bitkub-banner

Circle เปิดตัว USDC Bridge โอน USDC ข้ามเชนได้โดยตรง ไม่ต้องจ่ายค่าแก๊สเอง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Circle เปิดตัวบริการ USDC Bridge ช่วยให้โอน USDC ข้ามบล็อกเชนได้โดยตรง ด้วยกลไก burn-to-mint แบบ native
  • จุดเด่นสำคัญคือระบบจัดการค่าแก๊สบนบล็อกเชนปลายทางให้อัตโนมัติ ลดความซับซ้อนสำหรับผู้ใช้
  • บริการนี้สร้างบน Cross-Chain Transfer Protocol (CCTP) ของ Circle ซึ่งช่วยขจัดปัญหา USDC แบบ wrapped token และลดความเสี่ยงจากบริดจ์ของบุคคลที่สาม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การเปิดตัว USDC Bridge ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ USDC ข้ามบล็อกเชน ซึ่งอาจกระตุ้นการใช้งาน DeFi และสภาพคล่องในระบบนิเวศคริปโตโดยรวม แม้ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาตลาดโดยตรง แต่เป็นสัญญาณบวกของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ที่แข็งแกร่งขึ้น

Circle Internet Financial ผู้ออก USDC ประกาศเปิดตัวบริการ USDC Bridge อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph บริการใหม่นี้ช่วยให้ผู้ใช้โอน USDC ข้ามบล็อกเชนได้โดยตรงผ่านกลไก burn-to-mint แบบ native โดยไม่ต้องพึ่งพาบริดจ์จากบุคคลที่สามหรือ wrapped token อีกต่อไป จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของบริการนี้คือระบบจัดการค่าแก๊สบนบล็อกเชนปลายทางให้อัตโนมัติ และตัดปัญหาความซับซ้อนในการเลือกเส้นทางออกไป ทำให้ประสบการณ์การโอนข้ามเชนง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย USDC Bridge สร้างบน Cross-Chain Transfer Protocol (CCTP) ที่ Circle พัฒนามาตั้งแต่ปี 2566

USDC Bridge แก้ปัญหาอะไร และทำงานอย่างไร

หนึ่งในปัญหาหลักของการโอนสเตเบิลคอยน์ข้ามเชนในปัจจุบันคือการกระจัดกระจายของสภาพคล่อง เพราะบริดจ์แบบดั้งเดิมมักสร้าง wrapped token เช่น USDC.e แทนที่จะเป็น USDC แท้ที่ออกโดย Circle โดยตรง กลไก burn-to-mint ของ USDC Bridge แก้ปัญหานี้ด้วยการเผา USDC บนบล็อกเชนต้นทาง แล้ว mint USDC ใหม่บนบล็อกเชนปลายทางในปริมาณเท่ากันทุกประการ ทำให้ USDC ที่ผู้ใช้ได้รับยังคงเป็น USDC แท้ที่ออกโดย Circle ทุกครั้ง

นอกจากนี้ ฟีเจอร์จัดการค่าแก๊สอัตโนมัติถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ที่สำคัญ เพราะโดยปกติแล้วผู้ใช้ต้องถือโทเคนของบล็อกเชนปลายทางไว้ล่วงหน้าเพื่อจ่ายค่าแก๊ส ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ใช้ทั่วไป USDC Bridge จัดการส่วนนี้ให้อัตโนมัติ ทำให้กระบวนการโอนข้ามเชนลื่นไหลขึ้นมาก

บริบทของ CCTP และการขยายตัวของ USDC บนหลายเชน

USDC Bridge สร้างอยู่บน CCTP ซึ่ง Circle เปิดตัวครั้งแรกในเดือน เม.ย. 2566 และอัปเกรดเป็น CCTP V2 เมื่อเดือน มี.ค. 2568 โดย CCTP V2 เพิ่มความสามารถ Fast Transfer ที่ทำให้การโอนเสร็จภายในไม่กี่วินาที เทียบกับ 13-19 นาทีในแบบปกติ และฟีเจอร์ Hooks สำหรับทำงานอัตโนมัติหลังการโอนเสร็จ ปัจจุบัน USDC รองรับการออกแบบ native บน 30 บล็อกเชน ตามข้อมูล ณ เดือน ก.พ. 2569 การเปิดตัว USDC Bridge จึงเป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานที่ Circle สร้างมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ USDC กลายเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ใช้งานได้ไร้รอยต่อในทุกเครือข่ายบล็อกเชน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Circle สร้าง USDC กว่า 3.25 หมื่นล้านดอลลาร์บน Solana ใน 7 วัน สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่พุ่งสูงสำหรับสภาพคล่อง USDC บนหลายเชน ซึ่ง USDC Bridge ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าบริการ USDC Bridge เป็นก้าวที่น่าสนใจมากในแง่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน DeFi การที่ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าแก๊สบนเชนปลายทางนั้นลดอุปสรรคได้จริง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้งานหลายเชนพร้อมกัน สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ Circle จะขยาย USDC Bridge ให้รองรับบล็อกเชนอื่น ๆ นอกเหนือจากที่มีอยู่เพิ่มขึ้นแค่ไหน และโปรโตคอล DeFi รายใหญ่จะนำมาผนวกเข้ากับบริการของตัวเองอย่างไร ถ้าการนำไปใช้งานจริงเป็นไปอย่างรวดเร็ว อาจเห็น USDC ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นในสนามสเตเบิลคอยน์ที่แข่งขันดุเดือดอยู่ในตอนนี้

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI