bitkub-banner

Drift Protocol ออก Recovery Token ชดเชยผู้เสียหายหลังถูกแฮก $285 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Drift Protocol ประกาศแผนชดเชยผู้เสียหายจากการถูกแฮกเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ซึ่งสูญเสียคริปโตไปประมาณ $285 ล้าน
  • ผู้เสียหายจะได้รับ Recovery Token ที่แทนมูลค่าการสูญเสีย $1 ต่อ 1 โทเคน โดยแยกจาก DRIFT Governance Token และสามารถโอนมือได้ รวมถึงมีสิทธิ์เรียกร้องส่วนแบ่งจาก Recovery Pool ที่มีสินทรัพย์เหลือราว $3.8 ล้าน โดย Tether และพันธมิตรได้ร่วมสนับสนุนวงเงินรวมสูงสุด $147.5-150 ล้าน
  • รายละเอียดสุดท้ายของแผนจะต้องผ่านการโหวตจาก DAO ของ Drift โดยโปรโตคอลยังอยู่ระหว่างการรีบูตระบบครั้งใหญ่พร้อมมาตรการความปลอดภัยใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

แผนชดเชยนี้แสดงให้เห็นว่า Drift Protocol รับผิดชอบต่อผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกด้านความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้วและวงเงินชดเชยยังไม่ครอบคลุมความสูญเสียทั้งหมด ทำให้ผลกระทบต่อตลาดคริปโตในภาพรวมค่อนข้างจำกัด

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2569 Drift Protocol กระดานเทรดฟิวเจอร์แบบ Decentralized บนบล็อกเชน Solana ได้ประกาศแผนชดเชยผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจากการถูกแฮกครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk ระบุว่าผู้เสียหายทุกรายจะได้รับ Recovery Token ที่แทนมูลค่าความสูญเสียที่ผ่านการยืนยันแล้ว โดยคำนวณที่ $1 ต่อ 1 โทเคน พร้อมสิทธิ์เรียกร้องส่วนแบ่งตามสัดส่วนจาก Recovery Pool ที่มีสินทรัพย์เหลืออยู่ราว $3.8 ล้านคิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาด ซึ่งจะถูกแปลงเป็น USDT เพื่อล็อกมูลค่าก่อนแจกจ่าย รายละเอียดสุดท้ายของแผนดังกล่าวยังต้องรอผลการโหวตจาก DAO ของโปรโตคอล นอกจากนี้ Tether และพันธมิตรอื่นยังได้ประกาศสนับสนุนวงเงินรวมสูงสุด $147.5-150 ล้านเพื่อเสริมศักยภาพของ Recovery Pool ให้สามารถชดเชยผู้เสียหายได้มากขึ้น

สกรีนช็อตของเอกสาร'User Recovery Plan' จาก Drift Protocol ซึ่งอธิบายแผนการชดเชยผู้เสียหายหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 1 เมษายน
สกรีนช็อตของเอกสาร ‘User Recovery Plan’ จาก Drift Protocol ซึ่งอธิบายแผนการชดเชยผู้เสียหายหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 1 เมษายน (ภาพจาก: @CoinDesk)

เบื้องหลังการแฮกครั้งใหญ่บน Solana

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 Drift Protocol ตกเป็นเหยื่อการโจมตีที่ซับซ้อน ส่งผลให้คริปโตมูลค่าประมาณ $285 ล้านถูกขโมยออกไป โดยการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของ Smart Contract แต่เป็นการหลอกลวงทางวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) อย่างชาญฉลาด รายงานระบุด้วยความมั่นใจระดับกลาง-สูงว่าผู้อยู่เบื้องหลังเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีรัฐบาลเกาหลีเหนือหนุนหลัง กลุ่มเดียวกับที่เคยโจมตี Radiant Capital เมื่อเดือน ต.ค. 2567

ปฏิบัติการหลอกลวงดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 โดยผู้โจมตีค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์กับทีม Drift ผ่านการพบปะกันในงานอีเวนต์ต่าง ๆ เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ “durable nonces” บนบล็อกเชน Solana หลอกให้สมาชิก Security Council ของ Drift เซ็นธุรกรรมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นการมอบสิทธิ์ควบคุมระดับผู้ดูแลระบบให้กับผู้โจมตีในที่สุด

รายละเอียด Recovery Token และการรีบูตโปรโตคอล

Recovery Token ที่ Drift จะออกให้ผู้เสียหายนั้นเป็นโทเคนแยกต่างหากจาก DRIFT Governance Token และสามารถโอนมือได้ โดยมูลค่าของ Recovery Pool เริ่มต้นจากสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ในโปรโตคอลราว $3.8 ล้าน ซึ่งจะถูกแปลงเป็น USDT เพื่อล็อกมูลค่าให้แน่นอน ก่อนที่ตัวเลขสุดท้ายจะถูกประกาศเมื่อกระบวนการแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ ส่วนวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจาก Tether มูลค่าสูงสุด $127.5 ล้าน บวกกับอีก $20 ล้านจากพันธมิตรอื่น จะประกอบด้วยสินเชื่อที่ผูกกับรายได้ เงินอุดหนุนจากระบบนิเวศ และสินเชื่อสำหรับ Market Maker

ในฐานะส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูโปรโตคอล Drift กำลังดำเนินการรีบูตระบบครั้งใหญ่ รวมถึงการตรวจสอบความปลอดภัยอิสระโดย Ottersec และ Asymmetric รวมถึงการเปลี่ยน Settlement Layer จาก USDC มาเป็น USDT และการจัดตั้ง Multisig ใหม่ที่บริหารโดยชุมชน โดยมีผู้นำจากระบบนิเวศ Solana เข้าร่วมดูแล อย่างไรก็ตาม แม้แผนชดเชยจะมีวงเงินรวมสูงถึง $147.5-150 ล้าน แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมความสูญเสียทั้งหมดของผู้ใช้งานที่ประเมินไว้ราว $295-296 ล้านได้ในทันที การฟื้นตัวอย่างเต็มที่จึงขึ้นอยู่กับรายได้และการเติบโตของกระดานเทรดในระยะยาวด้วย


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าแผนชดเชยของ Drift Protocol ถือว่าน่าชื่นชมในแง่ที่ทีมงานไม่ได้หายตัวไปหลังเกิดเหตุ แต่เลือกรับผิดชอบและพยายามหาทางออกให้ผู้เสียหาย การที่ Tether เข้ามาสนับสนุนวงเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ก็น่าสนใจ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าโครงการ DeFi บน Solana ยังมีความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้เล่นรายใหญ่ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องจับตาคือกระบวนการโหวตของ DAO จะออกมาอย่างไร และ Recovery Token จะมีสภาพคล่องเพียงพอในตลาดไหม เพราะถ้าไม่มีคนซื้อขาย โทเคนพวกนี้ก็แทบไม่มีมูลค่าจริง ๆ ในทางปฏิบัติ ส่วนคนที่เสียหายหนักก็อาจต้องรอนานกว่าจะได้รับการชดเชยครบถ้วน เพราะมันผูกกับรายได้ในอนาคตของโปรโตคอล

ที่มา: @CoinDesk

ภาพจาก AI