สรุปข่าว
- กรมสรรพากรเกาหลีใต้ เปิดประมูลจัดซื้อระบบซอฟต์แวร์ติดตามธุรกรรมคริปโตโดยเฉพาะ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตามรอยผู้ที่พยายามหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี
- เมื่อซอฟต์แวร์นำไปผสานกับระบบ AI ที่ NTS กำลังพัฒนา จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยการซุกซ่อนทรัพย์สิน และการโอนมรดกโดยไม่แจ้งได้อย่างแม่นยำ
- การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานนี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายภาษีคริปโตใหม่ในเดือนมกราคม 2027 โดยเป็นการเก็บภาษี 22% สำหรับกำไรที่เกิน 54,000 บาท
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
กรมสรรพากรแห่งชาติเกาหลีใต้กำลังยกระดับมาตรการปราบปรามการหลีกเลี่ยงภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยการเปิดประมูลจัดซื้อซอฟต์แวร์ติดตามธุรกรรมคริปโตที่ถูกออกแบบมาให้แกะรอยเส้นทางการเงินแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงข้อมูลกระเป๋าเงินเข้ากับกระดานเทรด รวมถึงสืบหาทรัพย์สินที่ถูกซุกซ่อนในต่างประเทศและการโอนมรดกแบบลับๆ นอกจากนี้ NTS ยังมีแผนนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมที่มีปริมาณมหาศาลร่วมด้วย ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีคริปโต 22% ที่จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027 ท่ามกลางกระแสการคัดค้านจากพรรคฝ่ายค้านที่พยายามชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายและความไม่เป็นธรรมต่อตัวนักลงทุน
กรมสรรพากรเกาหลีใต้ (NTS) ล่าสุดกำลังจะพิจารณาสร้างระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับติดตามธุรกรรมคริปโตโดยเฉพาะโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำการเช็กบิลเหล่าผู้ที่พยายามหลบเลี่ยงภาษี
ประกาศจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลระบุว่า กรมสรรพากรแห่งชาติของเกาหลีใต้ได้ทำการเปิดประมูลสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์สำหรับติดตามธุรกรรมสินทรัพย์เสมือน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามการหลีกเลี่ยงภาษี
รายละเอียดมีการระบุว่า สัญญาว่าจ้างดังกล่าวจะมีงบประมาณให้เป็นจำนวน 146.5 ล้านวอน (3.2 ล้านบาท) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และกำหนดให้มีการส่งมอบภายใน 30 วันนับจากวันที่ลงนามในสัญญา ทั้งนี้ กำหนดการยื่นประมูลจะมีขึ้นในวันที่ 28 ถึง 30 เมษายน และกำหนดประเมินข้อเสนอในวันที่ 7 พฤษภาคม
แม้จะไม่มีการกล่าวถึงเรื่องคุณสมบัติทางเทคนิคของตัวซอฟต์แวร์มากนักในประกาศ แต่สำนักข่าวท้องถิ่นได้มีการรายงานว่า ซอฟต์แวร์ที่พวกเขาต้องการจะเปิดให้หน่วยงานสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกรรมคริปโตได้แบบเรียลไทม์
ไฮไลท์ของซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังต้องมาพร้อมกับความสามารถในการจำลองเส้นทางการเงิน เป็นการเชื่อมโยงที่อยู่กระเป๋าเงินเข้ากับกระดานเทรดต่างๆ ตลอดจนความสามารถในการสนับสนุนการสืบสวนหาทรัพย์สินที่ถูกซุกซ่อน, การหลีกเลี่ยงภาษีผ่านนิติบุคคลนอกอาณาเขต, และการโอนมรดกหรือการให้โดยเสน่หาที่ไม่มีการรายงานภาษี
ความเคลื่อนไหวของสรรพากรในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานออกมาว่า เกาหลีใต้กำลังมีแผนที่จะนำเครื่องมือ AI มาใช้ติดตามเฝ้าระวังธุรกรรมคริปโต ก่อนที่จะมีการนำนโยบายภาษีใหม่มาใช้ในปี 2027
นอกเหนือจากซอฟต์แวร์ที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ยังมีรายงานอีกว่าทาง NTS ได้ทำการเปิดประมูลระบบ AI ที่สามารถใช้วิเคราะห์ธุรกรรมคริปโตได้อีกด้วย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถรับมือกับข้อมูลธุรกรรมการเทรดจำนวนมหาศาลได้เพื่อค้นหาพฤติกรรมการเลี่ยงภาษีที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับนโยบายภาษีชุดใหม่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ม.ค. 2027 หลังจากถูกเลื่อนมานาน โดยกฎหมายนี้จะระบุให้รายรับที่มากกว่า 2.5 ล้านวอน (54,748 บาท) จะต้องระวางภาษีในอัตรารวม 22% ซึ่งประกอบด้วยภาษีเงินได้ 20% และภาษีท้องถิ่นเพิ่มเติมอีก 2%
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวยังมีการถูกคัดค้านอย่างต่อเนื่องจากพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของเกาหลีใต้ ที่ได้เสนอให้ยกเลิกแผนการจัดเก็บภาษีจากกำไรคริปโต โดยให้เหตุผลว่านโยบายดังกล่าวสร้างความกังวลในเรื่องของความไม่เป็นธรรม การเก็บภาษีซ้ำซ้อน และปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย
ที่มา: Cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : หากเกาหลีใต้ทำสำเร็จ ความเชื่อที่ว่าการโอนคริปโตไปมาจะช่วยกลบร่องรอยได้จะหมดไป และสวรรค์ของการเลี่ยงภาษีจะถูกพังทลาย และถัดจากนี้การหาตัวตนที่แท้จริงเบื้องหลังกระเป๋าเงินจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้ในมุมหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องดีและแฟร์กับผู้เสียภาษีรายอื่น แต่เครื่องมือนี้จะทำให้ความเป็นส่วนตัวในคริปโตถูกลดทอนลงไปอย่างม
