สรุปข่าว
- วุฒิสมาชิก Dave McCormick แห่งพรรครีพับลิกัน รัฐเพนซิลเวเนีย แสดงความมั่นใจว่า CLARITY Act จะผ่านกฎหมายและได้รับการลงนามในช่วงฤดูร้อนนี้
- ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 คณะกรรมการด้านการธนาคารของวุฒิสภาลงมติ 15 ต่อ 9 เสียง ผ่านร่างกฎหมายไปยังการพิจารณาในที่ประชุมเต็มคณะ
- ร่างกฎหมายยังต้องผ่านด่านสำคัญในวุฒิสภา รวมถึงต้องได้ 60 เสียงเพื่อตัดการอภิปรายยืดเยื้อ (filibuster) ก่อนจะถึงโต๊ะประธานาธิบดี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
หาก CLARITY Act ผ่านกฎหมายจริง จะเป็นก้าวสำคัญที่สุดด้านกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ Bitcoin ถือกำเนิด เพราะช่วยแบ่งแยกอำนาจการกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กับ CFTC อย่างชัดเจน เปิดทางให้สถาบันการเงินและนักลงทุนเข้าสู่ตลาดคริปโตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ซึ่งโดยรวมเป็นบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภท
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 วุฒิสมาชิก Dave McCormick (R-Pa.) แห่งพรรครีพับลิกัน รัฐเพนซิลเวเนีย แสดงความมั่นใจว่า Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act จะผ่านวุฒิสภาและได้รับการลงนามเป็นกฎหมายในช่วงฤดูร้อนนี้ ตามรายงานจาก CoinDesk McCormick ระบุว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับนวัตกรรมของสหรัฐฯ และการเป็นผู้นำด้านคริปโตในระดับโลก โดยเรียกกฎหมายนี้ว่าจะเป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับประธานาธิบดี ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 คณะกรรมการด้านการธนาคารของวุฒิสภาได้ลงมติ 15 ต่อ 9 เสียง ผ่านร่างกฎหมายไปยังการพิจารณาในที่ประชุมเต็มคณะแล้ว
CLARITY Act คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
CLARITY Act หรือชื่อเต็มว่า Digital Asset Market Clarity Act of 2025 (H.R. 3633) เป็นร่างกฎหมายที่ถูกเสนอครั้งแรกในสภาผู้แทนราษฎรโดย Chairman French Hill เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 และผ่านสภาด้วยคะแนนเสียงสองพรรค 294 ต่อ 134 เสียง เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 ก่อนถูกส่งต่อมายังวุฒิสภาในช่วงกลางเดือนกันยายนปีเดียวกัน
เป้าหมายหลักของกฎหมายนี้คือการแบ่งแยกขอบเขตอำนาจการกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC อย่างชัดเจน โดยกำหนดว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดถือเป็นหลักทรัพย์ และประเภทใดถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมวางกรอบกฎระเบียบสำหรับ Stablecoin และผู้ให้บริการตัวกลางในตลาดคริปโต ซึ่งเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมรอคอยมานานกว่าทศวรรษ
เส้นทางยังไม่ราบรื่น ยังมีด่านสำคัญรออยู่
แม้ว่าความคืบหน้าในวุฒิสภาจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ร่างกฎหมายยังต้องผ่านขั้นตอนสำคัญอีกหลายขั้น โดยเฉพาะการลงมติในที่ประชุมเต็มคณะของวุฒิสภา ซึ่งต้องได้ 60 เสียงเพื่อตัดการอภิปรายยืดเยื้อ (filibuster) นอกจากนี้ยังต้องประสานกับร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากคณะกรรมการเกษตรของวุฒิสภา (Digital Commodity Intermediaries Act) และแก้ไขประเด็นที่ยังมีความขัดแย้ง เช่น กฎจริยธรรม การบังคับใช้กฎระเบียบใน DeFi และข้อจำกัดเกี่ยวกับผลตอบแทนจาก Stablecoin
มีเป้าหมายให้กฎหมายนี้ผ่านและได้รับการลงนามภายในวันที่ 4 ก.ค. 2569 หรืออย่างช้าที่สุดในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนที่รัฐสภาจะเข้าสู่ช่วงพักร้อน ส่วน McCormick เองนั้นเป็นสมาชิกคณะอนุกรรมการสินทรัพย์ดิจิทัลในคณะกรรมการด้านการธนาคาร และเป็นผู้สนับสนุนคริปโตอย่างเปิดเผย โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ทุ่ม 20 ล้านบาท ลงทุนใน Bitcoin ผ่านกองทุน ETF ในเดือนมีนาคม 2568 และก่อนหน้านี้เช่นกัน เราได้ทำการวิเคราะห์ ทำไมกฎหมาย CLARITY Act จึงสำคัญต่อ XRP มากกว่าคริปโตเหรียญอื่น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากกฎหมายนี้ไม่เท่ากันในทุกสินทรัพย์
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าความคืบหน้าของ CLARITY Act รอบนี้ถือว่าน่าสนใจมากกว่าที่ผ่านมา เพราะมีการผ่านในคณะกรรมการด้วยคะแนนที่มีฝ่ายค้านสนับสนุนด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องการเมืองพรรคเดียวอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การพูดของวุฒิสมาชิกคนเดียวว่า “มั่นใจว่าจะผ่าน” กับการที่กฎหมายผ่านจริงนั้นยังห่างกันอยู่มาก สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือว่าฝ่ายค้านในวุฒิสภาจะรวมตัวกันได้ 41 เสียงเพื่อยับยั้งหรือไม่ และประเด็นที่ยังขัดแย้งกันอยู่อย่างเรื่อง DeFi จะถูกแก้ไขอย่างไร ถ้าหากกฎหมายนี้ผ่านจริงในฤดูร้อนนี้ น่าจะเป็นตัวกระตุ้นตลาดคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในปี 2569 ก็ว่าได้
ที่มา: @CoinDesk
ภาพจาก AI
