bitkub-banner

ญี่ปุ่นไฟเขียว พรรครัฐบาลหนุนเทรด Crypto ETF และ Stablecoin สกุลเงินเยน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กลุ่มสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคเสรีประชาธิปไตยญี่ปุ่น ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐมนตรีคลัง เพื่อเร่งปฏิรูประบบภาษีคริปโต ปลดล็อกกองทุน ETF และหนุนเสถียรภาพเหรียญ Stablecoin สกุลเงินเยน
  • เสนอเพิ่มเพดานเลเวอเรจสำหรับการเทรดอนุพันธ์ของนักลงทุนรายย่อยขึ้นอีกเท่าตัว หวังขยายระบบการเงินบนบล็อกเชนให้ครอบคลุมทั่วเอเชีย และดึงส่วนแบ่งตลาดเหรียญ Stablecoin โลกที่สกุลเงินดอลลาร์ผูกขาดอยู่
  • แพลตฟอร์มตลาดทำนายผลระดับโลก Polymarket กำลังจับตาหาช่องทางขอใบอนุญาตเข้ามาเปิดบริการในญี่ปุ่นภายในปี 2573 แต่ต้องเผชิญกำแพงกฎหมายควบคุมการเดิมพันที่เข้มงวดของประเทศ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การเคลื่อนไหวเชิงนโยบายจากพรรครัฐบาลญี่ปุ่นในครั้งนี้ ส่งผลเชิงบวกอย่างมากต่อจิตวิทยาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยการเปิดทางให้มีกองทุน ETF,  การเพิ่มเพดานเลเวอเรจจะช่วยอัดฉีดสภาพคล่องมหาศาลจากกลุ่มทุนญี่ปุ่นเข้าสู่ระบบนิเวศบล็อกเชน ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ส่งผลดีต่อราคาบิตคอยน์ และเหรียญหลักในระยะยาว

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น กำลังเดินหน้าผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบภาษีคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาและผลักดันการใช้งานเหรียญ Stablecoin ที่ผูกกับค่าเงินเยน 

รายงานจากสำนักข่าว Nada News เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า สมาคมสมาชิกรัฐสภาเพื่อการส่งเสริมบล็อกเชนแห่งพรรค LDP ได้เข้ายื่นหนังสือข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Satsuki Katayama

โดยเนื้อหาครอบคลุมครอบตั้งแต่เรื่อง Stablecoins, กองทุนรวมดัชนีคริปโต (ETFs), สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDCs) ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในอุตสาหกรรมต่างๆ

สาระสำคัญในเอกสารระบุถึงข้อเสนอให้เพิ่มเพดานเลเวอเรจ (Leverage Cap) สำหรับการเทรดตราสารอนุพันธ์คริปโต (Derivatives) ของนักลงทุนรายย่อยขึ้นอีกเท่าตัว รวมถึงการเร่งสร้างกรอบกฎหมาย รองรับการจัดตั้งกองทุน ETF ที่ผูกกับสินทรัพย์ดิจิทัล

มีรายงานว่า รัฐมนตรีคลัง Katayama ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวอย่างกระตือรือร้น โดยระบุว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้า โดยไม่ยอมตกขบวนการพัฒนาในระดับโลก ซึ่งมีการอ้างอิงถึงกรอบกฎหมายและนโยบายคริปโตของฝั่งสหรัฐอเมริกาที่กำลังรุดหน้าไปไกล

Junichi Kanda สมาชิกพรรค LDP กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “เราต้องผลักดันโครงการต่าง ๆ เพื่อขยายระบบการเงินบนบล็อกเชนให้ครอบคลุมทั่วทั้งเอเชีย ซึ่งรวมถึงการพัฒนา และการผลักดันให้เกิดการยอมรับใช้งาน Stablecoin สกุลเงินเยนด้วย” 

ที่มา: พรรคเสรีประชาธิปไตย(LDP)

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังเพียง 2 เดือน หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติการปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายครั้งสำคัญ โดยเปลี่ยนสถานะจัดหมวดหมู่ให้สินทรัพย์คริปโตเป็น “ตราสารทางการเงิน” แทนที่จะเป็นเพียง “วิธีการชำระเงิน” แบบเดิม 

ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) ก็กำลังวางแผนที่จะแก้ไขกรอบระเบียบ เพื่อเปิดทางให้กองทุน Crypto ETF สามารถเปิดตัวได้เช่นกัน

ญี่ปุ่นกำลังพยายามแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาด Stablecoin ทั่วโลกที่มีมูลค่ากว่า 3.2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันถูกผูกขาดโดยเหรียญสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ฝั่งสหรัฐฯ ได้ออกร่างกฎหมาย GENIUS Act ไปก่อนหน้านี้

โดยข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (BIS) เมื่อเดือนเมษายน ระบุว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ Stablecoin สกุลเงินเยน มีสัดส่วนน้อยกว่า 0.01% เมื่อเทียบกับเหรียญที่ผูกกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเสียด้วยซ้ำ ญี่ปุ่นจึงมองเห็นโอกาสในการเติบโตอีกมหาศาล

ที่มา: Pexels

นอกจากประเด็นเรื่อง ETF และ Stablecoin แล้ว รายงานยังระบุอีกว่า Polymarket แพลตฟอร์มตลาดทำนายผลยักษ์ใหญ่ ก็กำลังจับตามอง และหาช่องทางขออนุมัติเพื่อเข้ามาเปิดดำเนินงานในประเทศญี่ปุ่น ภายในปี 2573 แต่กฎหมายที่เข้มงวดของญี่ปุ่นในเรื่องการควบคุมการเดิมพัน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ อาจกลายเป็นกำแพงหินและโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายบริษัทอย่างมากในการเข้ามาทำธุรกิจที่นี่

ที่มา  : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : การขยับตัวของญี่ปุ่นในรอบนี้เป็นการเดินหมากทางยุทธศาสตร์ที่น่าจับตา ในยุคที่อเมริกากำลังเร่งสปีดคุมกลไกคริปโตโลกผ่านกฎหมายต่างๆ