bitkub-banner

ทรัมป์ประกาศชนะสงครามอิหร่าน แม้ยังไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์ประกาศว่าสงครามกับอิหร่าน “จบแล้ว” และสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะ แม้การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานล้มเหลวไปแล้วเมื่อ 3 วันก่อน
  • กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13-14 เมษายน หลังการเจรจาล้มเหลว
  • ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่ทำตั้งแต่ 7 เมษายนยังมีผลอยู่ แต่ยังไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

คำประกาศชัยชนะของทรัมป์สร้างความไม่แน่นอน เพราะยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพจริง และการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินอยู่ ตลาดคริปโตน่าจะเคลื่อนไหวแบบรอดูสถานการณ์จนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น

ทรัมป์ออกมาประกาศว่าสงครามกับอิหร่าน “จบแล้ว” และสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะ ตามรายงานจาก The Spectator Index ในช่วงเช้าวันที่ 15 เมษายน 2569 ตามเวลาไทย คำประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่ชัดเจน เพราะการเจรจาสันติภาพ 21 ชั่วโมงที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน เพิ่งล้มเหลวไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน และกองทัพเรือสหรัฐฯ ก็เพิ่งเริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอย่างเป็นทางการในวันที่ 13-14 เมษายนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการที่ทรัมป์พูดว่า “มันจบแล้ว” ในการสัมภาษณ์กับ Bartiromo น่าจะเป็นกลยุทธ์กดดันในสไตล์การเจรจาของทรัมป์มากกว่าการประกาศสันติภาพจริง

https://twitter.com/thespectatorindex/status/2044200031360807193

เส้นทางที่ยาวนานสู่ “ชัยชนะ” ที่ยังคลุมเครือ

ตลอดช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 ทรัมป์ประกาศชัยชนะเหนืออิหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมที่กล่าวว่าสหรัฐฯ ชนะแล้วโดยไม่ให้หลักฐาน จนถึงวันที่ 25 มีนาคมที่เรียกปฏิบัติการนี้ว่า “ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงมหาศาล” จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง ภายใต้เงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ได้เรียกการหยุดยิงนี้ว่า “ชัยชนะของสหรัฐอเมริกา” อย่างไรก็ตาม อิหร่านเองก็ประกาศชัยชนะเช่นกัน โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่าการหยุดยิงไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของสงคราม

หลังจากการเจรจาที่อิสลามาบัดล้มเหลวในวันที่ 12 เมษายน รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ แถลงว่าอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขของสหรัฐฯ เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ และทรัมป์ก็ขู่ว่าจะโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดและโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่านหากการเจรจาล้มเหลวสนิท แม้กระนั้น ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันที่ 13 เมษายนว่าข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ยังคงมีผลอยู่

การปิดล้อมทางทะเลและผลกระทบต่อตลาดคริปโต

การที่สหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในวันที่ 13-14 เมษายน ทำให้สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด แม้ทรัมป์จะออกมาพูดว่า “สงครามจบแล้ว” ก็ตาม ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า น้ำมัน WTI ร่วงกว่า 2% แตะ $96 หลังสหรัฐฯ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะ Bitcoin พุ่ง 5.8% และ JD Vance ประกาศสหรัฐฯ-อิหร่านไม่บรรลุข้อตกลง หลังคุยกัน 21 ชั่วโมง ตลาดคริปโตร่วงทันที แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านมีผลต่อตลาดคริปโตอย่างมีนัยสำคัญมาโดยตลอด

นักวิเคราะห์ในโซเชียลมีเดียชี้ว่าการที่ทรัมป์พูดว่า “มันจบแล้ว” ขณะที่การปิดล้อมยังดำเนินอยู่และยังไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพ อาจเป็นกลยุทธ์กดดันให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขในการเจรจารอบถัดไป มากกว่าจะเป็นการประกาศสิ้นสุดสงครามอย่างแท้จริง ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดคริปโตต้องจับตาดูพัฒนาการอย่างใกล้ชิด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้ยังห่างไกลจากการ “จบ” จริงๆ เพราะการปิดล้อมทางทะเลยังอยู่ ข้อตกลงสันติภาพถาวรยังไม่มี และทั้งสองฝั่งต่างก็ประกาศชัยชนะในแบบของตัวเอง ในมุมของตลาดคริปโต สิ่งที่น่าจับตาคือว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดได้อย่างสมบูรณ์แค่ไหน เพราะถ้าการปิดล้อมยังดำเนินต่อไปและราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก ตลาดคริปโตอาจได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมได้ ขณะที่ถ้าสถานการณ์คลี่คลายจริง ก็อาจเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นตลาดโดยรวม

ที่มา: @TheSpectatorIndex

เครดิตภาพจาก @Jessica221l1