bitkub-banner

Bernstein ชี้เหมืองขุด Bitcoin ผันตัวสู่ผู้ให้บริการ AI ดีลรวมกว่า $90,000 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bernstein ออกรายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ระบุว่าเหมืองขุด Bitcoin กำลังแปลงตัวเองเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยมีดีลรวมกว่า $90,000 ล้าน ครอบคลุมกำลังไฟฟ้า 3.7 กิกะวัตต์
  • Bernstein ให้เรตติง “Outperform” แก่ IREN, Riot Platforms, CleanSpark และ Core Scientific ขณะที่ Marathon Digital (MARA) ได้รับเรตติง “Market Perform”
  • การแย่งชิงพลังงานระหว่างบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และผู้ให้บริการคลาวด์ทำให้เหมืองขุดที่มีโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าอยู่แล้วกลายเป็นคู่ค้าสำคัญ และตลาดอาจยังประเมินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

รายงานของ Bernstein ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อหุ้นเหมืองขุด Bitcoin ที่เริ่มหันมาสร้างรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา Bitcoin ได้ในระยะยาว แม้ข่าวนี้ไม่ได้กระตุ้นราคา Bitcoin โดยตรงในระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณว่ามูลค่าของเหมืองขุดยังถูกมองข้าม และอาจได้รับการประเมินใหม่จากตลาด

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph บริษัทวิเคราะห์การลงทุน Bernstein ได้ออกรายงานฉบับใหม่โดยทีมนักวิเคราะห์นำโดย Gautam Chhugani ระบุว่าเหมืองขุด Bitcoin กำลังกลายเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI รายสำคัญ โดยมีดีลที่ประกาศออกมาแล้วรวมกว่า $90,000 ล้าน ครอบคลุมกำลังไฟฟ้า 3.7 กิกะวัตต์ ตอบสนองความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่กำลังแย่งชิงกันหาพื้นที่ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ AI อย่างเร่งด่วน Bernstein ยังปรับเรตติงหุ้นเหมืองขุดหลายแห่ง โดยให้เรตติง “Outperform” แก่ IREN, Riot Platforms, CleanSpark และ Core Scientific ขณะที่ Marathon Digital (MARA) ได้รับเรตติง “Market Perform”

เหมืองขุดอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่คุณค่า AI

รายงานของ Bernstein เผยให้เห็นภาพของดีลที่ซับซ้อนระหว่างบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ผู้ให้บริการคลาวด์ และเหมืองขุด Bitcoin จากข้อมูลในรายงาน CoreWeave ซึ่งมี OpenAI เป็นนักลงทุนและมีรายได้ค้างรับราว $67,000 ล้านนั้น ได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่กับเหมืองขุดหลายแห่ง ได้แก่ Core Scientific ($10,000 ล้าน, 590 เมกะวัตต์), Galaxy ($15,000 ล้าน, 526 เมกะวัตต์), Applied Digital ($11,000 ล้าน, 400 เมกะวัตต์), Hut 8 ($7,000 ล้าน, 245 เมกะวัตต์), Cipher Mining ($3,800 ล้าน, 207 เมกะวัตต์) และ TeraWulf ($11,500 ล้าน, 462 เมกะวัตต์) นอกจากนี้ Riot Platforms ยังมีดีลกับ Core42 มูลค่ากว่า $1,000 ล้านสำหรับ 60 เมกะวัตต์ และดีลกับ AMD อีก $600 ล้านสำหรับ 50 เมกะวัตต์ ส่วน IREN มีดีลคลาวด์กับ NVIDIA มูลค่า $3,400 ล้านสำหรับ 60 เมกะวัตต์

ด้านไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่อย่าง Meta มีดีลที่เกี่ยวข้องรวมกว่า $35,000 ล้าน ขณะที่ OpenAI มีมูลค่าดีลกว่า $22,000 ล้าน และ Google มีสัญญาผูกพันราว $13,000 ล้านผ่านดีลต่าง ๆ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเหมืองขุด Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขุดเหรียญอีกต่อไป แต่กลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของ AI ที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกพึ่งพาอยู่

ทำไมเหมืองขุดถึงได้เปรียบในการแข่งขันครั้งนี้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เหมืองขุด Bitcoin กลายเป็นที่ต้องการคือการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าที่หายากมากในปัจจุบัน โดยรวมแล้วเหมืองขุด Bitcoin ทั่วโลกควบคุมกำลังไฟฟ้าตามแผนรวมกว่า 27 กิกะวัตต์ ในขณะที่การขอใช้ไฟฟ้าใหม่ขนาด 1 กิกะวัตต์ในตลาดสหรัฐฯ อาจใช้เวลานานถึงเกือบ 50 เดือน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสายส่งไฟฟ้าตึงตัวอย่างเท็กซัส นั่นหมายความว่าเหมืองขุดที่มีที่ดินและสายไฟพร้อมอยู่แล้ว กำลังนั่งอยู่บน “สินทรัพย์พลังงาน” ที่มีมูลค่าสูงมากในสายตาของบริษัท AI

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้ง่ายนัก เนื่องจากการแปลงโรงงานขุด Bitcoin ให้รองรับการประมวลผล AI นั้นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากเพื่อปรับปรุงระบบระบายความร้อน อุปกรณ์เครือข่าย และการเดินสายไฟฟ้าที่แตกต่างออกไปสำหรับการประมวลผลแบบ GPU นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่เหมืองขุดอาจพลาดโอกาสทำกำไรในช่วงที่ราคา Bitcoin พุ่งสูง หากโอนกำลังไฟฟ้าไปใช้กับ AI มากเกินไป Bernstein มองว่าตลาดปัจจุบันยังประเมินมูลค่าเหมืองขุดต่ำกว่าที่ควรเป็น โดยเมื่อปลายปี 2567 บริษัทเคยระบุว่าหุ้นเหมืองขุดเทรดที่ส่วนลดสูงถึง 90% เมื่อเทียบกับดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิม

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อดีตทีม OpenAI ผู้ปั้นพอร์ตหมื่นล้าน Short หุ้น Nvidia เทหน้าตักซื้อหุ้นเหมืองคริปโต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ Bernstein กำลังชี้ให้เห็น และ JPMorgan ก็เคยชี้ว่าเหมือง Bitcoin ที่มีสัญญาพลังงานดีอาจเป็นเป้าในการควบรวมกิจการ มาก่อนแล้ว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากในแง่ของการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจของวงการขุด Bitcoin ที่มักถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่ไม่ยั่งยืนและพึ่งพาราคาเหรียญเพียงอย่างเดียว การมีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ให้กับ AI น่าจะช่วยให้เหมืองขุดมีกระแสเงินสดที่มั่นคงขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือเหมืองขุดเหล่านี้จะบริหารจัดการสมดุลระหว่างการขุด Bitcoin และการให้บริการ AI ได้ดีแค่ไหน เพราะถ้าราคา Bitcoin พุ่งขึ้นแรงอีกครั้ง การโอนไฟฟ้าออกไปให้ AI อาจทำให้พลาดโอกาสสำคัญไปได้ ดูได้ว่าราคา BTC ตอนนี้ยืนอยู่ที่ $76,785 ซึ่งยังไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุด การกระจายรายได้น่าจะเป็นทางออกที่ดีในระยะยาว

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Atlas21_eng