bitkub-banner

ครบรอบ 4 ปีแห่งความเจ็บปวด : ย้อนรอยวิกฤต Luna ราคาร่วง 99% ชนวนเหตุขาลงคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วงการคริปโตร่วมรำลึกครบรอบ 4 ปีการล่มสลายของ Terra-Luna ซึ่งเป็นชนวนเหตุแรกที่ส่งผลทำให้ตลาดคริปโตเข้าสู่ฤดูหนาวยาวนานในปี 2022
  • โดยสรุปแล้ว Do Kwon ผู้ก่อตั้งถูกตัดสินจำคุก 15 ปีในสหรัฐฯ และเข้าสู่กระบวนการชดใช้ความเสียหาย ถือเป็นจุดสิ้นสุดของยุคสมัย Algorithmic Stablecoin
  • ผ่านไป 4 ปี LUNC และ LUNA ไม่สามารถกลับมาทวงคืนตำแหน่งหัวแถวของวงการได้อีกเลย ทิ้งไว้เพียงบทเรียนที่ต้องจารึก

ครบรอบ 4 ปีวิกฤต Luna เหตุการณ์เตือนใจถึงความเสี่ยงมหาศาลของนวัตกรรมทางการเงินที่ขาดการค้ำประกันที่แท้จริง โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่เพียงแต่ทำลายความมั่งคั่งของผู้คนทั่วโลก แต่ยังนำไปสู่การติดคุก 15 ปีของ Do Kwon และการเปลี่ยนแปลงกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลขนานใหญ่ทั่วโลก แม้ปัจจุบันเหรียญที่เหลือรอดอย่าง LUNC จะยังคงมีการซื้อขายและพยายามฟื้นฟูผ่านการ Burn เหรียญ แต่ความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจแบบเดิมได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ทิ้งไว้เพียงรอยแผลขนาดใหญ่ในโลกคริปโต

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นวันคล้ายวันครบรอบ 4 ปีของวิกฤตการณ์ Luna (LUNC) ที่ส่งผลทำให้นักลงทุนจำนวนมากสูญเสียเงินเป็นจำนวนมหาศาลและกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่การล่มสลายของตลาดคริปโตของวัฏจักรก่อนหน้า

ย้อนรอยตำนานหายนะ

สำหรับเหตุการณ์ระดับตำนานนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 ที่เหรียญ stablecoin ตัวหนึ่งของ Do Kwon ที่ชื่อ “Terra Dollar (UST)” ได้เกิดการหลุด peg ขึ้นส่งผลทำให้ไม่สามารถตรึงราคาไว้ที่ 1 ดอลลาร์ได้ ทว่าเบื้องหลังของ UST กลับไม่ได้มีการหนุนด้วยเงินดอลลาร์แบบ 1:1 เหมือนกับเหรียญอื่น ตรงกันข้าม UST  อาศัยกลไก arbitrage เข้ากับ Luna หมายความว่าถ้าราคาร่วงต่ำกว่า $1 จะเกิดเผา UST เพื่อไปเพิ่มอุปทานให้กับ Luna

กล่าวคือ ระบบไม่มีการค้ำประกันด้วยสินทรัพย์จริงเลยและอาศัยแค่ความเชื่อมั่นในมูลค่า Luna เป็นหลัก ถ้าคนขาดความเชื่อมั่นระบบจะพังทันที

ในตอนแรกทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี Luna ทะยานขึ้นไปเหนือ 120 ดอลลาร์ แต่แล้วในเวลาแค่หนึ่งเดือนถัดมาพอ UST หลุดการ peg โครงสร้างของเหรียญก็เริ่มปั่นป่วน แม้จะมีการพยายามกอบกู้สถานการณ์แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้สุดท้ายแล้ว Luna เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง มูลค่าร่วง 99.99%  อันเกิดจาก Death Spiral ยิ่ง LUNA ราคาตก ยิ่งต้อง mint เพิ่ม 

เหตุการณ์นี้มีการประเมินว่า ได้สร้างผลกระทบต่อตลาดคริปโตเป็นมูลค่ากว่า 4-6 หมื่นล้านดอลลาร์ และฉุดทั้งตลาดดิ่งลงเหว กลายเป็นโดมิโนตัวแรกที่ล้มซึ่งต่อมาจะทำให้บริษัทคริปโตจำนวนมากล้มละลายสร้างความเสียหายขึ้นอีกกว่า $1 แสนล้าน ก่อนที่จะลามมาถึง FTX โดมิโนตัวสุดท้ายที่ทำทุกอย่างพังทลาย

สถานะปัจจุบัน 

Do Kwon ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs ท้ายที่สุดแล้วถูกพิพากษาจำคุก 15 ปี ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 หลังยอมรับผิด 2 ข้อหาหลัก และยอมคืนเงิน 19 ล้านดอลลาร์ เขาถูกส่งตัวจากมอนเตเนโกรเมื่อปลายปี 2024 และยังอาจเผชิญคดีเพิ่มในเกาหลีใต้สูงถึง 40 ปี หลังครบโทษสหรัฐฯ ปัจจุบันเขาอยู่ในเรือนจำสหรัฐฯ และสินทรัพย์ส่วนตัวถูกอายัดเกือบหมด 

LUNC (Terra Luna Classic)  เหรียญเดิมที่ลงเหลือจาก chain เก่า ปัจจุบันยังคงมีมูลค่าตลาดราว ~500-600 ล้านดอลลาร์ และ Supply ยังมหาศาลกว่า 5.5-6.4 ล้านล้านเหรียญ ชุมชนยังทำการ Burn ต่อเนื่อง แต่ก็ยังห่างไกลจากจุดสูงสุดเดิมมากถึงแม้จะมีบางช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นชั่วคราวจากข่าวเชิงบวก

Terra 2.0 (LUNA ใหม่) ราคาอยู่ราว 0.07 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดตกต่ำอยู่นอกท็อป 100 ระบบนิเวศหดตัวลงมาก ไม่กลับมาโดดเด่นเหมือนเดิม

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว Algorithmic Stablecoin จึงถูกมองว่าเสี่ยงสูงมากจนแทบไม่มีโครงการใหม่ทำตาม Luna ส่วนบรรดาหน่วยงานทั่วโลกก็เร่งให้เกิดการแก้กฎหมายคริปโต โดยใช้คดีดังกล่าวเป็นตัวอย่าง

บทเรียนสำคัญ

เหตุการณ์ Luna UST ยังคงเป็น คดีคลาสสิก ที่สอนให้วงการคริปโตเติบโตอย่างระมัดระวังมากขึ้น หากไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเราคงไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่าความเสียหายจะทวีคูณอีกเท่าไรหากตลาดยังโตต่อเนื่องแบบไม่หยุด และเราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเบื้องหลังของบริษัทต่างๆ มีอะไรแอบแฝง

การล่มสลายของ Luna แม้จะสร้างความเจ็บปวดและรอยแผลบาดลึกให้กับวงการคริปโต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการฟื้นกลับมาจากความเสียหายดังกล่าวได้เป็นข้อพิสูจน์อย่างดีเลยว่าทำไมคริปโตถึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นนวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนโลก