สรุปข่าว
- วุฒิสมาชิก Thom Tillis แสดงความมั่นใจ “อย่างระมัดระวัง” ว่ากฎหมาย Stablecoin ของสหรัฐฯ จะก้าวหน้าต่อไปได้
- คาดเริ่มกระบวนการ Markup ในคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาช่วงปลายเดือนเม.ย. 2026 พร้อมเตรียมปล่อยร่างแก้ไขของ CLARITY Act สัปดาห์นี้
- หากร่างกฎหมายไม่เข้าสู่สภาเต็มก่อนสิ้นเดือนเม.ย. มีความเสี่ยงถูกเลื่อนออกไปจนกว่าจะผ่านช่วงหาเสียงกลางเทอม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ความคืบหน้าด้านกฎหมาย Stablecoin ในสหรัฐฯ เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโตโดยรวม เพราะกรอบกฎกติกาที่ชัดเจนจะเปิดทางให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศ Stablecoin ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาษาที่ “ระมัดระวัง” และยังไม่มีกำหนดโหวตที่แน่ชัดทำให้ผลกระทบต่อราคาในทันทีมีจำกัด
วุฒิสมาชิก Thom Tillis (พรรครีพับลิกัน รัฐนอร์ธแคโรไลนา) แสดงจุดยืน “มั่นใจอย่างระมัดระวัง” ว่ากฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ของสหรัฐฯ จะสามารถก้าวต่อไปได้ ตามรายงานจาก Cointelegraph อ้างอิงรายงานของ Eleanor Terrett เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2026 โดย Tillis คาดว่าคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาจะเข้าสู่กระบวนการ Markup ได้ในช่วงปลายเดือนเม.ย. นี้ ขณะที่การเจรจากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ Tillis ยังเตรียมเผยแพร่ร่างแก้ไขกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายสองพรรคที่มุ่งวางกรอบกำกับดูแลภาคคริปโตอย่างครอบคลุมภายในสัปดาห์นี้ด้วย
CLARITY Act คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ
CLARITY Act คือร่างกฎหมายสองพรรคที่ Tillis ร่วมกับวุฒิสมาชิก Angela Alsobrooks (พรรคเดโมแครต รัฐแมรีแลนด์) ผลักดัน โดยได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบขาวแล้วตั้งแต่เดือนมี.ค. 2026 ประเด็นสำคัญที่ยังต้องเจรจาคือเรื่องผลตอบแทนจาก Stablecoin (Stablecoin yield) กล่าวคือร่างกฎหมายนี้เสนอให้ห้ามการจ่ายดอกเบี้ยแบบ Passive เพียงเพราะถือ Stablecoin อยู่ แต่ยังคงอนุญาตให้จ่ายรางวัลที่ผูกกับกิจกรรม เช่น การชำระเงิน การโอน หรือการใช้งานบนแพลตฟอร์ม
ตลาด Stablecoin ปัจจุบันมีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 3.21 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึง USDT ของ Tether และ USDC ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาด หากกฎหมายนี้ผ่าน จะทำให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC), คณะกรรมการกำกับซื้อขายล่วงหน้า (CFTC) และกระทรวงการคลังร่วมกันกำหนดนิยามของรางวัลที่อนุญาตและร่างกฎป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมายภายใน 12 เดือนหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา กับเส้นตายปลายเดือนเม.ย.
แม้สัญญาณจะดูเป็นบวก แต่มีคำเตือนจากแหล่งข่าวหลายรายว่าหาก CLARITY Act ไม่สามารถผ่านเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาเต็มก่อนสิ้นเดือนเม.ย. มีความเสี่ยงสูงที่กระบวนการทั้งหมดจะถูกเลื่อนออกไปจนกว่าจะพ้นช่วงหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอม นอกจากนี้ Tillis ยังเสนอให้จัดงาน “crypto palooza” หรือ “crypto summit” บนเนินเขาแคปิทอล เพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาคธนาคารและภาคคริปโตมาหารือและคลี่คลายข้อกังวลที่ยังค้างอยู่
ทั้งนี้ตลาดพยากรณ์ปัจจุบันให้โอกาสที่ CLARITY Act จะได้รับการลงนามเป็นกฎหมายในปี 2026 อยู่ที่ราว 59% ลดลงจาก 82% เมื่อต้นปี สะท้อนให้เห็นว่าความไม่แน่นอนในกระบวนการนิติบัญญัติยังมีอยู่สูง แม้จะมีแรงหนุนจากทำเนียบขาวและการเจรจาระหว่างพรรคที่คืบหน้าแล้วก็ตาม ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CLARITY Act หลุดตารางวุฒิสภา แต่ ส.ว. Tillis เตรียมปล่อยร่างสุดท้ายสัปดาห์นี้ ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการล่าสุดในครั้งนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า ความคืบหน้าของ CLARITY Act รอบนี้ให้ความรู้สึก “ใกล้แต่ยังไม่ถึง” ครั้งนี้มีทั้งการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคและทำเนียบขาว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีกว่าที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่ากังวลคือตลาดพยากรณ์บอกว่าโอกาสผ่านกฎหมายร่วงจาก 82% มาเหลือ 59% แสดงว่าคนในวงการยังไม่มั่นใจ 100% สิ่งที่ต้องจับตาคือจะมีการ Markup จริงในช่วงปลายเม.ย. นี้หรือไม่ ถ้าผ่านได้ก็เป็นสัญญาณบวกชัดเจนสำหรับ Stablecoin ทั้งตลาด แต่ถ้าหลุดเส้นตายอีกครั้ง คงต้องรอนานกว่าที่คิด
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
