bitkub-banner

เจ้าพ่อชอร์ตเซล Michael Burry ชี้ฟองสบู่กำลังจะแตก หวั่น AI ซ้ำรอยวิกฤตดอทคอม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Burry มองว่าตลาดหุ้นในปัจจุบันมีความคล้ายกับช่วงก่อนฟองสบู่แตกโดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นเพราะแรงเหวี่ยงโดยละเลยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเปราะบาง
  • Burry แนะนำให้นักลงทุนละทิ้งความโลภ และเร่งลดการถือครองหุ้นเทคโนโลยีที่ราคาพุ่งสูงเกินจริง แต่เจ้าตัวก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่เอาแต่เตือน
  • Paul Tudor Jones เห็นตรงกันกับ Burry แต่คิดว่าว่าสถานการณ์จะลากต่อไปได้อีก 1-2 ปี โดยหุ้นอาจพุ่งขึ้นได้อีก 40%ก่อนนำไปสู่การปรับฐานที่รุนแรงจนน่าใจหาย

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญกับคำเตือนครั้งใหญ่จากนักลงทุนระดับตำนาน Michael Burry และ Paul Tudor Jones ที่ต่างออกมาเปรียบเทียบกระแสความคลั่งไคล้ AI ในปัจจุบันกับวิกฤตฟองสบู่ดอทคอมปี 1999 โดย Burry มองว่าตลาดได้ตัดขาดจากความเป็นจริงทางเศรษฐกิจไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนการล่มสลาย ขณะที่ Jones คาดการณ์ว่าแม้ตลาดอาจมีแรงส่งไปได้อีกระยะหนึ่ง แต่การประเมินมูลค่าที่สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับ GDP จะนำไปสู่การปรับฐานครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้ 

Michael Burry นักลงทุนผู้เป็นตำนานจากการทำนายวิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2008 ล่าสุดได้ออกมาเตือนนักลงทุนผ่านโพสต์บน substack โดยมีใจความหลักๆ ว่าฟองสบู่ในตลาดหุ้นกำลังจะแตกและนักลงทุนควรที่จะเร่งเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้

ภายในโพสต์ Burry กล่าวว่าเขากำลังรู้สึก “เดจาวู” กับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบันที่มีความคล้ายคลึงกับช่วงวิกฤตฟองสบู่ดอทคอมเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนกำลังละเลยที่จะมองความจริงของเศรษฐกิจมหภาคและเหตุการณ์ระดับโลก แต่กลับไปให้ความสนใจกับสิ่งๆ เดียว ซึ่งนั่นก็คือ AI

ปัจจุบันไม่ว่าคุณจะทำอะไรไปที่ไหนก็ได้ยินแต่เรื่องของ AI ทั้งวัน ราคาหุ้นก็ไม่ได้ขึ้นลงเพราะตัวเลขงานหรือความเชื่อมั่นอีกต่อไปแล้วในตอนนี้ แต่ขึ้นเพราะมันเป็นกระแสที่เอาแต่ขึ้น ซึ่งนักลงทุนเองก็คิดว่าตนเองเข้าใจตลาดตอนนี้ดีว่ามันจะไม่แตก เหมือนกับช่วงเดือนสุดท้ายของฟองสบู่ดอทคอมปี 1999-2000 ไม่มีผิด พร้อมกับแนะให้นักลงทุนรีบทยอยขายหุ้นเทคออก

ตัวตลกของโซเชียล

Burry ยอมรับว่า ทุกครั้งที่เขาออกมาเตือนว่า วิกฤตจะมาถึงมักจะถูกล้อเลียนอยู่เสมอ ไม่ต่างอะไรกับเด็กเลี้ยงแกะที่ตะโกนว่าหมาป่ากำลังมาแล้วจนไม่มีใครคิดจะฟัง (เช่นทำนายว่า Bitcoin จะร่วงปี 2021) ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าตอนนี้ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกเขียนโดยผู้ชนะ แต่ถูกเขียนโดยคนที่มีปากกา และชาวโซเชียลก็คือคนกลุ่มนั้น

ถึงจะมีพลาดไปบ้างแต่หากย้อนดูแล้วคำเตือนของเขาก็แม่นยำมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็น วิกฤตฟองสบู่ วิกฤตซับไพรม์ วิกฤตโควิด รวมไปถึงตลาดหุ้นมีมจะพังในปี 2021 หรือหุ้นแบงก์จะพุ่งในปี 2023 

Burry ไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

ด้าน Paul Tudor Jones นักลงทุนชื่อดังอีกราย ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ส่งคำเตือนว่า Wall Street ในปัจจุบันให้ความรู้สึกเหมือนกับปี 1999 ปีที่ทุกอย่างดูแข็งแกร่งก่อนที่ทุกอย่างจะพังพินาศ 

อย่างไรก็ตาม Jones ไม่ได้มองว่าตลาดจะพังในเร็วๆนี้เหมือนกับ Burry แต่เขามองว่าขาขึ้นอาจจะกินเวลาต่อไปได้อีก 1-2 ปี แต่สิ่งที่เขากังวลกว่าคือการประเมินมูลค่าที่สูงเสียดฟ้า ลองนึกดูว่าตลาดหุ้นบวกไปอีก 40% มูลค่าตลาดหุ้นต่อจีดีพีคงจะทะลุไปถึง 300% หรือ 350% แน่ๆ และคุณก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าตลาดจะมี “การปรับฐานครั้งรุนแรงน่าใจหาย” เกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน

ที่มา: Yahoo Finance


มุมมองผู้เขียน : บางคนอาจโต้แย้งว่ากระแส AI รอบนี้ต่างจากดอทคอมอย่างเห็นได้ชัดโดยยกเหตุผลร้อยแปดขึ้นมาอ้างซึ่งก็อาจจะจริงอย่างที่ว่า แต่นักเทรดก็ต้องอย่าลืมความจริงด้วยว่าธุรกิจขับเคลื่อนเป็น “วงจรวัฏจักร” เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง และตอนนี้เราก็ขึ้นมาสูงมากพอแล้ว ถ้าหากยังคงคิดจะไปไกลกว่านี้ขาลงที่จะตามมาย่อมรุนแรงระดับเดียวกันกับตอนขึ้นเสมอ