bitkub-banner

สภาคองเกรสเตรียมประชุมเสนอร่างกฎหมายภาษีคริปโต ครอบคลุม Staking และ Mining

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมาธิการด้านภาษีของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาพิจารณาร่างกฎหมายภาษีคริปโตฉบับใหม่ มุ่งปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีครอบคลุมทั้งการ Staking, การขุดเหมือง และค่าธรรมเนียมเครือข่าย
  • ข้อเสนอเด่นจากพรรครีพับลิกัน เล็งเลื่อนเก็บภาษีรางวัลจากการ Staking และ Mining ไปจ่ายตอนขายเหรียญแทน พ่วงแผนยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมขนาดเล็กไม่เกิน 10 ดอลลาร์ และเปิดช่วงเวลาผ่อนผันแก้ข้อมูลภาษีผิดพลาดนาน 2 ปี
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ การขยับตัวของสภาคองเกรสรอบนี้มาถูกทาง ช่วยทลายพื้นที่สีเทาด้านกฎเกณฑ์ที่ยืดเยื้อมานานหลายปี คาดเน้นการหารือเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้กฎหมายนำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน มากกว่าการรีบเร่งลงคะแนนเสียงเพื่อผ่านกฎหมายทันที

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การผลักดันกรอบกฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความชัดเจนและเป็นธรรม ถือเป็นปัจจัยบวกขั้นรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมคริปโตในระยะยาว รวมทั้งการเลื่อนจัดเก็บภาษีรางวัลการ Staking และการขุดไปจนกว่าจะมีการขายจริง จะช่วยลดภาระทางการเงินและดึงดูดให้กลุ่มทุนหันกลับมาลงทุนขยายระบบในสหรัฐอเมริกามากขึ้น

คณะกรรมาธิการด้านภาษีของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เตรียมหยิบประเด็นภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นมาพิจารณา โดยจะเปิดการหารือ เกี่ยวกับร่างกฎหมายภาษีคริปโตหลายฉบับ ซึ่งครอบคลุมทั้งการ Staking, การขุดเหมือง, ค่าธรรมเนียมเครือข่าย และการรายงานภาษี นี่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความพยายามในการวางกรอบกฎหมายคริปโตระดับประเทศของสหรัฐฯ

การประชุมมีกำหนดจัดขึ้นเวลา 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันอังคาร และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง YouTube ของคณะกรรมาธิการ

โดยการประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมให้ข้อมูล ที่เป็นตัวแทนจากหลายภาคส่วน เช่น Fidelity Investments , Coinbase, Coin Center, ศูนย์กฎหมายภาษีของ New York University School of Law ซึ่งจะนำเสนอมุมมองทั้งจากอุตสาหกรรมคริปโต และด้านนโยบายภาษี

การประชุมในครั้งนี้เกิดขึ้น หลังจากที่กลุ่มสมาชิกพรรครีพับลิกันได้เสนอร่างกฎหมายชุดใหม่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวทางที่กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ใช้จัดเก็บภาษีจากกิจกรรมในโลกคริปโต ซึ่งประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะมีการพูดถึง ได้แก่

1. เลื่อนการเก็บภาษีจาก Staking และ Mining

มีข้อเสนอเรื่องรางวัลที่ได้จากการ Staking และการขุด Bitcoin หรือคริปโตอื่น ๆ ยังไม่ต้องเสียภาษีทันทีเมื่อได้รับ แต่ให้เสียภาษีตอนขายเหรียญแทน แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Cynthia Lummis ที่เคยเสนอให้ผู้ขุด และผู้ที่ทำการ Staking สามารถเลื่อนการเสียภาษีออกไปได้

