bitkub-banner

Allbirds ทิ้งธุรกิจรองเท้า ผันตัวขาย GPU บนคลาวด์ หุ้น $BIRD พุ่งกว่า 400%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Allbirds (Nasdaq: BIRD) ประกาศเลิกทำธุรกิจรองเท้า หันมาเป็นผู้ให้บริการ GPU บนคลาวด์ (GPU-as-a-Service) พร้อมเตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น NewBird AI
  • บริษัทได้ลงนามข้อตกลงระดมทุน $50 ล้านผ่านพันธบัตรแปลงสภาพกับนักลงทุนสถาบัน คิดเป็นเกือบสองเท่าของมูลค่าตลาดก่อนประกาศที่อยู่ที่ราว $22 ล้าน
  • ต้องจับตาการอนุมัติของผู้ถือหุ้นในที่ประชุมพิเศษวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งจะชี้ชะตาทั้งดีลระดมทุนและการขายแบรนด์รองเท้า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เกี่ยวกับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ใช่สินทรัพย์คริปโต แม้กระแส AI infrastructure จะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการพลังประมวลผลที่คล้ายกับในโลกคริปโต แต่ยังไม่มีผลโดยตรงต่อราคาสกุลเงินดิจิทัล

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Watcher.Guru บริษัท Allbirds, Inc. (Nasdaq: BIRD) ที่เคยรู้จักกันในฐานะแบรนด์รองเท้าที่เน้นความยั่งยืน ได้ประกาศเปลี่ยนทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ โดยจะหันมาเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ GPU บนคลาวด์แบบครบวงจร พร้อมกับเตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “NewBird AI” ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้น $BIRD พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยข้อมูลจากชาร์ตชี้ให้เห็นว่าราคาเคลื่อนตัวจากระดับต่ำกว่า $3 ขึ้นมาแตะบริเวณ $13.68 ในช่วงระหว่างวัน โดยแหล่งข่าวหลายแห่งรายงานการพุ่งขึ้นมากกว่า 400% พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ลงนามข้อตกลงระดมทุน $50 ล้านผ่านพันธบัตรแปลงสภาพกับนักลงทุนสถาบันรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะปิดดีลในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้

จากรองเท้ายั่งยืนสู่ GPU บนคลาวด์

Allbirds ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 โดย Tim Brown และ Joey Zwillinger เปิดตัวในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ด้วยมูลค่ากว่า $4 พันล้าน แต่หลังจากนั้นธุรกิจรองเท้าก็ประสบปัญหาหนัก ราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 99% จากจุดสูงสุด ก่อนที่บริษัทจะประกาศขายแบรนด์และสินทรัพย์รองเท้าทั้งหมดให้กับ American Exchange Group ในราคาประมาณ $39 ล้าน เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

หลังปล่อยธุรกิจรองเท้า บริษัทหันหัวเข้าสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการเป็นผู้ให้บริการ GPU-as-a-Service และโซลูชันคลาวด์สำหรับ AI อย่างครบวงจร แม้บริษัทจะไม่มีประสบการณ์ด้าน AI มาก่อน แต่กระแสความต้องการพลังประมวลผลสูงที่กำลังพุ่งในตลาดโลกทำให้นักลงทุนตอบรับเป็นอย่างดี

ดีล $50 ล้านและการลงมติผู้ถือหุ้น

วงเงินระดมทุน $50 ล้านผ่านพันธบัตรแปลงสภาพนั้นมีนัยสำคัญ เพราะมันคิดเป็นเกือบสองเท่าของมูลค่าตลาดของบริษัทก่อนการประกาศที่อยู่ที่ราว $22 ล้าน ทั้งการปิดดีลระดมทุนและการขายแบรนด์รองเท้าล้วนขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในที่ประชุมพิเศษที่คาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 18 พ.ค. 2569 นอกจากนี้ หากผู้ถือหุ้นอนุมัติการขายสินทรัพย์ บริษัทยังวางแผนจ่ายเงินปันผลพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 20 พ.ค. 2569 ในช่วงไตรมาสที่สามอีกด้วย

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Allbirds เพราะในช่วงที่ผ่านมามีบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง รวมถึงอดีตบริษัทขุดเหรียญคริปโต ที่พยายามปรับตัวมาสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน GPU และ AI เพื่อรับกระแสความต้องการที่พุ่งสูงในตลาด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเคสของ Allbirds นี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของ “pivot play” ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เห็นบ่อยขึ้นในช่วงหลัง คือเอาบริษัทที่ธุรกิจหลักใกล้ตาย แล้ว rebranding ไปทำธุรกิจใหม่ที่กำลังร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็น AI, blockchain หรือครั้งก่อนหน้าก็มีคริปโต น่าสังเกตว่าตอนนี้ AI เป็น buzzword ใหม่ที่ทำให้หุ้นพุ่งได้เหมือนกัน สิ่งที่ต้องจับตาคือผลการโหวตของผู้ถือหุ้นในวันที่ 18 พ.ค. เพราะถ้าไม่ผ่าน ทุกอย่างก็อาจพังทลาย และอย่าลืมว่าบริษัทนี้ยังไม่มีประสบการณ์ด้าน AI จริงๆ เลย ความสำเร็จในระยะยาวจึงยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่

ที่มา: @Watcher.Guru

เครดิตภาพจาก @notreload_ai