการที่ราคาหลุดต่ำกว่า $71,000 มาซื้อขายที่ $70,853 ทำให้ระดับ $70,000 กลายเป็นโซนที่นักลงทุนจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นทั้งระดับจิตวิทยาและแนวรับสำคัญตามที่ระบบวิเคราะห์เทคนิคชี้ไว้
ในฝั่งขาขึ้น การที่ราคาจะกลับมาสร้างแนวโน้มบวกได้อีกครั้งต้องอาศัยการทะลุผ่านแนวต้านแถว $73,100 อย่างชัดเจนและยั่งยืน และหากต้องการเปลี่ยนโครงสร้างระยะกลางจากที่แกว่งตัวเป็นขาขึ้น ราคาต้องทะลุ $75,000 ให้ได้ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญกว่า ขณะที่แนวรับถัดไปหากหลุด $70,000 คือโซน $68,700
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการร่วงลงของ Bitcoin ในวันนี้ไม่ได้น่าตกใจมากนัก ถ้ามองภาพรวม เพราะราคายังคงอยู่ในกรอบแกว่งตัวที่เราเห็นมาเกือบห้าสัปดาห์แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสัญญาณที่ว่าราคาไม่สามารถยืนเหนือ $73,100 ได้แม้จะฟื้นตัวมากว่า 10% จากจุดต่ำสุดรอบนี้ นั่นสะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนโครงสร้างตลาด
สิ่งที่ผมจะจับตาดูต่อจากนี้คือพฤติกรรมของราคาในโซน $70,000 ว่าจะมีแรงรับกลับมาหรือไม่ ถ้าราคาหลุดและปิดต่ำกว่า $70,000 อย่างชัดเจน แรงขายอาจเพิ่มขึ้นและนำราคาไปทดสอบโซนถัดไปที่ $68,700 และในที่สุดอาจถึงแนวรับหลักที่ $66,000 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบแกว่งตัวนี้ ผมแนะนำให้ผู้ที่ถืออยู่ไม่ควรตัดสินใจอะไรเร็วเกินไป แต่ควรติดตามภาพรวมตลาดโลกและทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยเหล่านั้นยังคงมีน้ำหนักต่อราคาคริปโตในระยะนี้
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
