สรุปข่าว
- จู จุนเต้า อดีต CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Hodlnaut ถูกตำรวจสิงคโปร์ฟ้อง 6 กระทงในข้อหาหลอกลวงโดยการแถลงข้อมูลเท็จ เกี่ยวกับการสูญเสียของบริษัทจากวิกฤต TerraUSD
- คดีนี้เกิดจากการที่จำเลยถูกกล่าวหาว่าสั่งให้พนักงานแจ้งต่อผู้ใช้ว่าบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจาก UST ทั้งที่ภายหลังเปิดเผยว่ามีรูขนาด $193 ล้านในงบการเงิน
- จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และกำหนดนัดประชุมก่อนการพิจารณาคดีในเดือนมิถุนายนนี้ โดยหากถูกตัดสินว่ามีความผิดอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีต่อกระทง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
แม้คดีนี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาตลาดในปัจจุบัน แต่ข่าวการฟ้องร้องในคดีฉ้อโกงคริปโตย่อมสร้างความรู้สึกเชิงลบต่อความไว้วางใจในอุตสาหกรรมในภาพรวม โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่ยังระวังตัวจากบาดแผลของวิกฤต Terra ในปี 2565
เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตำรวจสิงคโปร์โดยหน่วยงาน Commercial Affairs Department (CAD) ได้ยื่นฟ้องนายจู จุนเต้า (อายุ 36 ปี) อดีตผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของแพลตฟอร์มคริปโต Hodlnaut ในศาลสิงคโปร์ด้วยข้อหาหลอกลวงโดยการแถลงข้อมูลเท็จรวมทั้งสิ้น 6 กระทง ตามรายงานจาก Cointelegraph โดยข้อกล่าวหาระบุว่าจำเลยได้สั่งให้พนักงานออกแถลงการณ์เท็จเกี่ยวกับการรับผลกระทบของบริษัทจากการล่มสลายของ TerraUSD (UST) ในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2565 จำเลยได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และมีการนัดประชุมก่อนการพิจารณาคดีในเดือนมิถุนายนนี้
จากคำพูดที่ว่า “ไม่มีผลกระทบ” สู่รูขนาด $193 ล้าน
Hodlnaut เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดให้ผู้ใช้ฝากเหรียญดิจิทัลและรับดอกเบี้ย มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 30,000 ราย ภายหลังจากที่ UST ล่มสลายในเดือนพฤษภาคม 2565 ทำให้ตลาดคริปโตทั้งวงการสั่นสะเทือน นายจู จุนเต้า ถูกกล่าวหาว่าสั่งให้พนักงานแจ้งต่อผู้ใช้ในกลุ่ม Telegram และทางอีเมลว่า Hodlnaut ไม่ได้มีสถานะใน UST โดยตรง และไม่ได้รับความสูญเสียใดจากวิกฤตดังกล่าว นอกจากนี้ จำเลยยังถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความในลักษณะเดียวกันบนบัญชี X ส่วนตัวของตนเองอีกถึง 3 โพสต์ในเดือนมิถุนายน 2565
ความจริงถูกเปิดเผยในเดือนสิงหาคม 2565 เมื่อ Hodlnaut ยื่นขอความคุ้มครองจากเจ้าหนี้ในศาลสิงคโปร์ โดยเอกสารในคดีเปิดเผยว่าบริษัทมีรูขนาดถึง $193 ล้าน ก่อนที่แพลตฟอร์มจะหยุดให้บริการในที่สุด กองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์เริ่มสืบสวนคดีนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 และใช้เวลากว่า 3 ปีในการรวบรวมหลักฐานก่อนยื่นฟ้องในครั้งนี้
โทษที่อาจได้รับและความสำคัญของคดี
นายจู จุนเต้า เผชิญกับข้อหา 3 กระทงภายใต้มาตรา 424A(1)(a) ของประมวลกฎหมายอาญาสิงคโปร์ ซึ่งเกี่ยวกับการแถลงข้อมูลเท็จโดยตรง และอีก 3 กระทงภายใต้มาตราเดียวกันอ่านประกอบกับมาตรา 109 ซึ่งเกี่ยวกับการยุยงให้บุคคลอื่นกระทำความผิด หากศาลตัดสินว่ามีความผิดในทุกกระทง จำเลยอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีต่อหนึ่งกระทง รวมกับโทษปรับ
คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในบทสรุปทางกฎหมายที่สำคัญของวิกฤตคริปโตในปี 2565 ซึ่งทำให้แพลตฟอร์มหลายแห่งอย่าง Celsius, Voyager และ Three Arrows Capital ล้มละลายพร้อมกัน ตำรวจสิงคโปร์ยังได้เตือนสาธารณชนให้ระมัดระวังความเสี่ยงของคริปโต โดยระบุว่าสินทรัพย์เหล่านี้มีความผันผวนสูง และนักลงทุนยังเผชิญความเสี่ยงจากการที่ผู้ให้บริการอาจล้มละลายเนื่องจากการฉ้อโกง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคดีนี้สำคัญมากในฐานะสัญลักษณ์ว่าระบบกฎหมายกำลังตามทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุควิกฤต 2565 แม้จะใช้เวลานานกว่า 3 ปีก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือกฎหมายสิงคโปร์มีฟันเขี้ยวพอสมควร โทษสูงสุด 20 ปีต่อกระทงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และนั่นอาจส่งสัญญาณให้ผู้บริหารแพลตฟอร์มคริปโตทั่วโลกต้องคิดให้หนักขึ้นก่อนจะออกแถลงการณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สงบใจโดยไม่มีข้อมูลรองรับ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือผลการพิจารณาคดีในเดือนมิถุนายน และว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นในคดี Hodlnaut ถูกดำเนินการทางกฎหมายตามมาด้วยหรือเปล่า
ที่มา: Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @coinpapercom

