bitkub-banner

CK Fastwork ถกเรื่อง Bitcoin กับควอนตัม สิ่งที่หลายคนอาจกังวลมากเกินไป ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • CK มองว่า ชุมชน Bitcoin กำลังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี Quantum-safe อยู่แล้วและอาจเห็นความคืบหน้าชัดเจนภายใน 4-6 ปีข้างหน้า
  • แม้ Quantum Computer จะสามารถถอดรหัส Bitcoin ได้ในอนาคต แต่ผู้โจมตีอาจไม่ได้ประโยชน์มากอย่างที่หลายคนคิด เพราะการโจมตีจะทำลายความเชื่อมั่นและมูลค่าของ Bitcoin ทันที
  • CK เชื่อว่าหากมี Quantum Computer ที่ทรงพลังจริง เป้าหมายที่น่าสนใจกว่า Bitcoin อาจเป็นระบบธนาคารหรือโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบดั้งเดิม

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

CK Fastwork ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง Bitcoin และควอนตัมคอมพิวเตอร์ว่า ปัจจุบันชุมชน Bitcoin กำลังพัฒนาเทคโนโลยี Quantum-safe เพื่อรับมือกับความเสี่ยงนี้อยู่แล้ว และอาจพร้อมใช้งานภายใน 4-6 ปีข้างหน้า นอกจากนี้เขายังตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่งควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถเจาะระบบ Bitcoin ได้จริง ผู้โจมตีก็อาจไม่ได้ประโยชน์มากนัก เพราะความเชื่อมั่นในตลาดจะพังทลายจนมูลค่า Bitcoin ร่วงหนักจนแทบเป็นศูนย์ โดย CK เชื่อว่า ในมุมของผู้โจมตี ระบบธนาคารและเงินในระบบการเงินแบบดั้งเดิมอาจเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจกว่า เนื่องจากมีจุดอ่อนให้โจมตีมากกว่าและยังมีมูลค่าที่จับต้องได้แม้เกิดวิกฤตขึ้นก็ตาม

ควอนตัมคอมพิวเตอร์หนึ่งในความกังวลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับอนาคตของ Bitcoin แต่เรื่องนี้กลับถูกคุณ คุณซีเค เจิง หรือ CK Fastwork นักลงทุนและผู้ประกอบการชื่อดังของไทยมองว่าตลาดอาจเป็นกังวลมากเกินไป

เมื่อไม่นานมานี้ คุณ CK Fastwork ได้ออกมาแชร์มุมมองที่น่าสนใจว่า เขามี 2 ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง Bitcoin และควอนตัมคอมพิวเตอร์

ความเห็นแรกคือ ปัจจุบันชุมชน Bitcoin ไม่ได้นิ่งเฉยต่อประเด็นนี้ ตรงกันข้าม นักพัฒนาและนักวิจัยจำนวนมากกำลังศึกษาแนวทางป้องกันความเสี่ยงจากควอนตัมคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนา Bitcoin ให้กลายเป็น Quantum-safe หรือระบบที่สามารถต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้ และมีหลายงานวิจัยระบุว่า Bitcoin จะป้องกันควอนตัมได้ภายในอีกช่วง 4-6 ปีข้างหน้า

ส่วนความเห็นที่สอง ต่อให้ Bitcoin ป้องกันควอนตัมไม่ได้ CK จึงตั้งคำถามว่า “ทำไมเป้าหมายแรกถึงต้องเป็น Bitcoin ?”

ตามมุมมองของเขา หากมีคนใช้ควอมตัมคอมพิวเตอร์พื่อขโมย Bitcoin ได้สำเร็จ ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจไม่ใช่ความร่ำรวย แต่กลับเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของตลาดทั้งหมด เพราะนักลงทุนจะมองว่า Bitcoin ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ส่งผลให้เกิดแรงเทขายและกดดันมูลค่าของสินทรัพย์ลงอย่างรุนแรง

กล่าวอีกความหมายหนึ่งคือ การโจมตีจากควอนตัมจะทำให้มูลค่าของ Bitcoin หายไปจนแทบกลายเป็นศูนย์ ผู้โจมตีก็อาจไม่ได้รับผลตอบแทนคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนลงไปตั้งแต่แรก

ที่มา:TikTok/ckfastwork

ทำไม “ธนาคาร-เงินสด” ถึงเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจกว่า ?

จากจุดนี้ CK จึงมองว่า หากมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังจริง เป้าหมายที่น่าสนใจกว่าคือ ระบบธนาคารและเงินสดที่อยู่ในระบบ

เหตุผลแรกคือ เขาเชื่อว่า ระบบการเงินแบบรวมศูนย์จำนวนมากมีจุดอ่อนและโจมตีง่ายกว่า Bitcoin ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ถูกทดสอบด้านความปลอดภัยจากนักพัฒนาและผู้ใช้งานทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี

ขณะเดียวกัน เงินในระบบธนาคารยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและธนาคารกลาง หากเกิดเหตุการณ์วิกฤต หน่วยงานภาครัฐยังมีเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพของระบบและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน

ด้วยเหตุนี้ CK จึงมองว่า หากคำนึงถึงมุมมองของผู้โจมตีเอง การเจาะระบบธนาคารอาจให้ผลตอบแทนที่จับต้องได้มากกว่า เพราะเป็นระบบที่ผู้คนยังคงใช้งานในชีวิตประจำวัน และมีโอกาสน้อยมากที่มูลค่าของเงินในระบบจะหายไปจนกลายเป็นศูนย์


มุมมองผู้เขียน: ควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจไม่ใช่ภัยคุกคามที่ทำให้นักลงทุนควรตื่นตระหนกมากเกินไปในตอนนี้ เพราะมันถือเป็นเพียงความท้าทายที่นักพัฒนาและเครือข่าย Bitcoin รับรู้และเตรียมรับมือกับเรื่องนี้อยู่แล้ว