สรุปข่าว
- Tether อายัด USDT มูลค่า $344 ล้าน บน 2 กระเป๋าเงินบนเครือข่าย Tron เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2026 ถือเป็นการอายัดสกุลเงินสเตเบิลคอยน์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
- การอายัดครั้งนี้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศสหรัฐฯ (OFAC) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่ง โดยเชื่อมโยงกับการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและกิจกรรมอาชญากรรม
- เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านการเซ็นเซอร์ของ USDT และความสัมพันธ์ระหว่าง Tether กับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ถือ USDT
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวนี้เป็นสัญญาณเชิงลบต่อตลาด เพราะสะท้อนให้เห็นว่า USDT ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถถูกอายัดได้ทุกเมื่อตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐบาล ความเสี่ยงด้านการเซ็นเซอร์นี้อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนหันไปมองสินทรัพย์ที่กระจายอำนาจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวอาจเป็นบวกต่อภาพลักษณ์ของ Tether ในฐานะผู้ร่วมมือกับหน่วยงานกฎหมาย
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2026 Tether ได้ดำเนินการอายัด USDT มูลค่ารวม $344 ล้าน (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) ที่กระจายอยู่ใน 2 กระเป๋าเงินบนเครือข่าย Tron โดยกระเป๋าแรก TNiq9…QZH81 มีมูลค่าประมาณ $212.9 ล้าน และกระเป๋าที่สอง TTiDL…pjSr9 มีมูลค่าประมาณ $131.3 ล้าน ตามข้อมูลที่ระบุโดยบริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อกเชน PeckShield ตามรายงานจาก Watcher.Guru การอายัดครั้งนี้ดำเนินการโดยประสานงานกับสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศสหรัฐฯ (OFAC) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ โดยเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย รวมถึงการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน และถือเป็นการอายัดสเตเบิลคอยน์ครั้งเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
Tether ร่วมมือรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไร
Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ออกมายืนยันจุดยืนของบริษัทอย่างชัดเจนว่า “USDT ไม่ใช่ที่หลบภัยสำหรับกิจกรรมผิดกฎหมาย” และบริษัทจะดำเนินการทันทีและเด็ดขาดเมื่อพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ามีความเชื่อมโยงกับองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรหรือเครือข่ายอาชญากรรม ทั้งนี้ข้อมูลข่าวกรองที่นำไปสู่การอายัดครั้งนี้มาจากหน่วยงานของสหรัฐฯ โดยตรง
Tether มีประวัติความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก โดยปัจจุบันร่วมมือกับหน่วยงานกว่า 340 แห่งใน 65 ประเทศ รองรับคดีกว่า 2,300 คดีทั่วโลก และสามารถอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า $4.4 พันล้านแล้ว โดยมากกว่า $2.1 พันล้านเชื่อมโยงกับหน่วยงานสหรัฐฯ โดยตรง ในอดีต Tether เคยอายัดเงินประมาณ $225 ล้านในเดือนพ.ย. 2566 ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งต้มตุ๋นและการค้ามนุษย์ และในเดือนม.ค. 2026 ก็อายัดอีกราว $182 ล้านใน 5 กระเป๋าบน Tron
อิหร่านกับการใช้ USDT เลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
การใช้ USDT โดยอิหร่านเพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในเดือนก.พ. 2026 OFAC เคยคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูง และครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้คว่ำบาตรกระดานเทรดคริปโต 2 แห่งที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร คือ Zedcex Exchange และ Zedxion Exchange ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และประมวลผลธุรกรรมมูลค่าราว $1 พันล้าน โดย 56% เป็นธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับ IRGC ส่วนใหญ่เป็น USDT บนเครือข่าย Tron นอกจากนี้ในเดือนมี.ค. 2026 Tether ยังอายัด USDT มูลค่า $6.76 ล้านที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับ IRGC และกลุ่มฮูตี
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรผ่านช่องทางคริปโต ซึ่งก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยรายงานถึงนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่ส่งเสริมสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์ ใน ที่ปรึกษาสหรัฐฯ เผย! Trump จ่อดึง Stablecoin กลับประเทศ พร้อมเสริมแกร่งดอลลาร์เต็มกำลัง ซึ่งสะท้อนนโยบายสองด้านที่ทั้งส่งเสริมและควบคุมสเตเบิลคอยน์ในเวลาเดียวกัน
ความเสี่ยงด้านการเซ็นเซอร์ที่ผู้ถือ USDT ต้องรู้
เหตุการณ์นี้กลายเป็นกรณีศึกษาที่ตอกย้ำว่า USDT ในฐานะสเตเบิลคอยน์แบบรวมศูนย์ มีความเสี่ยงที่ผู้ถือทรัพย์สินอาจถูกอายัดได้ตลอดเวลา หากถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายหรือการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดโดยตรงก็ตาม นักวิจารณ์บางส่วนเช่น วุฒิสมาชิก Richard Blumenthal เคยอธิบาย Tether ว่าเป็น “เครื่องมือฟอกเงินหลัก” สำหรับ IRGC และธนาคารอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่า นโยบายลดกฎระเบียบคริปโตของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจมีส่วนทำให้การใช้คริปโตเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรในประเทศอย่างอิหร่าน รัสเซีย และเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นด้วย
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการอายัดครั้งนี้น่าสนใจมากทีเดียว เพราะมันเป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้ายในเวลาเดียวกัน ในแง่หนึ่ง Tether แสดงให้เห็นว่าตัวเองพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งดีต่อภาพลักษณ์ในแง่กฎหมาย แต่อีกแง่หนึ่ง มันเตือนให้ทุกคนที่ถือ USDT อยู่ว่า เงินของคุณสามารถถูกอายัดได้ทุกเวลาหากรัฐบาลสั่ง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่ากรณีนี้จะส่งผลให้ผู้ใช้งานบางส่วนหันไปใช้สเตเบิลคอยน์แบบกระจายอำนาจมากขึ้นหรือเปล่า และว่ากฎหมาย GENIUS Act ที่กำลังผลักดันในสหรัฐฯ จะช่วยสร้างกรอบที่ชัดเจนขึ้นสำหรับเรื่องนี้ได้ไหม
ที่มา: @WatcherGuru
ภาพจาก AI
