สรุปข่าว
- Bitcoin ดีดตัวขึ้น 2.28% แตะ $80,897 ในวันที่ 14 พ.ค. 2569 หลังแตะจุดต่ำสุดรายวันที่ $78,795
- ปริมาณซื้อขายรอบนี้ยังไม่โดดเด่น อยู่ที่ 3.85 หมื่นล้านดอลลาร์ ชี้ว่าแรงซื้อยังไม่ได้เร่งตัวอย่างชัดเจน
- ราคายังอยู่ในกรอบ $79,000 $82,200 ที่แน่นหนามากว่า 10 วัน นักวิเคราะห์จับตาว่าการดีดครั้งนี้จะนำไปสู่การทะลุกรอบบนหรือจะหมดแรงก่อน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ราคาดีดกลับจากจุดต่ำสุดรายวันได้เร็วและแรงกว่า 2% บ่งชี้ว่ายังมีแรงซื้อรองรับในโซนใกล้ $79,000 ซึ่งเป็นบวกสำหรับทิศทางระยะสั้น อย่างไรก็ตาม กรอบต้านบนที่ $82,200 ยังคงเป็นด่านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้เสียก่อน
ราคา Bitcoin พุ่งทะลุกลับขึ้นมาแตะ $80,897 ในวันที่ 14 พ.ค. 2569 คิดเป็นการขึ้น 2.28% จากช่วงก่อนหน้า หลังจากราคาร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดรายวันที่ $78,795 ในช่วงเช้า ก่อนจะดีดตัวกลับอย่างรวดเร็วและทดสอบแนวสูงสุดรายวันที่ $80,991 มูลค่าตลาดรวมปัจจุบันอยู่ที่ 1.62 ล้านล้านดอลลาร์

ปริมาณซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.85 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ได้สูงผิดปกติ สะท้อนให้เห็นว่าการดีดกลับรอบนี้ยังขาดแรงหนุนจากปริมาณซื้อขายขนาดใหญ่ และตลาดยังคงอยู่ในโหมดรอจังหวะมากกว่าจะเร่งทิศทางใหม่
สิ่งที่จุดชนวนให้ราคาดีดขึ้น
การดีดตัวของ Bitcoin ในวันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ค่อนข้างนิ่ง แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจช่วยหนุนแรงซื้อ หนึ่งในนั้นคือสัญญาณบวกจากตลาดการเงินกระแสหลักที่ยังคงประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตลาดคาดหวังว่า Fed อาจเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตโดยทั่วไป
นอกจากนี้ กระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF Bitcoin สปอตในสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนจับตา หากตัวเลขการไหลเข้าสุทธิยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง ก็จะช่วยเสริมแรงหนุนให้กับราคาได้ในระยะกลาง แม้ว่าข้อมูลล่าสุดยังรอการยืนยันก็ตาม
ประเมินสถานการณ์ ราคาอยู่ตรงไหนในภาพใหญ่
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ต้องย้อนกลับไปดูบริบทที่ใหญ่กว่า Bitcoin เคยพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใกล้ $124,000 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ก่อนจะเข้าสู่วัฏจักรขาลงยาวนาน ราคาร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดใกล้ $66,000 ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 คิดเป็นการลดลงกว่า 46% จากจุดสูงสุด
นับจากจุดต่ำสุดนั้น ราคาฟื้นตัวต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 8 สัปดาห์ ดีดกลับขึ้นมาราว 22% มายืนได้ที่ระดับ $80,000 กว่า การฟื้นตัวในระยะกลางนี้ดูน่าประทับใจ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะพูดได้ว่าโครงสร้างขาลงระยะยาวสิ้นสุดลงแล้ว เพราะราคายังคงห่างจากจุดสูงสุดเดิมถึง 36% และยังอยู่ในกรอบที่แคบมากมากว่า 10 วัน
ทิศทางต่อจากนี้ สิ่งที่ต้องติดตาม
การดีดตัวของวันนี้ทำให้ราคากลับมายืนเหนือ $80,000 ได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่ตลาดรอดูคือจะสามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้หรือไม่ และจะมีแรงส่งพอที่จะทะลุกรอบบนของช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หรือเปล่า กรอบ $79,000 $82,200 ที่ Bitcoin แกว่งอยู่มากว่า 10 วัน กว้างแค่ 4.1% ถือว่าแน่นมากสำหรับสินทรัพย์ที่มักผันผวนสูง และมักบ่งบอกว่าตลาดกำลังสะสมพลังก่อนจะเคลื่อนที่ครั้งใหญ่
สัญญาณที่สำคัญในระยะถัดไปคือปริมาณซื้อขาย หากราคาพยายามทะลุขึ้นเหนือ $82,200 แต่ปริมาณซื้อขายไม่ได้พุ่งขึ้นตาม โอกาสที่การทะลุนั้นจะล้มเหลวก็ยังมีอยู่มาก ในทางกลับกัน หากราคาหลุดกลับลงต่ำกว่า $79,000 แรงขายก็อาจเร่งตัวได้ ในขณะที่แนวรับถัดไปที่ $75,700 จะกลายเป็นโซนที่ตลาดจับตา
ปัจจัยภายนอกอย่างข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ และท่าทีของ Fed ในช่วงที่เหลือของปียังคงเป็นตัวแปรหลักที่จะกำหนดทิศทางของ Bitcoin ในระยะกลางถึงยาว นักลงทุนสถาบันหลายรายยังคงติดตามตัวเลขเหล่านี้อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจใด ๆ
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการดีดตัวของ Bitcoin วันนี้น่าสนใจในแง่ความเร็ว ราคาร่วงลงไปแตะ $78,795 แล้วดีดกลับขึ้นมาได้เกือบ $2,100 ภายในวันเดียว นั่นบอกว่ายังมีคนรอซื้อในโซนใกล้ $79,000 อยู่จริง แต่ผมยังไม่ถึงกับตื่นเต้นกับการเคลื่อนไหวนี้มากนัก เพราะมันยังอยู่ในกรอบเดิมที่แกว่งมาสองสัปดาห์แล้ว
สิ่งที่ผมรอดูจริง ๆ คือการทดสอบโซนเหนือ $82,000 พร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมาด้วย ถ้าผ่านตรงนั้นได้และยึดอยู่ได้ นั่นถึงจะน่าสนใจในฐานะสัญญาณว่าตลาดพร้อมขยับเฟสใหม่ แต่ถ้าดีดขึ้นไปแล้วหมดแรงในบริเวณเดิมอีก ก็เป็นภาพเดิมที่เห็นมาตลอดสองสัปดาห์นี้
ภาพใหญ่ยังเป็นการฟื้นตัวแบบสวนกระแสในแนวโน้มขาลงระยะยาวจากยอด $124,000 สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าให้ความตื่นเต้นของการเด้งระยะสั้นบัง perspective ระยะยาวไว้ ความอดทนและการติดตามข้อมูลอย่างใจเย็นยังคงสำคัญที่สุดในตลาดแบบนี้
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

