bitkub-banner

Bitcoin ให้ผลตอบแทนแซงทองคำ-S&P 500 ยามเกิดวิกฤตโลก 7 ครั้ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ในช่วงวิกฤตระดับโลก 7 ครั้งระหว่างปี 2020–2026 Bitcoin ฟื้นตัวได้ดีกว่าทองคำและดัชนี S&P 500 มากถึง 6 ใน 7 ครั้ง 
  • มีเพียงวิกฤต Yen Carry Trade ปี 2024 ที่ Bitcoin ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าทองคำและดัชนีหุ้นสหรัฐฯ
  • งานวิจัยจาก Grayscale ปี 2026 ยืนยันว่า มุมมองของนักลงทุนสถาบันเปลี่ยนแปลงไป โดยมองว่า คริปโตฯ สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้อย่างแข็งแกร่ง

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Bitcoin ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่า ทองคำ และ S&P 500 ในยามเกิดวิกฤตโลก 7 ครั้ง ตลอดช่วงปี 2020-2026 ด้วยอัตราการฟื้นตัวรอบ 60 วันที่แข็งแกร่งกว่าเกือบทุกรอบ สถิติเหล่านี้เริ่มเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนสถาบันให้หันมายอมรับ BTC ในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ยุคใหม่ สะท้อนจากเม็ดเงินที่ทะลักเข้ากองทุน ETF อย่างต่อเนื่องแม้ในยามสงคราม ประกอบกับการเริ่มนำไปใช้งานจริงระดับประเทศ เช่นกรณีที่ประเทศอิหร่านเปิดชำระค่าผ่านทางเป็นคริปโตฯ

หากนับตั้งแต่ปี 2020 จนถึงปี 2026 Bitcoin ผ่านบทพิสูจน์มาแล้ว 7 ครั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และสามารถทำผลตอบแทนในรอบ 60 วันได้เหนือกว่าทั้งทองคำและ S&P 500 ได้เกือบทั้หมด ซึ่งมากถึง 6 ครั้ง สถิติเหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มมองว่า BTC ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เสี่ยงอีกต่อไป

ส่องสถิติ 7 ครั้งของ Bitcoin ยามเกิดวิกฤตโลก

เมื่อมองย้อนกลับไปดูข้อมูลในอดีต จะพบว่า Bitcoin มีการตอบสนองต่อวิกฤตโลกในเชิงบวกมากกว่า ทองคำและ S&P 500 อย่างเห็นได้ชัด 

ที่มา: Bitcoin Archive/X

ในปี 2020 เมื่อเกิดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงต้นปี Bitcoin ปรับตัวขึ้นถึง +20% ในขณะที่ทองคำขึ้นแค่ +6% และ S&P 500 ติดลบ -7% ถัดมาในช่วงวิกฤตการระบาดของ COVID-19 ราคา BTC ปรับตัวขึ้นถึง 21% ทิ้งห่างทองคำและ S&P 500 ขาดลอย

รูปแบบของราคาเหล่านี้ ยังคงเกิดขึ้นเช่นเดียวกันในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน, วิกฤตภาคการธนาคารของสหรัฐฯ, วันประกาศสงครามภาษีทรัมป์ และความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านระลอกใหม่ในปี 2026

ทั้งนี้ มีเพียงช่วงวิกฤติค่าเงินเยน (Yen carry trade) ซึ่งเกิดจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ทองคำและ S&P 500 ปรับตัวขึ้นนำ BTC ได้สำเร็จ แต่เมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนในรอบ 60 วัน Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์เดียวที่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดยามเกิดวิกฤติ

ข้อมูลจาก Bitcoin Archive และกราฟระยะยาวจาก BitBo ชี้ให้เห็นตรงกันว่า แม้จะมีการย่อตัวในระยะสั้น แต่ภาพรวมแนวโน้มของ Bitcoin ยังคงเป็นการเติบโตในระยะยาว

ที่มา:BitBo

มุมมองนักลงทุนสถาบันต่อ Bitcoin ที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อก่อนสถาบันยังไม่เชื่อมั่นในตัว Bitcoin ตอนรัสเซียบุกยูเครนปี 2022 งานวิจัยของ SRNN ยังมองว่า คริปโตฯ อย่าง BTC มีคุณสมบัติเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ “อ่อนแอ”

แต่พอตัดภาพมาในปี 2026 งานวิจัยของ Grayscale โดย Zach Pandl กลับชี้ให้เห็นภาพที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน รายงานระบุว่า นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุ ราคาเหรียญคริปโตยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง 

กระแสเงินยังคงไหลเข้า Spot Crypto ETPs และยอด Open Interest ของ Perpetual futures ก็พุ่งสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนสถาบันไม่ได้เทขายหนีตาย แต่กลับเข้ามาซื้อเพิ่มด้วยซ้ำ 

ยิ่งมีปัจจัยบวกเรื่องกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้นอย่างร่างกฎหมาย CLARITY Act และแนวทางใหม่ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ตลาดก็ยิ่งดูสดใสขึ้นไปอีก

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การนำไปใช้งานจริง ในช่วงที่มีความขัดแย้งทางการทหารและมาตรการคว่ำบาตร ปริมาณการชำระเงินด้วยคริปโตกลับเพิ่มสูงขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่ประเทศอิหร่านเปิดรับการชำระค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซด้วยคริปโตเคอร์เรนซี


มุมมองผู้เขียน: สำหรับผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการคริปโตย่อมทราบดีว่า แม้ Bitcoin จะมีปัจจัยพื้นฐานเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” แต่ที่ผ่านมากลับถูกซื้อขายเสมือน “สินทรัพย์เสี่ยง” คล้ายกับหุ้นเทคฯ ทว่าในปัจจุบัน การเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักของนักลงทุนสถาบัน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังพลิกโฉมหน้าตลาดและอาจผลักดันให้โลกการเงินหันมายอมรับมูลค่าของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทางการเงินที่แท้จริงเสียที

  • ที่มาข่าว:ambcrypto
  • ที่มาภาพ:Redot