bitkub-banner

Aave DAO โหวตผ่านแกรนต์ $25 ล้านให้ Aave Labs ด้วยเสียง 75%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Aave DAO ลงมติอนุมัติข้อเสนอผูกพันครั้งแรกภายใต้กรอบ “Aave Will Win” มอบเงินกว่า $25 ล้านในรูปสเตเบิลคอยน์และ AAVE 75,000 โทเคนให้แก่ Aave Labs ด้วยคะแนนเสียงราว 75%
  • เงินกว่า $25 ล้านจะแบ่งเป็นการจัดสรรทันที 5 ล้าน aEthLidoGHO และที่เหลืออีก 20 ล้านจะทยอยจ่ายในระยะ 6-12 เดือน ส่วน AAVE 75,000 โทเคน (มูลค่าราว $6.8 ล้าน) จะปลดล็อกเป็นรายเดือนใน 48 เดือน
  • ต้องจับตาว่า Aave Labs จะนำเงินก้อนนี้ไปพัฒนาโปรโตคอลอย่างไร และ Aave Chan Initiative ที่โหวตคัดค้านจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างไรต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ชุมชนผู้ถือโทเคนอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่ให้ทีมพัฒนาสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทิศทางของโปรโตคอล การล็อก AAVE 75,000 โทเคนไว้นาน 48 เดือนยังช่วยลดแรงขายในระยะสั้น แต่ผลกระทบต่อราคาคงจำกัด เนื่องจากตลาดโดยรวมยังมีปัจจัยมหภาคกดดันอยู่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph Aave DAO ได้ผ่านการโหวตผูกพันครั้งแรกภายใต้กรอบ “Aave Will Win” โดยมีมติอนุมัติแกรนต์มูลค่า $25 ล้านในรูปสเตเบิลคอยน์ พร้อม AAVE อีก 75,000 โทเคนให้แก่ Aave Labs ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนราว 75% หรือคิดเป็น 522,780 โหวตต่อ 175,310 โหวต ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของโปรโตคอล DeFi ชั้นนำนี้ โดยกำหนดให้ Aave Labs ส่งรายได้ทั้งหมดจากบริการที่มีแบรนด์ Aave กลับคืนสู่คลังของ DAO

รายละเอียดการจัดสรรเงินและโครงสร้างการปลดล็อก

สำหรับเงินสเตเบิลคอยน์จำนวน $25 ล้าน จะถูกจัดสรรในรูปของ aEthLidoGHO โดยแบ่งเป็นการโอนทันที 5 ล้านหน่วยในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 14 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย ส่วนที่เหลืออีก 20 ล้านหน่วยจะทยอยจ่ายผ่านระบบ streaming payment ตามกำหนดเวลา 6 เดือนและ 12 เดือน ขณะที่ AAVE จำนวน 75,000 โทเคน ซึ่งมีมูลค่าราว $6.8 ล้านในขณะนั้น จะถูกนำมาจากกองทุน ecosystem reserve ของ Aave DAO และปลดล็อกแบบรายเดือนตลอดระยะเวลา 48 เดือน การล็อกโทเคนในระยะยาวเช่นนี้ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยจัดตำแหน่งผลประโยชน์ระหว่างทีมพัฒนาและผู้ถือโทเคนระยะยาวให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ในแง่ผู้ลงคะแนน รายที่มีน้ำหนักสูงสุดฝ่ายสนับสนุนคือ 0x7F4…cd1E1 ซึ่งเชื่อมโยงกับ ParaFi Capital ที่ลงคะแนน 190,000 AAVE และ luggis.eth ด้วยคะแนน 123,580 AAVE ขณะที่ Aave Chan Initiative (aci.eth) ซึ่งมี Marc Zeller เป็นผู้ก่อตั้ง ลงคะแนนคัดค้านด้วยน้ำหนัก 166,200 AAVE สะท้อนความเห็นต่างในชุมชนที่ยังมีอยู่แม้ข้อเสนอจะผ่านไปแล้ว

เส้นทางสู่การโหวตและความขัดแย้งในชุมชน

กรอบ “Aave Will Win” เริ่มต้นจากการประกาศครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ. 2568 ก่อนจะผ่านการโหวต Temp Check นอกเชนบน Snapshot เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 ด้วยคะแนน 52.58% ซึ่งถือว่าสูสีมาก โดยในช่วงนั้นข้อเสนอเดิมขอสเตเบิลคอยน์ถึง $42.5 ล้าน Marc Zeller แห่ง Aave Chan Initiative ได้ออกมาตั้งคำถามถึงขนาดงบประมาณและอำนาจโหวตที่จะได้รับ ก่อนที่ข้อเสนอจะถูกปรับลดเหลือ $25 ล้านในขั้น ARFC ที่เสนอเมื่อราว 27 มี.ค. 2569 ท้ายที่สุดการโหวตผูกพันบน chain เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 ผ่านด้วยคะแนน 75% ยืนยันว่ากลุ่มผู้ถือโทเคนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในแนวทางดังกล่าว แม้ฝ่ายคัดค้านยังคงมีเสียงค่อนข้างหนักอยู่

ความสำคัญต่อ DeFi และทิศทางของ Aave

ภายใต้กรอบ “Aave Will Win” Aave Labs ตกลงจะส่งรายได้ 100% จากผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ Aave กลับสู่คลัง DAO ซึ่งหมายความว่าการพัฒนาโปรโตคอลและรายได้จะเชื่อมโยงกันโดยตรง ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าสู่โมเดลที่ “เน้นโทเคนเป็นศูนย์กลาง” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งผู้ก่อตั้ง Aave อย่าง Stani Kulechov เคยพูดถึงหลังการผ่าน Temp Check ว่านี่คือทิศทางที่โปรโตคอลควรมุ่งไป สำหรับนักลงทุนและผู้ใช้ DeFi เรื่องนี้น่าจับตาว่า Aave จะนำงบก้อนนี้ไปพัฒนาฟีเจอร์ใหม่หรือเพิ่มสภาพคล่องอย่างไร ซึ่งจะส่งผลต่อ GHO stablecoin และตลาดกู้ยืมโดยรวมด้วย


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการโหวตผ่านครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกสำหรับ Aave ในแง่การกำกับดูแล (governance) แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ Aave Chan Initiative ยังคงลงคะแนนคัดค้านด้วยน้ำหนักกว่า 1.66 แสนโหวต ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขเล็กน้อยเลย ความขัดแย้งภายในชุมชนเรื่องขนาดงบประมาณและการกระจายอำนาจโหวตอาจปะทุขึ้นอีกในอนาคตถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจ ตอนนี้ต้องรอดูว่า Aave Labs จะใช้เงิน $25 ล้านไปกับอะไรบ้าง และรายได้ที่ส่งกลับ DAO จะมีมูลค่าเท่าไหร่เทียบกับที่รับไป ถ้าตัวเลขออกมาดีก็น่าจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI