สรุปข่าว
- ธนาคารกลางอังกฤษประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ โดยจะกำกับดูแล Systemic Stablecoin ด้วยมาตรฐานเดียวกับเงินฝากธนาคาร
- แม้ปัจจุบันตลาด 99% จะเป็นดอลลาร์ แต่ FCA เชื่อว่ายังมีช่องว่างมหาศาลสำหรับ Stablecoin สกุลเงินปอนด์
- Stablecoin สกุลดอลลาร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันสอบตกตามมาตรฐานกฎหมาย GENIUS Act แต่อังกฤษเลือกที่จะสร้างมาตรฐานที่เข้มงวดกว่าเพื่อให้สถาบันมั่นใจที่จะนำไปใช้
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เตรียมเปิดรับคำขอใบอนุญาต Systemic Stablecoin ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เก็งกำไรสู่ เงินรูปแบบใหม่ที่ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเหมือนเงินฝากในธนาคาร ท่ามกลางการผลักดัน Stablecoin สกุลเงินปอนด์ผ่านโครงการ Sandbox ของ FCA โดย Sasha Mills ผู้อำนวยการ BoE เชื่อมั่นว่ามาตรฐานที่เข้มงวดของอังกฤษจะเหนือกว่ากฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ และจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงดูดสถาบันการเงินเข้าสู่โลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
Sasha Mills ผู้อำนวยการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยืนยันว่าภายในสิ้นปี 2026 ธนาคารจะเปิดรับคำขอใบอนุญาตสำหรับ Systemic Stablecoin หรือเหรียญที่มีการใช้งานในวงกว้างจนส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ โดย BoE ยกระดับให้ Stablecoin เป็น เงินรูปแบบใหม่ ที่ต้องมีความแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือเท่ากับเงินฝากธนาคาร
สำหรับคำว่า systemic stablecoins ทางธนาคารให้คำนิยามว่าเป็น สกุลเงินที่มีการใช้อย่างแพร่หลายซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของสหราชอาณาจักรได้ นั่งจึงเป็นเหตุว่าทำไม Stablecoin เหล่านี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารกลางโดยตรง ในขณะที่เหรียญที่ไม่ได้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในการชำระเงินรายย่อยหรือภาคธุรกิจ จะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานกำกับดูแลพฤติกรรมทางการเงิน (FCA) แทน
BoE ย้ำจุดยืนยืนว่าพวกเขาจะไม่เลือกผู้ชนะ ระหว่างเงินฝากในรูปแบบโทเคน และ Stablecoins โดยจะปล่อยให้กลไกตลาดและประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นตัวตัดสินว่าเทคโนโลยีใดตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่ากัน ภายใต้ระบบที่สามารถใช้งานร่วมกันได้
แม้ปัจจุบัน 99% ของ Stablecoin จะผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ Matthew Long จากหน่วยงาน FCA เชื่อว่า Stablecoin สกุลเงินปอนด์ยังมีโอกาสเติบโตสูง หากมีการกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือและแลกคืนเงินได้จริง โดยขณะนี้มี 4 บริษัทกำลังทดสอบใน Regulatory Sandbox และเตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้
Long กล่าวว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่คือการสนับสนุนบริษัทต่างๆ ที่มีนวัตกรรมในมือ โดยถ้าหากพวกเขาสามารถผ่านเกณฑ์การกำกับดูแลได้ พวกเขาก็พร้อมที่จะให้ทำการออกเหรียญได้ เพราะหน่วยงานมีหน้าที่เฝ้ามองการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้
Mills ยังมีการชี้ให้เห็นอีกว่า Stablecoin ส่วนใหญ่ของสกุลดอลลาร์ที่เป็นที่รู้จักล้วนแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นมาก่อนที่กฎหมาย GENIUS Act ถูกอนุมัตินั่นจึงทำให้เหรียญเหล่านี้ไม่รองรับและไม่เป็นไปตามกฎระเบียบการกำกับดูแลใหม่
แต่สำหรับสหราชอาณาจักรแล้วพวกเรามีมาตรฐานที่เข้มงวดและมั่นคงกว่า เพราะเราปฏิบัติกับเหรียญเหล่านี้ในฐานะเงินตราจริงๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนระดับสถาบันได้ดีกว่าในระยะยาว
ที่มา: Decrypt
มุมมองผู้เขียน : การที่สหราชอาณาจักรจะท้าชนกับ ดอลลาร์ และ ยูโร ในตลาด Stablecoin ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาไม่น้อยเพราะหากพวกเขาสามารถยึดพื้นที่ได้สำเร็จบทบาทของเงินปอนด์อาจกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งในยุคดิจิทัล