2. ยกเว้นภาษีสำหรับค่าธรรมเนียมเครือข่ายขนาดเล็ก

มีการเสนอให้ยกเว้นภาษีสำหรับค่าธรรมเนียมธุรกรรม ที่มูลค่าไม่เกิน 10 ดอลลาร์ โดยครอบคลุมธุรกรรมสูงสุด 5,000 รายการต่อปี  จุดประสงค์ก็เพื่อช่วยลดภาระการคำนวณภาษี สำหรับผู้ใช้งานคริปโตในชีวิตประจำวัน

3. เปิดทางให้ผู้ที่เคยรายงานภาษีผิด มีเวลาปรับตัว

ข้อเสนออีกข้อคือ การให้ระยะเวลาผ่อนผันเป็นเวลา 2 ปี สำหรับผู้เสียภาษีบางกลุ่มที่เคยรายงานกำไรจากคริปโตไม่ถูกต้อง เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถแก้ไขข้อมูลได้โดยไม่ต้องเผชิญบทลงโทษที่รุนแรง

ประเด็นที่ยังคาราคาซัง

ประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียงคือ รางวัลจากการ Staking และ Mining ควรเสียภาษีเมื่อไหร่ และการใช้คริปโตซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ ควรถูกเก็บภาษีหรือไม่

นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว สมาชิกสภาจากพรรครีพับลิกัน ได้กดดันให้กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ยกเลิกแนวทางที่กำหนดให้รางวัลที่ได้จาก Staking ต้องเสียภาษีทันทีเมื่อได้รับ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน Bitcoin ก็เรียกร้องให้ขยายสิทธิ์ยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมขนาดเล็ก ที่ไปไกลกว่าแค่เหรียญ Stablecoin เพราะการใช้คริปโตจ่ายเงินในชีวิตประจำวันยังสร้างภาระในการรายงานภาษีอยู่มาก

ด้าน Markus Levin ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายข้อมูลแบบกระจายศูนย์ XYO กล่าวว่า กฎเกณฑ์เกี่ยวกับ Staking และ Mining อยู่ในพื้นที่สีเทามาหลายปี และการขาดกฎที่ชัดเจนทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้ว่าควรปฏิบัติอย่างไร

โดย Markus Levin มองว่า สภาคองเกรสกำลังตั้งคำถามได้ถูกจุด และเลือกใช้กฎหมายเฉพาะทาง แทนที่จะพยายามนำคริปโตไปยัดใส่กฎหมายภาษีแบบเดิม ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมารองรับสินทรัพย์ดิจิทัล

ในขณะที่ Dan Dadybayo หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของ Horizontal Systems บริษัทผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคริปโต มองว่า การประชุมในครั้งนี้น่าจะเป็นการหารือเชิงสร้างสรรค์ที่มุ่งทำให้กฎใช้งานได้จริง มากกว่าจะเป็นการลงคะแนนเสียงทั่วไปเพื่อผ่านกฎหมายทันที

เรื่องไหนอาจยังไม่ถูกหยิบมาพูด?

Dan Dadybayo คาดว่า สภาคองเกรสไม่น่าจะกลับมาทบทวนภาษีการโอนเงิน (Remittance Transfer Tax) 1% ที่จะมีผลกับการโอนเงินบางประเภท หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2025

โดยเขาอธิบายว่า กฎหมายดังกล่าวเน้นการโอนเงินที่ใช้เงินสดเป็นหลัก ขณะที่ Stablecoin, ระบบ ACH, การโอนเงินผ่านธนาคาร (Wire Transfer), ผู้ให้บริการชำระเงินอย่าง Stripe ไม่ได้อยู่ในขอบเขตดังกล่าว และการแก้ไขกฎนี้ อาจส่งผลเสียต่อการพัฒนานวัตกรรมของสหรัฐฯ มากกว่าจะช่วยธุรกิจรับโอนเงิน

ที่มา : decrypt


มุมมองผู้เขียน : หากข้อเสนอเหล่านี้เดินหน้าต่อไปได้ ก็อาจช่วยลดภาระด้านภาษี และทำให้การใช้งานคริปโตในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นอย่างมากในอนาคต