bitkub-banner

Bitcoin ร่วง 3.27% หลุด $79,000 แตะแนวรับสำคัญ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วง 3.27% ในช่วงสั้น หลุดระดับจิตวิทยา $79,000 แตะ $78,796 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ขณะที่ราคาสูงสุดใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ $81,958
  • การปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นภายในกรอบการแกว่งตัวระยะสั้นที่ $78,800 $82,150 โดยราคาทดสอบแนวรับล่างของกรอบอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ยังเปราะบาง
  • ผู้ถือระยะยาวและเทรดเดอร์ต่างจับตาว่าแนวรับบริเวณ $78,800 จะยืนหยัดได้หรือไม่ เพราะการหลุดโซนนี้อาจเปลี่ยนโครงสร้างตลาดระยะกลางที่กำลังฟื้นตัวอยู่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การร่วงลงทดสอบแนวรับล่างของกรอบสะท้อนแรงขายที่กลับมาในช่วงสั้น ขณะที่โครงสร้างระยะกลางยังเป็นขาขึ้น แต่ความล้มเหลวในการทะลุ $82,150 ซ้ำหลายครั้งสร้างความกังวลว่าแรงซื้อกำลังหมดแรง หากแนวรับบริเวณ $78,800 ไม่ทรงตัว ตลาดอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม

ราคา Bitcoin (BTC) ดิ่งลง 3.27% หลุดระดับจิตวิทยา $79,000 แตะ $78,796 ในวันที่ 15 พ.ค. 2569 ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ยังคงผันผวน หลังจากราคาพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดใน 24 ชั่วโมงที่ $81,958 ก่อนจะพลิกกลับมาร่วงลงมาทดสอบโซนแนวรับสำคัญด้านล่างของกรอบการแกว่งตัว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือว่ามีนัยสำคัญ เพราะ $78,800 คือพื้นของกรอบที่ตลาดใช้เป็นฐานมาตลอด 10 วันที่ผ่านมา

BTC 4H price chart

ข้อมูลตลาดในขณะนี้แสดงให้เห็นว่า Market Cap ของ Bitcoin อยู่ที่ 1.58 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 4.76 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีกิจกรรมการซื้อขายในระดับที่มีนัยสำคัญ แม้ราคาจะปรับตัวลง โดยการเปลี่ยนแปลงใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ -1.39%

ผลกระทบต่อผู้ถือระยะยาว

สำหรับผู้ที่ถือ Bitcoin มาตั้งแต่ช่วงฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ $62,854 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การร่วงลงมาสู่บริเวณ $78,796 ในวันนี้ยังไม่ได้ทำลายโครงสร้างขาขึ้นระยะกลางที่สะสมมากว่า 13 สัปดาห์ ราคายังคงสูงกว่าจุดต่ำสุดของรอบนี้อยู่กว่า 25% แต่ในขณะเดียวกัน ภาพใหญ่ยังคงเป็นขาลงนับตั้งแต่ราคาแตะ $123,561 ในเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งหมายความว่าการฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงการดีดกลับในขาลงใหญ่ จนกว่าราคาจะสามารถทะลุแนวต้านบริเวณ $90,000 ขึ้นไปได้อย่างชัดเจน

ผู้ถือระยะยาวที่มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับปัจจุบันอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาในช่วงที่ราคาอยู่ใกล้ $80,000 $82,000 การร่วงลงมาทดสอบแนวรับล่างของกรอบถือเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการที่ตลาดยังคงรักษาจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ มาตลอด 3 เดือน ยังเป็นสัญญาณเชิงบวกในเชิงโครงสร้าง

มุมมองจากฝั่งเทรดเดอร์

การร่วงลง 3.27% ในช่วงสั้นเป็นสัญญาณที่เทรดเดอร์ต้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะในตลาดฟิวเจอร์ที่ความผันผวนแบบนี้มักนำไปสู่การล้างพอร์ตฝั่งที่เปิด Long ไว้ในระดับราคาสูง บรรยากาศของตลาดในช่วง 10 วันที่ผ่านมาแสดงให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจน คือมีแรงขายทุกครั้งที่ราคาเข้าใกล้ $82,100 และมีแรงซื้อกลับทุกครั้งที่ราคาหล่นมาบริเวณ $78,800 $79,300 ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดกำลังสะสมพลังงานก่อนจะเลือกทิศทางใหม่

อัตราดอกเบี้ยในตลาดฟิวเจอร์ (Funding Rate) ที่ลดลงมาใกล้ศูนย์หรือติดลบเล็กน้อยในช่วงนี้สะท้อนว่าตลาดไม่ได้มีความเชื่อมั่นขาขึ้นมากเกินไป ซึ่งในแง่หนึ่งก็ช่วยลดความเสี่ยงของการล้างพอร์ตรุนแรงในฝั่ง Long แต่ก็แปลว่านักเก็งกำไรยังไม่มีแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ตลาดจึงยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบต่อไป

ระดับราคาที่ต้องจับตา

โซนที่ตลาดกำลังทดสอบอยู่ในขณะนี้คือบริเวณ $78,800 ซึ่งเป็นพื้นล่างของกรอบการแกว่งตัวระยะสั้นและถือเป็นแนวรับสำคัญที่นักลงทุนจำนวนมากจับตามอง หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ในเชิงกลยุทธ์ ตลาดอาจยังคงรักษาโครงสร้างขาขึ้นระยะกลางไว้ได้ แต่หากราคาหลุดและปิดใต้ $78,500 อย่างชัดเจน นั่นคือสัญญาณที่ต้องพิจารณาใหม่ว่ารอบการฟื้นตัวนี้อาจจบลงแล้ว

ในทางกลับกัน หากมีแรงซื้อกลับดันราคาขึ้นได้ แนวต้านถัดไปที่ต้องทะลุเพื่อยืนยันว่าตลาดกลับสู่ทิศทางขาขึ้นอีกครั้งคือบริเวณ $82,150 ซึ่งเป็นยอดบนของกรอบที่ราคาพยายามทะลุมาหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ส่วนแนวรับถัดไปหากหลุด $78,800 อยู่ในบริเวณ $75,700 และ $73,000 ตามลำดับ


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการร่วงลงมาทดสอบบริเวณ $78,796 ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจหากมองในบริบทของโครงสร้างตลาดที่เป็นอยู่ กรอบการแกว่งตัวแบบนี้มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเลือกทิศทาง และสิ่งที่ผมจะจับตาดูมากที่สุดในช่วงนี้ไม่ใช่ว่าราคาจะขึ้นหรือลงในระยะสั้น แต่เป็นเรื่องว่าพฤติกรรมของราคารอบ $78,800 จะเป็นอย่างไร ถ้าราคาร่วงลงมาแล้วมีแรงซื้อกลับอย่างรวดเร็วเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 10 วันที่ผ่านมา นั่นยังเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าราคาแกว่งอยู่ใต้ระดับนี้นาน ๆ โดยไม่มีแรงซื้อที่ชัดเจน ผมจะเริ่มระวังมากขึ้น

อีกสิ่งที่น่าสังเกตคือภาพรวมมหภาคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงนี้ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงคริปโต ตลาดที่ยังไม่แน่ใจเรื่องทิศทางดอกเบี้ยมักทำให้ Bitcoin แกว่งตัวในกรอบแคบแบบนี้ได้นานกว่าที่คิด ดังนั้นการมีความอดทนและไม่ตัดสินใจเร็วเกินไปจึงน่าจะเป็นแนวทางที่รอบคอบที่สุดในตอนนี้

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI