สรุปข่าว
- เครื่องมือตรวจจับจาก Pangram Labs ระบุว่า โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ของสมเด็จพระสันตะปาปา Leo XIV ที่ออกมาเตือนภัยเรื่องการแยกแยะความจริงกับ AI นั้น มีโอกาสสูงมากที่จะถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์เสียเอง
- Pangram Labs อ้างความแม่นยำของระบบที่ 99.98% และได้รับการยอมรับจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกว่า เป็นเครื่องมือตรวจจับที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสการใช้ AI ผลิตเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่พุ่งสูงถึง 35% ในปี 2025
- ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลเตือนว่า เครื่องมือเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงที่จะตัดสินผิดพลาดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับเอกสารประวัติศาสตร์อย่างคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ที่เคยถูกระบุว่า เป็นฝีมือ AI มาแล้ว
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้ส่งผลกระทบในเชิงความเชื่อมั่นต่อข้อมูลดิจิทัล มากกว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาเหรียญคริปโตโดยตรง
Pangram Labs สตาร์ทอัพด้านการตรวจจับ AI ระบุว่าส่วนขยาย Chrome เวอร์ชันล่าสุดของพวกเขาได้ตรวจพบว่า โพสต์หลายรายการจากบัญชี X ทางการของ Pope Leo XIV มีแนวโน้มว่า ถูกสร้างขึ้นโดย AI รวมถึงข้อความที่เตือนผู้ติดตามเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ที่มีต่อกระบวนการคิดและโครงสร้างทางสังคมของมนุษย์ โดยหนึ่งในโพสต์เหล่านั้นได้เตือนว่า เมื่อการจำลองกลายเป็นบรรทัดฐาน มันจะลดทอนความสามารถในการจำแนกแยกแยะของมนุษย์ลง
Max Spero ซีอีโอของ Pangram Labs กล่าวว่า Pangram ใช้โมเดลการเรียนรู้ของเครื่องแบบเฉพาะทางที่ได้รับการฝึกฝนจากเอกสารนับล้านฉบับ ทั้งที่เขียนโดยมนุษย์ ที่มี AI ช่วย และที่สร้างขึ้นโดย AI ทั้งหมด หากข้อความสั้นๆ ถูกระบุว่าเป็น AI โดย Pangram นั่นหมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการเขียนหรือร่างข้อความนั้นบ้างไม่มากก็น้อย
ซึ่งระบบฟันธงว่า ข้อความเหล่านั้นน่าจะถูกสร้างขึ้นโดย AI หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเกลี่ยสำนวน
Pangram อ้างว่าโมเดลการตรวจจับของพวกเขามีความแม่นยำสูงถึง 99.98% และมีอัตราการตรวจจับผิดพลาดเพียง 1 ใน 10,000 ครั้ง โดยการวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกเมื่อเดือนธันวาคม 2025 จัดอันดับให้ Pangram เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาเครื่องมือตรวจจับ AI ที่ผ่านการทดสอบ และพบว่าอัตราการตรวจจับผิดพลาดนั้นใกล้เคียงกับศูนย์
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาระบุด้วยว่า เนื่องจากเครื่องมือตรวจจับทุกชนิดต่างก็มีความไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้าง องค์กรต่างๆ จึงยังคงต้องประเมินด้วยตนเองว่าควรใช้เครื่องมือเหล่านี้หรือไม่และใช้อย่างไร โดยต้องชั่งน้ำหนักระหว่างศักยภาพในการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดกับความเสี่ยงจากการกล่าวหาที่ผิดพลาด ทั้งนี้ทางสำนักวาติกันยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นของสื่อในทันที
ประเด็นความน่าเชื่อถือของเครื่องมือเหล่านี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันหนัก เพราะก่อนหน้านี้ ZeroGPT เคยระบุว่า คำประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ถูกเขียนโดย AI ถึง 97.93% ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทางประวัติศาสตร์
ด้าน Christopher Penn นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจึงออกมาเตือนว่า การใช้เครื่องมือพวกนี้ตัดสินคนอย่างเด็ดขาดถือเป็นเรื่องอันตราย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่โป๊ปเท่านั้นที่ติดโผ เพราะข้อมูลจาก Pangram ยังระบุว่า คอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง, นักเขียนบน Substack หรือแม้กระทั่งโพสต์เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ Tim Cook ซีอีโอ Apple ก็มีแนวโน้มว่าจะมี AI เป็นผู้ช่วยอยู่เบื้องหลัง
การเปิดตัวเครื่องมือนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับคอนเทนต์ขยะที่สร้างโดย AI เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และ Internet Archive พบว่า ข้อความที่สร้างหรือช่วยถูกช่วยเขียนโดย AI คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของเว็บไซต์ที่เผยแพร่ใหม่ในช่วงกลางปี 2025
ที่มา : decrypt
มุมมองผู้เขียน : ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการจับผิดว่าโป๊ปใช้ AI ช่วยเขียนจริงหรือไม่ แต่มันคือภาพสะท้อนว่า AI ได้ซึมลึกเข้าไปในเรื่องการสื่อสาร จนอาจกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ ไปเรียบร้อยแล้ว
