สรุปข่าว
- NHN KCP ผู้ให้บริการชำระเงินยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้จับมือ Ava Labs เปิดทดสอบจ่ายเงินด้วย Stablecoin บนเชน Avalanche
- สถาบันการเงินระดับบิ๊กทั่วเอเชียทั้งไทย, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ต่างตบเท้าเลือกใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Avalanche ในการทำระบบชำระเงินและ RWA กันถ้วนหน้า
- การเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์แบบเต็มสูบในเกาหลีใต้ยังคงต้องรอความชัดเจนจากกฎหมาย Digital Asset Basic Act ที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
NHN KCP ยักษ์ใหญ่ด้านชำระเงินเกาหลีใต้นำร่องทดสอบระบบชำระเงินด้วย Stablecoin บนเครือข่ายส่วนตัวบนบล็อกเชน Avalanche ที่สแกนจ่ายคิวอาร์โค้ดได้รวดเร็วทันใจใน 2 วินาที พร้อมเชื่อมต่อกับแอปดังอย่าง PAYCO ได้ทันที เหตุการณ์นี้สะท้อนเทรนด์ของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั่วเอเชีย ทั้งในไทย , สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ที่ต่างพร้อมใจกันเลือกใช้โครงสร้างของ Avalanche เพื่อพัฒนาระบบชำระเงินแห่งอนาคต
NHN KCP บริษัทผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ของเกาหลีใต้ออกประกาศเปิดตัวโครงการนำร่องทดสอบระบบชำระเงินด้วย Stablecoin บนเครือข่ายส่วนตัวของบล็อกเชน Avalanche อย่างเป็นทางการ โดยระบบถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินยุคใหม่
ในปีก่อนหน้า NHN KCP มีปริมาณการประมวลผลธุรกรรมรวมสูงถึง 51.5 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทจึงถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินระดับภูมิภาค
ระบบนำร่องดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับ Ava Labs โดยทำงานบนเครือข่าย เลเยอร์ 1 ของ Avalanche ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบชำระเงินโดยเฉพาะ
ปัจจุบัน โครงการนำร่องนี้ครอบคลุมพนักงานกว่า 700 คน ที่สำนักงานใหญ่ของ NHN KCP โดยใช้ Stablecoin ชำระค่าอาหารและสินค้าผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งระบบสามารถประมวลผลและชำระราคาได้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึง 2 วินาที
นอกจากนี้ ระบบยังถูกบูรณาการเข้ากับ PAYCO แอปพลิเคชันชำระเงินยอดนิยมของเกาหลีใต้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อและแลกเปลี่ยนบัตรของขวัญได้โดยตรง
ทาง NHN KCP ยังได้พัฒนาแดชบอร์ดติดตามธุรกรรมแบบเรียลไทม์ โดยใช้สัญญา Smart Contracts ในการเคลียร์ยอดเงินอัตโนมัติ เพื่อให้ร้านค้าทั่วไปสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน
สถาบันการเงินเอเชียตบเท้าใช้โครงสร้าง Avalanche
การทดสอบระบบของ NHN KCP สอดคล้องกับแนวโน้มของสถาบันการเงินชั้นนำทั่วเอเชียที่เริ่มนำโครงสร้างพื้นฐานของ Avalanche มาใช้ในการพัฒนาระบบชำระเงินและบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล
ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศไทย บริษัท Orbix Technology เครือธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดตัวระบบชำระเงินข้ามพรมแดนไทย-สิงคโปร์ด้วยคิวอาร์โค้ดพร้อมระบบชำระราคาแบบทันที
ขณะเดียวกัน ประเทศสิงคโปร์ StraitsX ได้จับมือกับ Grab และ Alipay+ เพื่อขยายการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ XSGD และ XUSD ในภูมิภาค
ด้านประเทศญี่ปุ่นก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยบริษัท TIS ผู้ดูแลธุรกรรมบัตรเครดิตกว่าครึ่งประเทศได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Multi-Token ในขณะที่ Progmat เตรียมย้ายสินทรัพย์โทเคนมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ มายังเครือข่าย Avalanche ภายในปี 2026
นอกจากนี้ ในเกาหลีใต้เอง KB Kookmin Card ก็กำลังพัฒนาโมเดลไฮบริดเพื่อเชื่อมโยงบัตรเครดิตกับกระเป๋าเงินดิจิทัล ส่วน KB Financial ก็ได้เริ่มทดสอบ Stablecoin สกุลเงินวอน (KRW) แล้วเช่นกัน
รอความชัดเจนกฎหมาย ก่อนลุยบริการเชิงพาณิชย์
แม้กระบวนการทดสอบจะมีความคืบหน้าเกิดขึ้น แต่การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่สาธารณชนของ NHN KCP ยังคงต้องรอความชัดเจนจากร่างกฎหมาย Digital Asset Basic Act ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายหลักในการกำกับดูแล Stablecoin ของเกาหลีใต้
ปัจจุบัน ฝ่ายนิติบัญญัติได้เลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งท้องถิ่นในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 โดยคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) มีแนวทางที่จะกำกับดูแลอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการคุมเข้มหน่วยงานผู้ออกเหรียญ
มุมมองผู้เขียน: กระแสความนิยมของ Avalanche ถือว่าเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในวงการคริปโต เนื่องจากจะเห็นได้ว่า ความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของเชนนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่สถาบันการเงินชั้นนำในหลายประเทศทั่วเอเชียรวมถึงประเทศไทย ต่างก็ตบเท้าให้ความไว้วางใจ และเลือกใช้เครือข่ายนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาระบบชำระเงินแห่งอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา:cryptopolitan

