bitkub-banner

ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยุติแนวทางกำกับคริปโตผ่านการบังคับคดีอย่างเป็นทางการ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ Paul Atkins ประกาศอย่างเป็นทางการว่าหน่วยงานได้ยุติแนวทาง “การกำกับดูแลผ่านการบังคับคดี” ที่เคยใช้กับคริปโตในยุค Gary Gensler แล้ว
  • การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงครบรอบ 1 ปีที่ Atkins ดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. โดยในช่วงปีที่ผ่านมามีการถอนฟ้องคดี Coinbase และ Binance รวมถึงออกหลักเกณฑ์ให้คริปโตส่วนใหญ่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์
  • นักลงทุนและผู้ประกอบการในวงการคริปโตจับตาการออกกรอบกฎหมายที่ชัดเจนจาก ก.ล.ต. ซึ่งรวมถึง “Project Crypto” และแนวทางการยกเว้นด้านนวัตกรรม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การยืนยันอย่างเป็นทางการว่ายุค “กำกับผ่านคดีความ” สิ้นสุดลงแล้วถือเป็นสัญญาณบวกชัดเจนสำหรับตลาดคริปโต เพราะลดความเสี่ยงทางกฎหมายที่กดดันการเติบโตของอุตสาหกรรมมาหลายปี และเปิดทางให้บริษัทคริปโตสามารถพัฒนาธุรกิจในสหรัฐฯ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Watcher.Guru ประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (ก.ล.ต.) Paul Atkins ได้ประกาศในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่าหน่วยงานได้ยุติแนวทาง “การกำกับดูแลผ่านการบังคับคดี” (regulation through enforcement) ที่เคยใช้กับวงการคริปโตอย่างเป็นทางการแล้ว ถ้อยแถลงนี้ออกมาในช่วงที่ครบรอบ 1 ปีที่ Atkins เข้ารับตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. พอดี และถือเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโตทั่วโลก

จาก Gensler สู่ Atkins ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน

ในยุคของ Gary Gensler ที่ดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. ระหว่างเดือน เม.ย. 2564 ถึง ม.ค. 2568 หน่วยงานใช้กลยุทธ์การฟ้องร้องและบังคับใช้กฎหมายเป็นหลักในการกำกับดูแลคริปโต โดยตีความสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ว่าเป็นหลักทรัพย์ภายใต้ Howey Test ส่งผลให้บริษัทคริปโตจำนวนมากถูกดำเนินคดี สร้างความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่กดดันอุตสาหกรรมอย่างหนัก แม้กระทั่งก่อนที่ Atkins จะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ก.ล.ต. ภายใต้ประธานรักษาการ Mark Uyeda ก็เริ่มส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทิศทาง ด้วยการตั้งทีมงานเฉพาะกิจด้านคริปโต (Crypto Task Force) ที่นำโดยกรรมการ Hester Peirce และเริ่มถอนฟ้องคดีบางส่วน

นับตั้งแต่ Paul Atkins เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการออกประกาศชี้แจงว่าคริปโตส่วนใหญ่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ การอนุมัติกองทุน ETF ที่อ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัลหลายตัว การถอนฟ้อง Coinbase และ Binance เมื่อเดือน เม.ย. 2569 รวมถึงการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับ CFTC เพื่อประสานงานด้านการกำกับดูแล

Project Crypto และก้าวต่อไปของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ

นอกจากการยุติแนวทางเดิมแล้ว Atkins ยังได้เปิดตัว “Project Crypto” เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบด้านสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมนำเสนอระบบจัดประเภทผลิตภัณฑ์คริปโตและแนวทางการยกเว้นด้านนวัตกรรม (Innovation Exemption) เพื่อสนับสนุนโปรเจกต์ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป้าหมายสำคัญคือการดึงกิจกรรมคริปโตกลับมาอยู่ภายในสหรัฐฯ หลังจากที่หลายบริษัทต้องย้ายฐานไปต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายในยุคก่อน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานถึงพัฒนาการด้านกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ หลายด้าน ทั้ง ครบรอบ 1 ปี SEC ภายใต้ Paul Atkins ตลาดคริปโตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง และ ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ เร่งสภาผ่านกฎหมายคริปโต สกัดนักกำกับดูแลนอกกรอบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนของ ก.ล.ต. ในการสร้างกรอบกฎหมายที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้อยแถลงของ Atkins ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะสัญญาณการเปลี่ยนทิศทางมีมาตั้งแต่ต้นปี 2568 แล้ว แต่การที่ประธาน ก.ล.ต. ออกมาพูดอย่างชัดเจนผ่านสื่อกระแสหลักอย่าง CNBC ถือเป็นการ “ล็อกตำแหน่ง” นโยบายอย่างเป็นทางการที่สำคัญมาก เพราะช่วยลดความไม่แน่นอนที่เคยทำให้บริษัทใหญ่ๆ ลังเลที่จะลงทุนในคริปโต สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือความคืบหน้าของ Project Crypto และกรอบกฎหมายที่ชัดเจนจะออกมาในรูปแบบไหน ถ้าออกมาดี อาจเป็นตัวเร่งสำคัญให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าตลาดคริปโตสหรัฐฯ อีกระลอกใหญ่

ที่มา: @WatcherGuru

เครดิตภาพจาก @STEPSociety