สรุปข่าว
- Trump ลงนามคำสั่งผู้บริหาร EO 14178 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 กำหนดนโยบายสนับสนุนการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนอย่างรับผิดชอบ
- คำสั่งดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงบริการธนาคารอย่างเท่าเทียมสำหรับบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงยกเลิกคำสั่งเดิมของ Biden ที่ส่งเสริมการพัฒนา CBDC
- คำสั่งนี้ตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนากรอบกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีรายงานผลลัพธ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบการชำระเงินของธนาคารกลาง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
นโยบายนี้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อวงการคริปโต เพราะการเปิดทางให้บริษัทคริปโตเข้าถึงบริการธนาคารและระบบชำระเงินได้อย่างเท่าเทียมจะช่วยลดอุปสรรคโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของอุตสาหกรรม หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม โอกาสที่นักลงทุนสถาบันจะเข้ามามากขึ้นก็สูงตาม
ตามรายงานจาก CoinDesk ได้หยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับคำสั่งผู้บริหาร EO 14178 ที่ประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดด้านนโยบายคริปโตของสหรัฐฯ คำสั่งดังกล่าวตั้งชื่อว่า “Strengthening American Leadership in Digital Financial Technology” หรือการเสริมสร้างความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในด้านเทคโนโลยีการเงินดิจิทัล โดยมีเป้าหมายหลักคือส่งเสริมการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล บล็อกเชน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ประเด็นที่วงการคริปโตให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษคือการที่คำสั่งนี้ประกาศนโยบายส่งเสริมและปกป้องการเข้าถึงบริการธนาคารอย่างเท่าเทียมสำหรับทุกคนรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมาถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมนี้
EO 14178 พลิกนโยบายสหรัฐฯ จาก CBDC สู่การสนับสนุนคริปโต
หนึ่งในสาระสำคัญที่โดดเด่นที่สุดของ EO 14178 คือการยกเลิกคำสั่งเดิมของประธานาธิบดี Biden (EO 14067) ที่ออกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 ซึ่งเคยส่งเสริมให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประเมินความเป็นไปได้ในการพัฒนาเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) คำสั่งของ Trump ห้ามหน่วยงานรัฐบาลกลางดำเนินการใดๆ เพื่อสร้าง ออก หรือส่งเสริม CBDC ทั้งภายในและนอกประเทศ ยกเว้นกรณีที่กฎหมายบังคับเท่านั้น นับเป็นการพลิกทิศทางนโยบายดิจิทัลของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ คำสั่งยังจัดตั้ง “Presidential Working Group on Digital Asset Markets” หรือคณะทำงานด้านตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของประธานาธิบดี ภายใต้สภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (National Economic Council) โดยมีหน้าที่พัฒนากรอบกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับรัฐบาลกลาง และสั่งให้แต่ละหน่วยงานสำรวจกฎระเบียบที่มีอยู่ภายใน 30-60 วันหลังออกคำสั่ง เพื่อประเมินว่าควรยกเลิก แก้ไข หรือคงไว้
การเข้าถึงระบบชำระเงิน ปัญหาโครงสร้างที่คริปโตรอแก้มานาน
ประเด็นการเข้าถึงระบบชำระเงินและบริการธนาคารของบริษัทคริปโตถือเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน หลายบริษัทในวงการถูกปฏิเสธการเปิดบัญชีธนาคารหรือเข้าถึงระบบชำระเงินหลักของสหรัฐฯ สิ่งที่วงการคริปโตคาดหวังจาก EO 14178 คือการที่รัฐบาลจะใช้นโยบายนี้กดดันให้หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารพิจารณาอนุญาตให้บริษัทคริปโตเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Kraken กลายเป็นบริษัทคริปโตเจ้าแรกที่เข้าถึง Fed โดยตรง หลังรอมากว่า 5 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยังเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลานาน
อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าในคณะทำงานที่จัดตั้งโดย EO 14178 นั้นไม่ได้รวมหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารหลักอย่าง Fed, FDIC หรือ OCC เป็นสมาชิกโดยตรง ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์จริงในเรื่องการเปิดทางเข้าถึงระบบชำระเงินยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง และยังต้องติดตามว่าจะมีความคืบหน้าในเชิงปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า EO 14178 เป็นสัญญาณที่ดีในแง่ทิศทางนโยบาย แต่ระยะห่างระหว่างนโยบายบนกระดาษกับการเปลี่ยนแปลงจริงในโครงสร้างพื้นฐานธนาคารยังคงมีอยู่มาก กรณีของ Kraken ที่ใช้เวลากว่า 5 ปีกว่าจะได้ Master Account กับ Fed เป็นตัวอย่างที่ดีว่าแม้รัฐบาลจะออกคำสั่งสนับสนุน แต่กระบวนการจริงก็ยังช้ามาก สิ่งที่น่าจับตาดูในช่วงนี้คือว่าคณะทำงานที่ตั้งขึ้นตาม EO 14178 จะสามารถผลักดันกรอบกฎหมายที่เป็นรูปธรรมออกมาได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเข้าถึงระบบชำระเงินของธนาคารกลาง
ที่มา: CoinDesk
เครดิตภาพจาก @olivadiazgue
