ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ร่วงหลุดระดับ 73,000 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว โดยลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 72,728 ดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากข่าวด่วนเรื่องอิหร่านจ่อเปิดฉากโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและดันราคาน้ำมันดิบโลกให้พุ่งทะยานกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ทันที
สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ เมื่อเวลาประมาณ 04:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น แม้จะยังไม่มีการระบุพิกัดที่แน่ชัด แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้เอาคืนอย่างเด็ดขาด หลังจากที่กองทัพสหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากโจมตีพื้นที่ทางทหารในอิหร่านไปก่อนหน้านี้

ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยผ่านสื่อ MS NOW ว่า ปฏิบัติการโจมตีก่อนหน้านี้ของสหรัฐฯ มุ่งเป้าทำลายจุดที่เชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังทหารอเมริกัน และป้องกันความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งเชิงพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้กองทัพสหรัฐอเมริกายังสามารถสกัดกั้นและยิงโดรนของอิหร่านตกได้อีกหลายลำ
ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลพุ่งขึ้นกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 97 ดอลลาร์ 29 เซนต์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสก็ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 91 ดอลลาร์ 71 เซนต์ต่อบาร์เรลเช่นเดียวกัน
ผลกระทบจากความตึงเครียดไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดน้ำมันเท่านั้น แต่กำลังสะเทือนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค
ธนาคารยักษ์ใหญ่ Citi ออกโรงเตือนในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า แม้ก่อนหน้านี้ นักลงทุนจะเริ่มคลายความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันไปบ้างแล้ว แต่ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ที่ปะทุขึ้นใหม่ กำลังบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ เดินหน้านโยบายแบบเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin
ในขณะที่รายงาน Bitcoin ซื้อขายกันอยู่ที่ 72,766 ดอลลาร์ โดยมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:CNBC

