สรุปข่าว
- Reza Bundy ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Atlas Capital พันธมิตรทางธุรกิจของนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง Nouriel Roubini คาดการณ์ว่า บิตคอยน์มีโอกาสดิ่งแรงถึง 70% ลงไปแตะระดับ 26,000–30,000 ดอลลาร์ ภายใน 6 เดือนข้างหน้า
- เผยมุมมองด้านลบในระยะสั้น อิงจากสัญญาณฟองสบู่ในตลาดหุ้นดั้งเดิมและวิกฤตเศรษฐกิจมหภาค ชี้บิตคอยน์ยังคงล้มเหลวในการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ แต่เคลื่อนไหวตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความผันผวนสูง
- ประกาศตั้งเป้าราคาระยะยาวสวนทางหุ้นส่วน โดยเชื่อมั่นว่า บิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ขาดแคลน จะดันราคาพุ่งทะยานสู่ 150,000–500,000 ดอลลาร์ หลังผ่านพ้นวิกฤตรอบนี้
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
บทวิเคราะห์และคำเตือนเรื่องการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ระดับ 70% เป็นปัจจัยลบที่เข้ามาเขย่าซ้ำเติมจิตวิทยาตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในระยะสั้น ซึ่งการส่งสัญญาณว่าราคาบิตคอยน์อาจดิ่งลงไป จะทำให้นักลงทุนรายใหญ่และกลุ่มสถาบันเพิ่มความระมัดระวัง และเลือกที่จะชะลอการอัดฉีดเม็ดเงินใหม่
Reza Bundy ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Atlas Capital ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Nouriel Roubini นักเศรษฐศาสตร์ผู้เป็นปรปักษ์กับบิตคอยน์มาอย่างยาวนานและได้รับฉายาว่า Dr. Doom ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับทิศทางของบิตคอยน์ในระยะสั้น แต่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างมากในระยะยาว
Bundy คาดการณ์ว่า ราคาบิตคอยน์อาจปรับตัวลดลงมากถึง 70% ภายในอีก 6 เดือนข้างหน้า ก่อนที่จะพุ่งทะยานขึ้นไปสูงถึง 500,000 ดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ในงานประชุม Proof of Talk ที่กรุงปารีส พร้อมเตือนเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคที่ค่อนข้างสวนทาง กับการมองโลกในแง่ดีของอุตสาหกรรมคริปโตในปัจจุบัน
Bundy ระบุว่า “ราคาบิตคอยน์อาจดิ่งลงได้ถึง 70% ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยตัวเลขที่เราประเมินไว้อยู่ที่ประมาณ 26,000 ถึง 30,000 ดอลลาร์ และหากตลาดหุ้นเกิดการปรับฐานลดลงแม้เพียงครึ่งหนึ่งของวิกฤตปี 2008 บิตคอยน์ก็อาจจะขาดทุนหนักเป็นสองเท่า”
ในช่วงที่ผ่านมา บิตคอยน์ซื้อขายกันอยู่ที่ราว ๆ 63,000 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงเกือบ 28% ในปีนี้ ขณะที่ฝั่งตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมกลับทะยานขึ้นอย่างรุนแรง จากกระแสความนิยมในเทคโนโลยี AI โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 10% และ Nasdaq พุ่งขึ้นประมาณ 19% ซึ่งเติบโตแซงหน้าบิตคอยน์ในช่วงเวลาเดียวกัน
เบื้องลึกจาก ‘Dr. Doom’
Bundy เผยว่า การคาดการณ์เชิงลบของเขาถูกสร้างขึ้นโดยอิงจากข้อมูลและการวิเคราะห์ร่วมกับ Dr. Nouriel Roubini หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ร่วมก่อตั้งของเขา ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “Dr. Doom” จากความแม่นยำในการคาดการณ์วิกฤตซับไพรม์ (แฮมเบอร์เกอร์) ในปี 2008
Roubini ถือเป็นผู้ต้านบิตคอยน์ตัวยง โดยความคลางแคลงใจของเขาเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงตลาดขาขึ้นครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2017 แม้ว่าราคาบิตคอยน์จะพุ่งทะยานขึ้นไปกว่า 850% นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเรียกมันว่า “ฟองสบู่” แต่ Dr. Doom ก็ยังคงรักษาจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
