bitkub-banner

Dune บริษัทข้อมูลคริปโต ประกาศปลดพนักงาน 25% ปรับทัพมุ่งเน้นด้าน AI

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Dune บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลบนบล็อกเชนรายใหญ่ ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 25% เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลให้แม่นยำยิ่งขึ้น
  • Fredrik Haga ซีอีโอยืนยันสถานะการเงินบริษัทยังแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบ Model Context Protocol (MCP) เพื่อให้ AI สามารถสร้าง Dashboards ได้เองโดยไม่ต้องใช้ภาษา SQL
  • เทรนด์การปลดพนักงาน แล้วแทนที่ด้วย AI กำลังลุกลามทั่ววงการ หลัง Coinbase, Block Inc. และ Gemini ต่างปรับลดคนขนานใหญ่ ในช่วงต้นปี 2026

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การปรับโครงสร้างของ Dune แม้จะเป็นข่าวการเลิกจ้างซึ่งดูเป็นลบในเชิงเศรษฐศาสตร์แรงงาน แต่ในมุมมองของนักลงทุนคริปโตถือเป็นสัญญาณของการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร การนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้รวดเร็วและง่ายขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพคล่องและการตัดสินใจในตลาดภาพรวม ข่าวนี้จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาเหรียญในตลาดโดยตรง

Dune บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ ประกาศเลิกจ้างพนักงานจำนวน 25% ของทั้งหมด โดยระบุว่า มีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์หลัก และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ 

Fredrik Haga ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Dune เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า การตัดสินใจครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ข้อมูลให้มีความแม่นยำ และเฉียบคมยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลายพันรายที่ใช้งานอยู่

แม้จะไม่มีการระบุจำนวนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างอย่างชัดเจน แต่คาดการณ์จากข้อมูล LinkedIn ระบุว่า บริษัทมีทีมงานอยู่ราว 150 คน

Fredrik Haga ยืนยันอย่างมั่นใจว่า สถานะทางการเงินของ Dune ยังคงแข็งแกร่งมาก และพร้อมที่จะรุกเข้าสู่เทคโนโลยี AI เต็มตัว เพื่อรองรับความต้องการข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในโลกคริปโต

AI ปัจจัยที่นำไปสู่การเลิกจ้างทั่วอุตสาหกรรม

การเลิกจ้างของ Dune สะท้อนถึงแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งภาคเทคโนโลยีและคริปโตในปี 2026 ซึ่งบริษัทหลายแห่งมองว่า AI เป็นทั้งตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นปัจจัยที่เข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจ

โดยในเดือนพฤษภาคมนี้ บริษัท Coinbase ก็เพิ่งสั่งปลดพนักงานไป 700 คน (ประมาณ 14%) โดยอ้างถึงการนำ AI มาใช้มากขึ้น 

ขณะที่สื่อคริปโตอย่าง DL News ก็ต้องปิดตัวลง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากระบบรวมข้อมูลด้วย AI ทำให้ยอดการเข้าถึงผ่านการค้นหาบนอินเทอร์เน็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 

นอกจากนี้ บริษัทรายใหญ่อย่าง Block Inc. ก็ได้ปรับลดพนักงานลงถึงครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 4,000 รายไปเมื่อช่วงต้นปี รวมถึง Gemini และ Crypto.com ที่ใช้เหตุผลเรื่องความคุ้มค่าจากการใช้ AI ในการลดจำนวนพนักงานเช่นกัน

อนาคตในระบบของ Dune

Fredrik Haga อธิบายว่า ระบบ Model Context Protocol (MCP) ของ Dune จะเปิดทางให้ AI สามารถโต้ตอบกับแพลตฟอร์มได้โดยตรง ซึ่งหมายความว่า เหล่านักพัฒนาและ AI Agents จะสามารถสร้างหน้าแสดงผลข้อมูล (Dashboards) และขั้นตอนการทำงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องโครงสร้างข้อมูลหรือภาษา SQL อีกต่อไป 

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมลงทุนในผลิตภัณฑ์ข้อมูลสำหรับสถาบันการเงิน เนื่องจากมองเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่า สินทรัพย์ดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงิน, หุ้น, พันธบัตร หรือสินค้าโภคภัณฑ์ กำลังเคลื่อนย้ายเข้าสู่ระบบบล็อกเชนมากขึ้นเรื่อยๆ

ภาพรวมวิกฤตแรงงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ

การลดพนักงานของ Dune ในครั้งนี้ ทำให้ยอดรวมการเลิกจ้างในบริษัทคริปโตรายใหญ่ในปี 2026 นี้สูงกว่า 5,000 ตำแหน่งแล้ว และหากมองในภาพกว้างของภาคเทคโนโลยีในสหรัฐฯ สถานการณ์ถือว่ามีความรุนแรงอย่างมาก 

โดยข้อมูลจาก Layoffs.fyi ระบุว่า ในปี 2026 มีบริษัทเทคโนโลยีถึง 137 แห่งที่ประกาศลดพนักงาน รวมยอดคนตกงาน มีจำนวนเกือบ 109,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวครั้งใหญ่ของโลกการทำงานที่ต้องแข่งขันกับประสิทธิภาพการประมวลผลที่รวดเร็วและต้นทุนที่ต่ำกว่าของระบบปัญญาประดิษฐ์ AI ในปัจจุบัน

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Dune คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคนทำงานสาย Data ในวงการคริปโต ยุคที่ต้องมานั่งเขียน Code หรือ SQL เพื่อดึงข้อมูลกำลังจะจบลง เพราะ AI สามารถทำหน้าที่นั้นได้ดีกว่าและเร็วกว่าหลายเท่า การที่บริษัทชั้นนำยอมปลดคนเพื่อไปลงทุนใน AI แทน แสดงว่าประสิทธิภาพที่ได้ มันคุ้มค่าที่จะแลก