bitkub-banner

BlackRock ยื่นเอกสารเปิดตัว ETF ใหม่ BITA สร้างรายได้จาก Covered Call บน IBIT

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BlackRock ยื่นแก้ไขเอกสาร S-1 กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 สำหรับกองทุน iShares Bitcoin Premium Income ETF ภายใต้ชื่อย่อ BITA โดยคาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์
  • BITA จะสร้างรายได้โดยขาย Covered Call Options บนกองทุน IBIT ที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อแปลงความผันผวนของ Bitcoin ให้เป็นกระแสรายได้สม่ำเสมอ
  • นักวิเคราะห์ ETF อย่าง Eric Balchunas คาดค่าธรรมเนียมบริหารอยู่ที่ราว 0.38% และให้ Coinbase เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลกขยายสายผลิตภัณฑ์ Bitcoin ให้ครอบคลุมนักลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Bitcoin กำลังถูกยอมรับในโลกการเงินกระแสหลักมากขึ้น การมาของ BITA จะดึงดูดนักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่เคยไม่สนใจ Bitcoin เพราะไม่มีรายได้ประจำ ส่งผลดีต่อความต้องการ Bitcoin ในระยะยาว

BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ยื่นแก้ไขเอกสารจดทะเบียน S-1 กับสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 สำหรับกองทุน ETF ตัวใหม่ชื่อ iShares Bitcoin Premium Income ETF ภายใต้ชื่อย่อ $BITA ตามรายงานจาก Bitcoin Archive กองทุนนี้จะสร้างรายได้ด้วยการขาย Covered Call Options บนกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเปลี่ยนความผันผวนของ Bitcoin ให้กลายเป็นกระแสเงินสดสม่ำเสมอสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุน คาดว่า BITA จะเปิดตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลัง ETF ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Eric Balchunas ระบุว่าเป็นเรื่อง “สัปดาห์ ไม่ใช่เดือน”

ภาพสกรีนช็อตเอกสารยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) สำหรับ iShares® Bitcoin Premium Income ETF (BITA) ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุน ETF ใหม่ที่สร้างรายได้จากการขาย Covered Call บน IBIT
ภาพสกรีนช็อตเอกสารยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) สำหรับ iShares® Bitcoin Premium Income ETF (BITA) ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุน ETF ใหม่ที่สร้างรายได้จากการขาย Covered Call บน IBIT (ภาพจาก: @BitcoinArchive)

BITA คืออะไร และทำงานอย่างไร

กลยุทธ์หลักของ BITA คือการขาย Covered Call Options โดยใช้หน่วยลงทุนของกองทุน IBIT เป็นสินทรัพย์อ้างอิง วิธีนี้เรียกว่า “Covered Call Strategy” ซึ่งผู้บริหารกองทุนจะขายสิทธิให้คนอื่นซื้อ IBIT ในราคาที่กำหนดล่วงหน้า แลกกับเบี้ยประกัน (Premium) ที่ได้รับทันที เบี้ยประกันเหล่านี้จะถูกแจกจ่ายให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นรายได้สม่ำเสมอ

ข้อแลกเปลี่ยนคือ ผู้ถือหน่วยลงทุน BITA จะได้รับรายได้สม่ำเสมอ แต่จะพลาดส่วนของกำไรหาก Bitcoin พุ่งสูงเกินราคาที่ตกลงไว้ในสัญญา Option นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากราคา Bitcoin ที่อาจร่วงลงด้วย ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ที่ราคา $71,620 และ BlackRock ได้สะสม IBIT ถึง 788,927 BTC มูลค่าราว 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรองรับกลยุทธ์นี้ได้ ทั้งนี้ Coinbase จะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของ BITA

เปรียบเทียบกับ ETF ประเภทเดียวกันในตลาด

BITA ไม่ใช่กองทุน Bitcoin Income ETF แรกในตลาด ก่อนหน้านี้มีหลายกองทุนที่ใช้กลยุทธ์คล้ายกัน ได้แก่ YieldMax Bitcoin Option Income Strategy ETF (YBIT) ที่มีอัตราการจ่ายผลตอบแทนราว 24% ต่อปี, Grayscale Bitcoin Premium Income ETF (BPI) ที่มีอัตราการจ่ายผลตอบแทนราว 24.82% ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 และ Amplify Bitcoin 2% Monthly Option Income ETF (BITY) ที่มีอัตราการจ่ายผลตอบแทนราว 27.90% ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ BITA ต่างออกไปคือชื่อ BlackRock ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีฐานนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่และความน่าเชื่อถือระดับโลก ประกอบกับกองทุน IBIT ที่เป็นฐานสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Bitcoin ETF ทั้งหมด สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือความแตกต่างระหว่าง “อัตราการจ่ายผลตอบแทน” (Distribution Rate) ซึ่งเป็นตัวเลขที่อาจรวมการคืนเงินต้นไว้ด้วย กับ “30-Day SEC Yield” ที่สะท้อนรายได้จากการลงทุนจริงๆ ซึ่งมักต่ำกว่ามาก

BlackRock กำลังสร้างระบบนิเวศ Bitcoin ครบวงจร

การเปิดตัว BITA ครั้งนี้สะท้อนภาพที่ชัดขึ้นว่า BlackRock ไม่ได้มองว่า Bitcoin เป็นแค่สินทรัพย์เก็งกำไร แต่กำลังสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินครบชุดรอบๆ Bitcoin โดยเริ่มจาก IBIT ซึ่งเป็นกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2567 และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา IBIT ยังซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกราว 6 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ถือครองรวม 788,927 BTC มูลค่าราว 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า BlackRock’s Ethereum ETF สร้างประวัติศาสตร์ ระดมทุนทะลุ $10,000 ล้าน ขึ้นแท่น ETF โตเร็วสุดอันดับ 3 ตลอดกาล แสดงให้เห็นว่า BlackRock ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ Bitcoin เท่านั้น แต่กำลังขยายสายผลิตภัณฑ์คริปโตอย่างต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการมาของ BITA น่าสนใจมากในแง่ของการขยายฐานนักลงทุน Bitcoin เพราะมีคนจำนวนมากที่ไม่อยากถือ Bitcoin โดยตรงเพราะ “ไม่สร้างรายได้” และ BITA ตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าหลงเชื่อตัวเลขผลตอบแทนสูงๆ โดยไม่ดูรายละเอียด เพราะ “Distribution Rate” กับ “ผลตอบแทนจริง” อาจต่างกันมาก และกลยุทธ์ Covered Call ก็มีข้อเสียคือพลาดกำไรก้อนใหญ่หาก Bitcoin พุ่งแรง ถ้า Bitcoin วิ่งขึ้นรอบใหม่ คนถือ BITA อาจได้ดอกเบี้ยนิดเดียว แต่พลาดกำไรหลักไปหมด จุดที่น่าจับตาคือรายละเอียดค่าธรรมเนียมและโครงสร้าง Option ที่ BlackRock จะเปิดเผยในเอกสาร S-1 ฉบับสมบูรณ์ก่อนเปิดตัวจริง

ที่มา: @BitcoinArchive

ภาพจาก AI