โดยล่าสุดเขาได้เน้นย้ำในบทวิเคราะห์บน Bloomberg ว่า บิตคอยน์เป็นเพียง “สินทรัพย์ลวงตา” และ “สินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร” ที่ไม่มีมูลค่าพื้นฐานหรือประโยชน์ใช้สอยในโลกแห่งความเป็นจริง แตกต่างจากทองคำที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
Bundy กล่าวเสริมว่า บิตคอยน์ล้มเหลวในการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อตามที่กลุ่มผู้สนับสนุนเคยอ้าง และปัจจุบันมันได้กลายเป็นเพียงสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความผันผวนสูง ซึ่งเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีไปแล้ว
ในขณะที่ฝั่งผู้สนับสนุนบิตคอยน์อาจไม่เห็นด้วย โดยชี้ไปที่ผลตอบแทนระยะยาวและอุปทานที่มีจำกัดของบิตคอยน์
ซึ่งคำกล่าวของ Bundy สอดคล้องกับความเห็นของ Mark Cuban มหาเศรษฐีนักลงทุนที่เพิ่งเปิดเผยว่า เขาได้ขายบิตคอยน์ส่วนใหญ่ออกไปแล้ว เนื่องจากมันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความอ่อนแอของค่าเงินดอลลาร์
มุมมองที่เป็นบวกในระยะยาว
Bundy ไม่ได้เป็นผู้มองโลกในแง่ร้ายไปเสียหมด เขายังคงเชื่อในแนวคิดเรื่อง Store of Value ของบิตคอยน์ และมีมุมมองที่เป็นบวกในระยะยาว โดย Bundy ประเมินว่า เป้าหมายราคาบิตคอยน์ในระยะยาวจะอยู่ที่ 150,000 ถึง 500,000 ดอลลาร์ ซึ่งมุมมองนี้ทำให้เขาเห็นต่างจาก Roubini หุ้นส่วนของเขาเอง
ความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของเขาหยั่งรากลึกมาจากอุดมการณ์ดั้งเดิมของบิตคอยน์ ในการทำหน้าที่เป็นสกุลเงินทางเลือกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของมนุษยชาติ ยามที่ต้องเผชิญกับความโกลาหลทางการเมืองและวิกฤตการเงินโลก
โดย Bundy อธิบายว่า มูลค่าและการเติบโตในระยะยาวของบิตคอยน์จะไม่ใช่เรื่องของการปั่นกระแสชั่วคราว แต่จะถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยความผุกร่อนของระบบการเงินแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศมหาอำนาจที่เพิ่มขึ้นจนทะลุเพดาน การเดินหน้าพิมพ์เงินกระดาษออกมาตามใจชอบของธนาคารกลางต่าง ๆ และความเชื่อมั่นของประชาชนที่นับวันจะยิ่งลดลงต่อสกุลเงินดั้งเดิม
ซึ่งสถานการณ์ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นภาพความจริงที่ตรงกับสิ่งที่ Satoshi Nakamoto ผู้สร้างบิตคอยน์เคยจินตนาการ และเตือนโลกเอาไว้ตั้งแต่วันแรก
Bundy ได้วิเคราะห์เป้าหมายราคาบิตคอยน์ในระยะยาว ผ่าน 4 สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ดังนี้
- 1. การขยายตัวแบบควบคุมได้ ( โอกาสเกิด 40%) โลกเติบโตอย่างมั่นคงและเงินเฟ้อคงที่ หนุนให้ตลาดเดินหน้าต่อ และผลักดันราคาบิตคอยน์พุ่งไปสู่ระดับ 150,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์
- 2. การครอบงำทางการคลัง (โอกาสเกิด 25%): รัฐบาลจะพิมพ์เงินเพื่อชดเชยหนี้มหาศาล นำไปสู่เงินเฟ้อที่รุนแรง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสินทรัพย์ที่มีจำกัดและดันราคาบิตคอยน์ไปสู่ระดับ 250,000 ถึง 500,000 ดอลลาร์
- 3. ความขัดแย้งระดับโลก (โอกาสเกิด 20%): เกิดวิกฤตความมั่นคงครั้งใหญ่ เช่น ในไต้หวันหรือตะวันออกกลาง ซึ่งจะทำให้ตลาดตื่นตระหนก และราคาดิ่งลงในระยะสั้น แต่สุดท้ายจะพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าของบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและเป็นกลาง
- 4. เศรษฐกิจถดถอยแบบเงินฝืด (โอกาสเกิด 15%): เกิดภาวะสินเชื่อตึงตัวอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้บิตคอยน์อ่อนแอลงชั่วคราว จนกว่าธนาคารกลางจะเข้ามาอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบอีกครั้ง
ที่มา : coindesk
มุมมองผู้เขียน : บทวิเคราะห์ของ Reza Bundy ในกลางปี 2569 นี้ เป็นอะไรที่สะใจสายตุนของถูก แต่เขย่าขวัญสายซิ่งพอสมควร หากราคาบิตคอยน์มีร่วงแรงลงไป70% จนแตะระดับ 26,000–30,000 ดอลลาร์ ได้จริง นักลงทุนที่เฝ้ารอจะได้ครอบครองบิตคอยน์ในราคาทุนที่ได้เปรียบที่สุด
