bitkub-banner

สหรัฐฯ-จีนตั้งคณะกรรมการการค้าร่วม ลดความตึงเครียดเศรษฐกิจ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทำเนียบขาวประกาศจัดตั้งคณะกรรมการการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ-จีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง
  • คณะกรรมการการค้าจะดูแลการค้าสินค้าที่ไม่ละเอียดอ่อน ส่วนคณะกรรมการการลงทุนจะเป็นเวทีหารือด้านการลงทุนระหว่างรัฐบาล พร้อมกับข้อตกลงที่จีนจะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ อย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี
  • การผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจโลกเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม แต่ยังต้องติดตามว่ากลไกใหม่นี้จะมีผลในทางปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การจัดตั้งกลไกการค้าร่วมสหรัฐฯ-จีนเป็นสัญญาณลดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งโดยทั่วไปเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต แต่เนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงคริปโตโดยตรง และความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสองชาติยังคงมีอยู่ ผลกระทบต่อราคาจึงยังเป็นกลาง

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ทำเนียบขาวได้ประกาศจัดตั้ง “คณะกรรมการการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ-จีน” (US-China Board of Trade and Investment) ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter โดยมีเป้าหมายเพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี” ระหว่างสหรัฐฯ และจีน การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2560 และเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

รายละเอียดคณะกรรมการและข้อตกลงที่ตามมา

คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ประกอบด้วยสองส่วน ได้แก่ คณะกรรมการการค้า (Board of Trade) ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐฯ และจีนบริหารจัดการการค้าสินค้าที่ไม่ละเอียดอ่อน และคณะกรรมการการลงทุน (Board of Investment) ที่จะเป็นเวทีสำหรับการหารือประเด็นการลงทุนระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่าย กรอบการทำงานใหม่นี้ถูกอธิบายว่าเป็นแนวทางที่ “แม่นยำ” และ “ปฏิบัติได้จริง” มากขึ้น โดยละทิ้งการแสวงหาข้อตกลงครอบคลุมในวงกว้างแบบเดิม

นอกเหนือจากการจัดตั้งคณะกรรมการ ข้อตกลงนี้ยังรวมถึงพันธกรณีที่เป็นรูปธรรมหลายประการ จีนจะซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของสหรัฐฯ อย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วงปี 2569-2571 พร้อมกันนี้จีนยังอนุมัติการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งที่ผลิตในอเมริกาจำนวน 200 ลำในเบื้องต้นสำหรับสายการบินจีน และยังเตรียมแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญ เช่น อิตเทรียม สแกนเดียม นีโอดิเมียม และอินเดียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

นัยสำคัญต่อตลาดการเงินโลกและคริปโต

การจัดตั้งกลไกการค้าถาวรระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกถือเป็นสัญญาณของการพยายามลดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าข้อตกลงครั้งนี้ยังบรรลุผลได้น้อยกว่าที่คาดไว้ และความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงเรื่องการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงมีอยู่

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม แผนคลังทุนสำรอง Bitcoin เตรียมประกาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ บ่งชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายของทำเนียบขาวกับตลาดคริปโตยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกในภาพใหญ่ การที่สหรัฐฯ และจีนยอมนั่งลงตั้งกลไกการค้าร่วมกันอย่างเป็นระบบดีกว่าการขัดแย้งกันตลอดเวลาแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือกลไกใหม่นี้จะมีผลในทางปฏิบัติจริงแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาการประกาศข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีนมักตามมาด้วยความผิดหวังในระยะยาว สำหรับนักลงทุนคริปโต ถ้าความตึงเครียดทางเศรษฐกิจโลกลดลงได้จริง ก็น่าจะเป็นปัจจัยหนุนระยะกลางได้บ้าง แต่คงไม่ใช่ตัวแปรหลักที่ขับเคลื่อนราคาในระยะสั้น

ที่มา: @KobeissiLetter

เครดิตภาพจาก @CE_ChinaEconomy