bitkub-banner

Peter Brandt เตือนน่ากลัว Bitcoin เสี่ยงวิกฤตหนัก ไร้ก้นหลุมจนถึงเดือนตุลาคม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Brandt เตือนว่า Bitcoin อาจเผชิญ “การล้างพอร์ตครั้งใหญ่” ที่อาจลากยาวจนถึงเดือนตุลาคม
  • นักลงทุนระยะสั้นและสายเลเวอเรจถูกมองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด หากตลาดเกิดแรงขายต่อเนื่อง
  • มุมมองนี้เน้นความเสี่ยงระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มใหญ่ของ Bitcoin ในระยะยาว

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Peter Brandt เตือนว่า Bitcoin อาจยังไม่เจอจุดต่ำสุดของวัฏจักรรอบนี้ โดยมองว่าตลาดมีความเสี่ยงเผชิญแรงขายครั้งใหญ่จนเขามองไม่เห็นจุดต่ำสุดไปอย่างน้อยถึงเดือนตุลาคม สัญญาณทางเทคนิคหลายตัวเริ่มอ่อนแอลง ขณะที่ CryptoQuant ชี้ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงกระจายเหรียญจากผู้ถือรายเก่าสู่รายใหม่ แม้เงินจาก Bitcoin ETF และสถาบันยังไหลเข้าต่อเนื่อง แต่ก็ยังถูกแรงขายจากกลุ่มผู้ถือ Bitcoin รุ่นแรกดูดซับไว้ได้ ส่งผลให้แนวโน้มระยะสั้นยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

Peter Brandt นักวิเคราะห์กราฟระดับตำนานออกมาเตือนว่า วัฏจักรขาลงของ Bitcoin (BTC) อาจยังไม่จบ โดยมองว่า ตลาดมีความเสี่ยงเผชิญแรงขายระลอกใหญ่ที่รุนแรงถึงขั้นที่ตัวเขาเองไม่สามารถมองเห็นจุดต่ำสุดได้จนกว่าจะถึงเดือนตุลาคม 2026

Brandt ระบุว่า ตลาดช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากมีความมั่นใจมากเกินไป หลังจากเห็น Bitcoin ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดอยู่ในภาวะที่เปราะบางต่อแรงเทขาย 

สัญญาณเทคนิคเริ่มส่งสัญญาณไม่ดี

ในเชิงกราฟเทคนิค Bitcoin ได้หลุดกรอบ Ascending Channel หรือแนวโน้มขาขึ้นที่รองรับราคามาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมแล้ว ซึ่งโดยปกติถือเป็นสัญญาณเตือนว่า ตลาดอาจกำลังเปลี่ยนจากแนวโน้มขาขึ้นเข้าสู่แนวโน้มขาลง

การปรับตัวลงครั้งล่าสุดยังทำให้ Bitcoin กลับมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ MA 200 สัปดาห์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 โดยเส้นดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแนวรับสำคัญของตลาดระยะยาว หากราคาหลุดระดับนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

ด้าน Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant Ki มองว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง Distribution Phase หรือช่วงกระจายเหรียญ ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ถือครองเหรียญรายเดิมทยอยขายสินทรัพย์ให้กับนักลงทุนกลุ่มใหม่

ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่า Realized Price หรือราคาต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุน Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 53,000 ดอลลาร์ โดยในตลาดหมีหลายรอบที่ผ่านมา Bitcoin มักปรับตัวลงต่ำกว่าระดับต้นทุนเฉลี่ยดังกล่าว ก่อนที่จะสร้างฐานและกลับเข้าสู่แนวโน้มฟื้นตัวของจริง 

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตาคือ แม้ Bitcoin จะได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าสู่กองทุน Bitcoin ETF รวมถึงการเข้าซื้อจากบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง แต่ราคากลับยังไม่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2024

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แรงขายจากกลุ่มผู้ถือ Bitcoin รุ่นแรกเริ่ม หรือ “Bitcoin OG” ยังคงมีปริมาณมากพอที่จะดูดซับแรงซื้อรอบใหม่จากนักลงทุนสถาบันได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของราคายังถูกจำกัด แม้กระแสการยอมรับ Bitcoin จากภาคการเงินดั้งเดิมจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนก็ตาม

แม้หลายฝ่ายจะเริ่มกังวลต่อแนวโน้มระยะสั้นของ Bitcoin แต่ Michael Saylor ประธานบริหารของ Strategy ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก โดยประเมินว่า Bitcoin ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ $62,660 ลดลง 6.11% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap


มุมมองผู้เขียน: ความเห็นที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างฝั่งกระทิงและฝั่งหมี สะท้อนให้เห็นว่าแม้ Bitcoin จะได้รับการยอมรับจากนักลงทุนสถาบันมากขึ้นกว่าที่เคย แต่ทิศทางของตลาดระยะสั้นยังเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดแบบหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์

ที่มา: u.today