สรุปข่าว
- รายงานล่าสุดจาก Galaxy Digital ระบุว่า ร่างกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ “Clarity Act” มีโอกาสผ่านเป็นกฎหมายในปีนี้เพียง 50% หรือต่ำกว่านั้น โดยต้องแข่งกับเวลาที่บีบคั้นก่อนปิดสมัยประชุมสภาเดือนสิงหาคม
- แม้ประเด็นเรื่อง Stablecoin จะเริ่มเห็นแสงสว่างจากการเจรจาของ ส.ว. Thom Tillis และ Angela Alsobrooks แต่ร่างกฎหมายยังติดหล่มในด่านหิน 5 จุดใหญ่ ทั้งเรื่องงบประมาณ CFTC ,ช่องโหว่ AML และประเด็นจริยธรรมของนักการเมือง
- ส.ว. Cynthia Lummis เตือนทิ้งท้าย หากกฎหมายโครงสร้างตลาดฉบับนี้ไม่ผ่านภายในปี 2026 อุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ อาจต้องรอเกณฑ์ที่ชัดเจนไปจนถึงปี 2030 หรือนานกว่านั้น
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดในระยะสั้น การที่โอกาสผ่านกฎหมายลดลงเหลือเพียง 50-50 ทำให้นักลงทุนสถาบันบางส่วนอาจเลือก “รอดูสถานการณ์” ต่อไป แทนที่จะรีบนำเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ตลาดได้ซึมซับความล่าช้าของกฎระเบียบมานานพอสมควร หากมีความคืบหน้าเชิงบวกในเดือนพฤษภาคม ราคาอาจดีดตัวรับข่าวได้แรง
อนาคตของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อ Galaxy Digital ออกมาเปิดเผยรายงานเชิงวิเคราะห์ที่ทำให้นักลงทุนต้องกุมขมับ โดยประเมินว่า โอกาสที่กฎหมาย “Clarity Act” หรือที่รู้จักในชื่อร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต จะผ่านความเห็นชอบภายในปี 2026 นั้นมีเพียง 50% หรืออาจน้อยกว่านั้น
แม้ก่อนหน้านี้จะมีความคาดหวังสูงจากการที่สภาผู้แทนราษฎรเคยโหวตผ่านร่างที่คล้ายกันมาได้ แต่ด่านวุฒิสภาดูเหมือนจะเป็น จุดจบของร่างกฎหมายหลายฉบับ หากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ทัน ก่อนเส้นตายสำคัญในวันที่ 10 สิงหาคมนี้
แข่งกับเวลาในเส้นตายสิงหาคม
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือ “ปฏิทินนโยบาย” ที่หนาแน่น ส.ว. Thom Tillis หนึ่งในผู้เจรจาหลักระบุว่า อาจต้องเลื่อนการลงมติ ในคณะกรรมาธิการธนาคารไปเป็นเดือนพฤษภาคมเป็นอย่างน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดประชุมระดมสมองระหว่างภาครัฐ และตัวแทนสถาบันการเงิน ในการปรับปรุงเนื้อหากฎหมาย
หากการพิจารณาแก้ไขร่างล่าช้าไปกว่ากลางเดือนพฤษภาคม Galaxy มองว่า โอกาสที่จะผ่านเป็นกฎหมายในปีนี้ จะลดลงอย่างมากทันที
สว. Cynthia Lummis ยังออกมาให้คำเตือนที่น่าจับตาว่า กฎหมายคริปโตชุดนี้มีเส้นตายที่สำคัญมาก ถ้าไม่สามารถผลักดันให้ผ่านภายในปีนี้ได้ เราอาจต้องรอไปยาวๆ จนถึงปี 2030 หรือนานกว่านั้นเลยทีเดียว
เจาะลึก 5 ด่านหินที่ยังหาข้อยุติไม่ได้
แม้ประเด็นเรื่องผลตอบแทน Stablecoin จะเริ่มคลี่คลาย แต่ร่างกฎหมายยังต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญที่เปรียบเสมือนกำแพงสูง 5 ชั้น
- งบประมาณ และบุคลากรของ CFTC: กฎหมายนี้จะเพิ่มอำนาจให้ CFTC อย่างมหาศาล แต่ปัจจุบันหน่วยงานยังขาดแคลนงบประมาณและคนทำงานที่จะมารับผิดชอบการกำกับดูแลใหม่นี้
- ช่องโหว่ในกฎหมาย BRCA: ร่างกฎหมาย Blockchain Regulation Clarification Act (BRCA) ที่พยายามคุ้มครองนักพัฒนาที่ไม่ถือสินทรัพย์ ถูกวิจารณ์จากฝั่งยุติธรรมว่า อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้ยากต่อการตรวจสอบ
- ประเด็นจริยธรรมนักการเมือง: ฝั่งเดโมแครตผลักดันให้มีการห้ามเจ้าหน้าที่รัฐถือครองคริปโต เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน โดยยกกรณี การทำกำไรมหาศาลจากคริปโต ของครอบครัว Donald Trump มาเป็นข้อโต้แย้ง
- การจำกัดอำนาจ SEC: กฎหมายใหม่อาจทำให้ SEC สูญเสียความยืดหยุ่นในการจัดการสินทรัพย์ประเภท Tokenized Assets ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานพยายามค้านหัวชนฝา
- สงครามโควต้าในวุฒิสภา: การจะได้ 60 เสียงในวุฒิสภาจำเป็นต้องมีการต่อรองตำแหน่ง และโควต้าในหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ซึ่งเป็นเรื่องการเมืองที่ซับซ้อนเกินกว่าตัวบทกฎหมาย
ไทม์ไลน์ชี้ชะตา พฤษภาคมนี้รู้ผล
Galaxy คาดการณ์ว่า หากทุกอย่างเดินหน้าต่อ การลงมติในคณะกรรมาธิการควรเกิดขึ้นในช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤษภาคม เพื่อให้ทันการโหวตใหญ่ในเดือนมิถุนายน แต่หากการเมืองโลกหรือประเด็นงบประมาณกลาโหมเข้ามาแทรกแซง กฎหมายคริปโตอาจถูกเบียดตกขอบปฏิทินไปอย่างน่าเสียดาย
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ถ้า Clarity Act ผ่านได้ในปีนี้ จะเป็นการปลดล็อกเงินทุนสถาบันมหาศาลและจบยุคการใช้กฎหมายไล่บี้ แต่ถ้าพลาดรอบนี้ไปและมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจในการเลือกตั้งปีหน้า เราอาจเห็นอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ ไม่เดินหน้าไปอีกหลายปีเหมือนที่ ส.ว. Cynthia Lummis เตือนไว้
