สรุปข่าว
- สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการ หลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี Trump และประธานาธิบดี Xi ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 14-15 พ.ค. 2569
- จีนยืนยันแผนซื้อเครื่องบิน Boeing อย่างน้อย 200 ลำ พร้อมทั้งสินค้าเกษตรอเมริกันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงถั่วเหลืองและน้ำมัน
- ทั้งสองฝ่ายตั้ง “คณะกรรมการการค้า” และ “คณะกรรมการการลงทุน” เพื่อจัดการความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในอนาคต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การผ่อนคลายสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง เนื่องจากความตึงเครียดด้านภาษีที่สูงถึง 145% ในช่วงปี 2568 เคยกดดันตลาดทั่วโลกรวมถึงตลาดคริปโต การบรรลุข้อตกลงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุนและลดความเสี่ยงด้านมหภาค แม้ผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในทันทีจะยังไม่ชัดเจนนัก
กระทรวงพาณิชย์ของจีนยืนยันเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ว่าสหรัฐฯ และจีนได้บรรลุข้อตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกัน ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ข้อตกลงนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping ในกรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. 2569 โดยจีนยืนยันแผนซื้อเครื่องบิน เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนอากาศยานจากสหรัฐฯ พร้อมทั้งระบุว่าจะนำเข้าสินค้าเกษตรของอเมริกาเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงถั่วเหลือง น้ำมัน และผลผลิตการเกษตรอื่น ๆ มูลค่าหลาย “หมื่นล้านดอลลาร์”
รายละเอียดข้อตกลงระหว่างสองมหาอำนาจ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ประธานาธิบดี Trump เปิดเผยว่าจีนตกลงซื้อเครื่องบิน Boeing อย่างน้อย 200 ลำ โดยอาจเพิ่มเป็น 750 ลำในอนาคต รวมถึงเครื่องยนต์จาก General Electric ด้วย ทาง Boeing ได้ยืนยันความผูกพันเบื้องต้นสำหรับ 200 ลำแล้ว ส่วนด้านสินค้าเกษตร ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ Jamieson Greer ระบุว่าการซื้อสินค้าเกษตรอเมริกันอาจมีมูลค่าถึงระดับ “สองหลักของพันล้านดอลลาร์” ในช่วงสามปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังตกลงตั้ง “คณะกรรมการการค้า” (Board of Trade) และ “คณะกรรมการการลงทุน” (Board of Investment) เพื่อบริหารจัดการความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการค้า รัฐมนตรีต่างประเทศจีน Wang Yi ยังระบุเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่าคณะผู้แทนของทั้งสองประเทศได้ผลลัพธ์โดยรวมในเชิงบวก และตกลงที่จะปฏิบัติตาม “ทุก” ข้อตกลงที่เคยทำไว้ก่อนหน้า
บริบทสงครามการค้าและความสำคัญของการเจรจา
ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ทางการค้าสหรัฐฯ-จีนเสื่อมถอยอย่างหนักในช่วงปี 2568 เมื่อสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนสูงถึง 145% และจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าอเมริกัน 125% ทำให้ตลาดทั่วโลกปั่นป่วนและนักลงทุนหันหลังให้สินทรัพย์เสี่ยง ก่อนหน้านี้มีการบรรลุ “การหยุดยิงทางการค้า” เบื้องต้นในเดือน ต.ค. 2568 ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดในเดือน พ.ย. 2569 ดังนั้นการประชุมสุดยอดครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นักวิเคราะห์มองว่าการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดการเงินโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนที่เคยสั่นคลอนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของสินค้าที่จะลดภาษีนำเข้ายังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ และต้องติดตามว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้จริงหรือไม่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข้อตกลงนี้เป็นก้าวที่ดีในการลดความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจ แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการปฏิบัติจริงมากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาการเจรจาสหรัฐฯ-จีนหลายครั้งจบลงที่การประกาศแต่ไม่ได้ตามมาด้วยการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือการที่ทั้งสองฝ่ายตั้งคณะกรรมการร่วมใหม่ ซึ่งหากทำงานได้จริงอาจช่วยสร้างกลไกจัดการข้อพิพาทระยะยาวได้ดีกว่าที่ผ่านมา สำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต ปัจจัยนี้เป็นบวกในภาพใหญ่ แต่อย่าพึ่งคาดหวังผลทันทีจนกว่าจะเห็นรายละเอียดของสินค้าที่ลดภาษีชัดเจนขึ้น
ที่มา: @KobeissiLetter
เครดิตภาพจาก @RupeeMindset

