สรุปข่าว
- ซีเค เจิง หรือ “CK Fastwork” เผยว่า ได้ขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI หลายตัวออกจากพอร์ต ทั้ง Micron, Intel และ AMD ครึ่งหนึ่ง รวมถึงขาย Google อีก 25%
- เงินที่ได้จากการขายหุ้นถูกนำไปเข้าซื้อ Bitcoin ในช่วงราคาปัจจุบัน ซึ่งอยู่ประมาณ 61,000 – 63,000 ดอลลาร์
- ซีเคย้ำชัดว่านี่เป็นเพียงมุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ซีเค เจิง หรือ “CK Fastwork” เปิดเผยว่า ตัวเขาเองเพิ่งตัดสินใจปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI อย่าง Micron, Intel, AMD ออกครึ่งหนึ่งของพอร์ต และขาย Google อีก 25% เพื่อนำเงินทั้งหมดเข้าซื้อ Bitcoin ในช่วงราคา 61,000-63,000 ดอลลาร์ โดยย้ำว่า นี่เป็นเพียงการตัดสินใจส่วนบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ช่วงดึกของวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ซีเค เจิง หรือ “CK Fastwork” นักธุรกิจและนักลงทุนชื่อดังของไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงการปรับพอร์ตลงทุนครั้งใหญ่ โดยเขาระบุว่าได้ขายหุ้น Micron, Intel และ AMD ในกลุ่ม AI ออกไปถึงครึ่งหนึ่งของพอร์ต รวมถึงขายหุ้น Google ออกอีก 25% เพื่อนำเงินทั้งหมดไปเข้าซื้อ Bitcoin ที่เรทราคาปัจจุบัน
ทั้งนี้ ซีเคได้ย้ำอย่างชัดเจนว่า นี่เป็นเพียงการตัดสินใจลงทุนส่วนบุคคล และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
สิ่งที่น่าสนใจคือ หุ้นที่ซีเคเลือกขายออกนั้น ล้วนเป็นบริษัทที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกระแส AI ไม่ว่าจะเป็น Micron ผู้ผลิตหน่วยความจำ, Intel และ AMD ผู้ผลิตชิปประมวลผล รวมถึง Google ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญในวงการ AI และเป็นเจ้าของโมเดล Gemini
ในอีกด้านหนึ่ง ซีเค กลับเลือกเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน Bitcoin ซึ่งขณะนี้ซื้อขายอยู่บริเวณ 61,000 – 63,000 ดอลลาร์ หลังราคาปรับตัวลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดบริเวณ 126,000 ดอลลาร์
หากพิจารณาจากราคาหุ้นกลุ่มที่ซีเคเทขาย แต่ละตัวล้วนเกี่ยวข้องกับกระแส AI ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ซีเค เลือกนำเงินทั้งหมดมาซื้อ Bitcoin ในช่วงราคาประมาณ $61,000 – $63,000 โดยลงมาจากจุดสูงสุดที่ $126,000 มากกว่า 50%
แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ตลาดคริปโตได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือไม่ แต่การที่นักลงทุนชื่อดังเลือกโยกเงินจากสินทรัพย์กระแสหลักเข้าสู่ Bitcoin ถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่ได้หายไปจากตลาด
มุมมองผู้เขียน: การปรับพอร์ตของ CK Fastwork อาจไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางตลาดในทันที แต่ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันจากการปรับฐานครั้งใหญ่ ขณะที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกยังถกเถียงกันว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบนี้ไปแล้วหรือยัง คำตอบของเรื่องนี้คงต้องตัดสินกันที่ความสามารถของ Bitcoin ในการรักษาระดับแนวรับสำคัญบริเวณ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในปัจจุบัน

